ทั้ง “ทักษิณ ชินวัตร” หรือแม้แต่ร่างแปลงอย่าง “โทนี่ วู้ดซัม” จะออกโรงออกแขกว่าด้วย การกลับประเทศไทยถี่ยิบมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 17 ปีก็ตามที แต่ไปๆ มาๆ ผู้ต้องคำพิพากษาจำคุกรายนี้ ก็ส่อเค้าจะเหมือนอีหรอบเดิมเสียแล้ว เพราะล่าสุดในการสัมภาษณ์ของบุตรสาวสุดสวาทที่ “ทักษิณ” หวังปั้นให้เป็นนายกฯ ในเครือตระกูลชินวัตรคนที่ 4 ต่อจากตัวเอง อาสาวและอาเขยนั้น เริ่มออกอาการล้อฟรีเสียแล้ว ...๐
โดย “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งทักษิณป่าวประกาศเองว่าจะเป็นผู้เซอร์ไพรส์เอฟซีทั้งหลายในการประกาศวัน-เวลาเหยียบผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมที่เป็นเดือนเกิดนั้น “อุ๊งอิ๊ง” ก็บอกแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “ต้องดูสถานการณ์ประกอบด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง กลับมาแล้วขณะนั้นเวลาเหมาะสมหรือไม่” และล่าสุดในวงข้าวที่ครอบครัวชินวัตรหารือกัน
ที่มี “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร” อดีตภรรยานายทักษิณนั่งหัวโต๊ะนั้น ก็เริ่มส่งเสียงเรื่องจะให้ “โทนี่” ทอดเวลากลับออกไปก่อน เพราะครอบครัวยังไม่มั่นใจว่าจะถูกหลอกหรือไม่ ที่สำคัญหากอยากกลับมาในปีนี้ก็ควรกลับหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสียก่อน ...๐
ในวงกินข้าวที่มีคุณหญิงพจมานเป็นโต้โผหลักนั้นยังมองไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีด้วย โดยไม่เห็นด้วยที่จะให้ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ ในขณะนี้ เพราะพรรษาทางการเมืองยังน้อย โดยมองว่ายังมีคนที่เหมาะสมกว่า ไม่ว่าจะเป็น “เศรษฐา ทวีสิน” หรือ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่ง ดูเหมือน “โทนี่” ก็พยักหน้าเห็นด้วยในปมนี้เช่นกัน แหม! นี่ผู้นำประเทศเขาสามารถเคาะสามารถชี้กันในวงข้าวในโรงแรมกันแล้วเหรอเนี่ย …๐
เอ่ยถึง “พิธา” แล้วไม่พูดถึงเรื่อง “หุ้นไอทีวี” ก็ไม่ได้ เพราะหลังจากปกปิดมิดเม้นมานาน เจ้าตัวก็ยอมรับแล้วว่าได้โอนหุ้นดังกล่าวให้ทายาทไปแล้ว ก่อนจะปั้นเหตุผลสวยหรูว่า เพราะเกรงกว่าอนาคตจะถูกนำมาตีความในเรื่องหุ้นการเป็นสื่อ หลังศาลปกครองสูงสุดจะมีการพิจารณาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีฟ้องร้องกับไอทีวีอยู่ ...๐
ต้องบอกว่า “กรรม” เป็นเครื่องส่อเจตนาจริงๆ ซึ่งกรณีของ “แดดดี้ทิม” นั้นก็ไม่ต่างจาก “พ่อฟ้า” หรือธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในการถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย จริงๆ ซึ่งเป็นการกระทำของตัวเองล้วนๆ ไม่มีใครไปหลอกไปแจกหรือไปยัดหุ้นใส่มือ ที่สำคัญดูเหมือนปมหุ้นไอทีวีแม้จะโอนหุ้นไปแล้วก็ยังมีคำถามคาราคาซังให้ต้องตีความอีกมาก โดยล่าสุด “ประพันธ์ คูณมี” ส.ว. ก็ได้ตั้งคำถามถึงการโอนหุ้นว่าทำไม 17 ปีไม่มีการดำเนินการให้เสร็จสิ้น พร้อมทั้งยกตัวอย่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 และมาตรา 1612 มาตั้งข้อสงสัยด้วย ...๐
