ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" การโหมโรงจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าโดย 8 พรรค จำนวน 312 เสียง ลงเอ็มโอยูผลักดันให้ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เป็นนายกฯ จะราบรื่นหรือถูกเทหรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่คอการเมืองติดตามและเอาใจช่วย แม้จะมีคำยืนยันจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่ยังไม่ค่อยเชื่อ เนื่องจากเงื่อนไขอุปสรรคของนายพิธามีมาก โดยเฉพาะปมหุ้นสื่อ ไอทีวี ที่นอกจากคุณสมบัติส่วนตัว คือ ส.ส. และ แคนดิเดตนายกฯ แล้ว ยังมองข้ามช็อตไปถึงขาดคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าและสมาชิกพรรคก้าวไกล และอาจลามกระทบไปถึงการรับรอง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อของพรรคส้มในการเลือกตั้งด้วย ส่งผลเลือกตั้งใหม่เฉพาะเขตของพรรคก้าวไกล หรือโมฆะทั้งหมด
๐ ในส่วนของปมเรื่องสถานะหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น มีการถกเถียงในมุมกฎหมายหลายแง่ อย่างเช่นอดีตเลขาฯ กกต. อย่าง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ส.ว. ให้ความเห็นแย้งว่า พ.ร.ป.พรรคการเมืองไม่ได้ห้ามหัวหน้าพรรคให้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 16, 24, 9 ดังนั้น จึงตีความได้ว่า การลงนามในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่กระทบว่าที่ ส.ส.คนอื่นๆ ในพรรคก้าวไกลใช่หรือไม่
แต่ก็ถูกแย้งโดย อ.คมสัน โพธิ์คง อดีตส.ส.ร. 50 ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั่วไป แต่ไม่ใช่กับพรรคก้าวไกล เพราะไปกำหนดข้อบังคับพรรคของตัวเองในเรื่องคุณสมบัติของสมาชิกพรรคในข้อ 12 (6) ให้มีความเข้มข้นกว่ามาตรฐานกลาง โดยระบุว่า "เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ" หรือยึดรัฐธรรมนูญทั้งมาตรา 98 มาใส่ทั้งหมด ฉะนั้นความเห็นของ "พ.ต.อ.จรุงวิทย์" จึงไม่อาจนำมาเป็นตัวอย่างเทียบเคียงได้
รวมทั้งหากดูเจตนารมณ์ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองในมาตรา 28 และ 29 ประกอบ ก็อนุญาตเฉพาะให้สมาชิกพรรคบริหารจัดการพรรคเท่านั้น ไม่อนุญาตให้คนนอกหรือผู้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเข้าไปสั่งการครอบงำพรรคแต่อย่างใด และข้อบังคับพรรคก้าวไกลที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่องการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ลงวันที่ 20 ส.ค.2563 ก็พบว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ อดีตเลขาฯ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ลงนามรับรองประกาศ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2563 นั่นเอง
สรุปงานนี้คงเป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องพิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทั้งนี้ หากพบก่อนประกาศรับรอง ส.ส. ก็เป็นอำนาจของ กกต.สั่งให้ระงับ และสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 132 แต่หากรับรองผล ส.ส.ไปก่อนแล้ว กกต.ก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ต่อไป ว่าจะผิดส่วนตัวหรือโยงทั้งพรรคใช่หรือไม่
๐ อีกมุมที่น่าเป็นห่วงบรรดาด้อมส้มในกลเกมการเมืองครั้งนี้ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “เร่งเกม?” โดยประเมินสถานการณ์ตั้งรัฐบาลที่ตีบตัน ไร้ทางออก แต่มีหนทางเดียวคือ พรรคเพื่อไทยนำ 141 เสียง ย้ายขั้วไปตั้งรัฐบาลกับฝ่าย 188 เสียง เพื่อแลกให้เจ้าของพรรคได้กลับบ้าน แต่พรรคเพื่อไทยต้องสูญเสียครั้งใหญ่ กลายเป็นพรรคตระบัดสัตย์ ทรยศประชาชน ส่อแนวโน้มถูกต่อต้านอย่างรุนแรง
สอดรับกับความไม่ชัดเจนของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ "ชั่วโมงข่าวเสาร์-อาทิตย์" ทางไทยพีบีเอส วันที่ 4 ม.ย. เมื่อถูกถามว่าหากสุดท้ายการจับมือกับพรรคก้าวไกลถึงทางตันเพราะ ส.ว.ไม่เอาด้วย โดยตอบว่า "การสลับขั้วถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหา แม้จะเป็นแนวทางที่ลำบาก เพราะประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ต้องหาทางออก และต้องคิดอย่างรอบคอบเมื่อสถานการณ์เดินไปถึงทางตัน ทั้ง 8 พรรค คงต้องหารือกัน จะไปต่อยังไง ถ้าจะปล่อยมือหมายความว่าไม่มีหนทางแล้ว ทุกฝ่ายเห็นว่าจะเลือกทางเดินที่ต่างกันคงเกิดขึ้นก็อาจเป็นได้ แต่เรายังไม่อยากให้ถึงจุดนั้น"
ตัดภาพมาชมนายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่าน facebook ส่วนตัว โดยช่วงหนึ่งกล่าวถึงพรรคการเมืองเสียงข้างน้อยในระบอบประชาธิปไตยตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ซึ่ง "เสธ.หิ" กล่าวว่า "ในระบอบประชาธิปไตย พรรคที่ได้คะแนนเสียงน้อย แต่สามารถรวมเสียงได้มาก ก็มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลได้ ในต่างประเทศก็มี ของไทยในอดีตก็มี สมัยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ ส.ส. 18 เสียง ก็ยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร" อ่านมาถึงตรงนี้ ทำไม คนใน รทสช.และบรรดาลุงๆ ถึงยังไม่ยอมแพ้.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”


