
ตอนนี้ประชาชนกำลังจับตาไปยังสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จะโหวต “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไร?
จากการซาวน์เสียงมีทั้ง เห็นชอบตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นชอบ บ้างก็มีรายงานส่วนใหญ่จะโหวตงดออกเสียง
ทว่า ถ้าดูจากความเป็นไปได้ ตอนนี้ดีล “พิธา” เป็นผู้นำประเทศส่อเค้าล่มกลางอ่าง เนื่องจากมีเสียงสนับสนุนเพียง 313 เสียงเท่านั้น ขาดอีก 60 กว่าเสียงถึงจะทำให้ความฝันเป็นจริงขึ้นมาได้
ถ้าหวังจะได้เสียงที่ขาดหายจากสภาฯคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะเหลือแต่ขั้วรัฐบาลเก่า ดังนั้น ความหวังจึงไปตกอยู่ที่ส.ว. แต่ดูเหมือนส่วนใหญ่ในสภาผู้เฒ่าจะไม่เล่นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเจอ “เด็กก้าวไกล” ถอนหงอกไปหลายเส้น
ดังนั้น เช็คเสียงฝั่งสภาสูงตอนนี้มีไม่เกิน 20 คน ที่จะโหวตสนับสนุน “พิธา” เป็นนายกฯ
นักวิเคราะห์จึงมองไปถึงแผนสองกันแล้วว่า ที่สุดหาก “พ่อของส้ม” ฝันสลาย พรรคไหนจะได้สิทธิ์เป็นฝ่ายได้จัดตั้งรัฐบาลในลำดับถัดไป แน่นอนที่สุดต้องเป็น “พรรคเพื่อไทย” เพราะเขามีคะแนนมากเป็นอันดับสอง ซึ่งก็มีการคาดการณ์กันว่าทุกพรรคจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แล้วโดดเดี่ยว “ก้าวไกล” ให้เป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว!
ฉะนั้น สายตาทุกคู่ในเวลานี้จึงจับจ้องไปที่การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบ “ทิม-พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่
แต่หลายคนไม่ทราบความจริงว่าก่อนไปสู่กระบวนการนั้น จะต้องมีการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร พ่วงตำแหน่งประธานรัฐสภาเสียก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ก็มีความสำคัญ เพราะถ้าตกลงกันไม่ได้ว่าประธานสภาฯจะมาพรรคใด การโหวตเลือกนายกฯคนที่30 จะเกิดขึ้นอย่างยากลำบาก และไม่สง่างาม
ธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมา ส่วนใหญ่ “ประธานสภาฯ” ต้องมาจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนั้นยังต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ แม่นยำในเรื่องตัวบทกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ ที่สำคัญต้องน่าเชื่อถือ มากบารมี ผู้คนเคารพให้ความเกรงใจ
ครั้งนี้ถ้า “ก้าวไกล” ได้จัดตั้งรัฐบาลจริงจะเกิดปัญหาเรื่องของวัยวุฒิ จึงมีการเล็งไปที่ “เพื่อไทย” ที่ดูมีความเหมาะสมเพียบพร้อมกว่าทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ ข่าวล่ามาแรงว่า ไม่ “หมอชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็เป็น “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” อดีตรองประธานสภาฯ และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ส่วน “พ่อมดดำ” สุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาฯ แม้รอบที่แล้วเป็นเก้าอี้ที่ใฝ่ฝัน แต่จิ้งจกแจ้งว่าเที่ยวนี้อยากได้ฟีลเป็นรัฐมนตรีเสนาบดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