นี่ยังไม่นับรวม อดีตลูกพรรคอย่าง “คารม พลพรกลาง” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ย้ายค่ายล่าสุดไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเคยถูกตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญในการถือหุ้นสื่อและรอดมาแล้ว ที่ฟันธงว่าอาการโคม่า เพราะการโอนหุ้นก็ยิ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจในการถือครองชัดเจน โดยคารมระบุชัดๆ แบบไม่ต้องตีความนั่นคือ ในทางกฎหมายผิดแน่นอนในเรื่องการถือหุ้น แต่ ต้องมาลุ้นกันต่อว่า “ไอทีวี” เป็นสื่อหรือไม่ ถ้าไม่ก็รอด แต่ถ้าเป็นก็ส่งเข้าเมรุเผาได้เลย ...๐
แล้วที่คนไม่ใช่ “ด้อมส้ม” แปลกใจเสียเหลือเกิน เพราะการหาเสียงของ “ก้าวไกล” ที่ชูเรื่องปราบโกง ปราบทุจริต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอไอปราบโกง โอเพ่นดาต้า หรือแม้แต่ให้รางวัลผู้แฉโกง แต่ทำไมในเรื่องหุ้นไอทีวีนี้กลับดำมืดสนิทซะขนาดนั้น สื่อมวลชนไล่ถามมาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องจนมาถึงเมื่อต้นสัปดาห์จึงเพิ่งถึงบางอ้อว่าได้โอนให้ทายาทเรียบร้อยแล้ว ไหนที่บอกว่า “โอเพ่น” แล้วยังไม่นับกรณีผู้ไปร้องเรียนเรื่องดังกล่าวอีก ถ้าหากนโยบายพรรคทำได้จริงไม่ขายฝันก็ควรขอบคุณและให้รางวัลมิใช่เหรอ แต่นี่กลับใช้บรรดาสาวกโจมตี หรือแม้แต่ผู้อยู่เหนือพรรคอย่าง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้ายังออกมาสำทับปั้นวาทกรรมซ้ำซากเรื่อง “นิติสงคราม” พร้อมระบุว่ามีการใช้กฎหมายและสื่อในการเตะตัดขาพิธาและพรรคก้าวไกลอีก พิโธ่! ถ้าไม่ทำตัวเองแล้วใครจะร้องได้เล่า ที่สำคัญสงสัย “อาจารย์ป๊อก” จะลืมไปว่าในการเมืองยุคนี้ คนที่คุมโซเชียลมีเดียและโลกออนไลน์ได้นั้นก็คือพรรคก้าวไกลมิใช่เหรอ หรือ งานนี้ต้องฝาก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ว่าที่ รมว.มหาดไทย เข้าไปช่วยดูหน่อยว่าทำไมเรื่องดังกล่าวถึงได้ปกปิดข้อมูลไม่ตรงปกว่าด้วยโอเพ่นดาต้าของพรรคเลย ...๐
นี่ยังไม่นับรวมการตายน้ำตื้นของ “พิธา” ที่ไปชูยี่ห้อเหล้าชุมชน พร้อมชวนสนับสนุนกันอีกนะ ที่อาจจะซ้ำรอยอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” ในการจัดรายการชิมไปบ่นไปก็ได้ ตอนนี้ก็ต้องจับตาดูว่าคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่มูลนิธิเมาแล้วขับ หรือบรรดาองค์กรสุขภาพทั้งหลายจะขยับ หรือ แหยงกับอิทธิฤทธิ์ของ “สีส้ม” จนต้องปล่อยผีเรื่องดังกล่าวแบบบกพร่องโดยสุจริตเหมือนใครบางคน ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ
บันทึกหน้า 4
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า
บันทึกหน้า 4
ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ
บันทึกหน้า 4
การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน
บันทึกหน้า 4
บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...
บันทึกหน้า 4
กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"


