บันทึกหน้า 4

Www.thaipost.net ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 จับตา 30 พ.ค.นี้ 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันอย่างไร โดยมีวาระเดินหน้าไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล แบ่งโควตากระทรวงต่างๆ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ขอให้จับตาเรื่องประธานสภาฯ ที่มีความสำคัญไม่แพ้ตำแหน่งนายกฯ ที่ทั้งพรรคส้มและพรรคแดงหมายมั่นจะยึดหัวหาดก่อนให้สำเร็จ เพื่อการันตีการทำงานให้ลุล่วง และหากพรรคก้าวไกลไม่ได้ตำแหน่งนี้ คาดกันว่าอาจทำให้แพแตกหรือไม่  

สำหรับความจำเป็นที่พรรคก้าวไกลจะต้องเอาให้ได้ เพราะต้องการคุมทิศทางและกำหนดกลไกต่างๆ เพื่อผลักดันให้ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯ คนที่ 30 ได้สำเร็จ และลดความระแวงหากเสียงโหวตในรัฐสภาไม่ถึง 376 เสียง ไปสู่การเปลี่ยนเกมเสิร์ฟพรรคเพื่อไทยที่ห่างกว่า 10 เสียง จัดตั้งรัฐบาลแทน

อีกทั้งไม่ต้องการถูกวางยาซ้ำ กรณีพรรคเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ถูกปัดตกแต่หัววัน อย่างเช่นเมื่อปี 2564 ที่ถูกนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯคนก่อนปัดตก เพราะมองว่า "ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 6” ที่ระบุว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้  

พร้อมเหตุผลสนับสนุนจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 28-28/2555 และคำวินิจฉัยที่ 19/2564 ที่สามารถตีความได้ว่า ไม่สามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ 

ดังนั้น หากยึดร่างเดิมของพรรคก้าวไกลที่เคยเสนอเมื่อปี 2564 คือ “ย้ายหมวด–ลดบทลงโทษคนธรรมดา-ยอมความได้–เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดหากวิจารณ์โดยสุจริต-ให้สำนักพระราชวังฟ้องแทน” เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรชุด 2566 อีกครั้ง หากเป็นประธานสภาฯ จากพรรคการเมือง เหตุการณ์เดิมก็อาจซ้ำรอยอีกครั้ง 

๐ ในส่วนพรรคเพื่อไทย ก็ต้องการตำแหน่งนี้ไม่แพ้กัน และทำท่าจะเอาจริง มิใช่การต่อรองเพื่อขอกระทรวงเกรดเอเพิ่ม โดยมีจุดหมายเพื่อต่อรองกับผู้มีอำนาจใช่หรือไม่ ด้วยการโยงความเคลื่อนไหวของนายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการกลับบ้านในเดือน ก.ค.นี้ รวมทั้งควบคุมเกมในสภา หาก “พิธา” ไม่ผ่านปมถือหุ้น ITV หรือเลือกนายกฯ ไม่ได้ 

รวมทั้งยังใช้อำนาจประมุขฝ่ายนิติบัญญัติสกัดการแก้ไขนำไปสู่การยกเลิกมาตรา 112 รวมทั้งก่อนหน้านี้ยังทำผลงานเข้าตาด้วยการเพิ่มข้อความใน MOU เติมเนื้อหาสาระในมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ และไม่มีการนิรโทษกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 จนได้ใจฝ่ายอนุรักษนิยมเลยทีเดียว   

๐ ร้อนไปถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ดีลลับรัฐบาลใหม่ “ไม่มีก้าวไกล” โดยระบุว่า มีการเจรจาลับ ผลัก “ก้าวไกล” ไปเป็นฝ่ายค้าน รวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ส.ว. ผ่านฉลุย 376 ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ สูตรลับเจรจาตกลงไฟเขียวผ่านตลอด แถมดีลพิเศษแพ็กเกจ “กลับบ้าน” รายงานถึง “ทักษิณ" ที่รออยู่สิงคโปร์ ติดตามกันต่อไป รายงานนี้ยืนยันถึงตัวตนคนเจรจา แต่ขอปิดแหล่งข่าว เมื่อใช้วิชา “โจรการเมือง” จรรยาโจรต้องมี ไม่ขอเอ่ยชื่อผู้ร่วมวงเจรจา

 ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร แจงกลับทันที "ผมงงมากกับดีลลับที่คุณชูวิทย์พูด ทั้งๆ ที่น้องอิ้งค์ก็ยืนยันที่สนับสนุนคุณพิธาเป็นนายกฯ และผมเองก็ไม่ได้พบตัวแทนพรรคไหนเลย แม้กระทั่งโทรศัพท์ก็ไม่มี งงจริงๆ ครับ"

ละครเรื่องนี้คงต้องดูกันยาวๆ ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร แต่หากใครเดาไม่ถูกขอให้กลับไปดู เจตนา และการส่งสัญญาณของนายใหญ่ ทั้งเรื่องขออนุญาตกลับบ้าน รวมทั้งทัศนคติที่มองว่าพรรคก้าวไกลเป็นมิตรหรือศัตรูทางการเมือง สะท้อนได้จากการรีทวีตข้อความของนายดวงฤทธิ์ บุนนาค แกนนำกลุ่มแคร์ คิด เคลื่อน ไทย ว่า "ต้องทนให้เพื่อนถีบหน้าทุกวันจริงหรือ คอยแทงข้างหลังแต่ก็ต้องช่วยมัน" #ความอดทนบางทีแม่งก็มีขีดจำกัด ก็น่าจะบ่งบอกวิธีคิดของนายใหญ่ได้เป็นอย่างดี 

มาถึงตรงนี้ ไม่รู้ว่าพรรค “ก้าวไกล” ตื่นหรือยัง หรือต้องการหลอกมวลชนของตัวเองอยู่ จนถูกล้อว่า ก้าวไปหลอกไป ทั้งที่ควรจะยอมรับความจริงที่ว่า พรรคเพื่อไทยมีแต้มเหนือกว่าทุกด้านในเกมนี้ ไม่ว่าจะเรื่องการชิงประธานสภาฯ เพราะมีพรรคการเมืองอื่นๆ ฝ่ายรัฐบาลหนุนหลัง ที่อาจลามเป็นโดมิโน วืดเก้าอี้นายกฯ ด้วย พร้อมเปลี่ยนธงไปเป็นฝ่ายค้าน ขอโอกาสครั้งหน้าได้เสียงเกิน 250 เสียง.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”