ไม่ท้อถอย

กลับมาถึงประเทศไทย หลังไปทำภารกิจการเข้าประชุมด้านการสาธารณสุขระดับโลกที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ถึงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา  

ล่าสุดในวันที่ 5 ธ.ค. "เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ได้มาไหว้บิดา "ปู่จิ้น” นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรองนายกฯ อดีต รมว.มหาดไทย อดีต รมว.สาธารณสุข และอดีตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในวันพ่อแห่งชาติ   

โดยแต่งชุดขาวเพราะก่อนหน้าได้ร่วมคณะนายกฯ ในพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคมที่ท้องสนามหลวง เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

"เสี่ยหนู" เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ปู่จิ้น” คุณพ่อ ที่วันนี้อายุ 85 แล้วนั้น ไม่ใช่เป็นแค่บิดาผู้ให้กำเนิด แต่ยังเป็นเสมือนคุณครูที่สอนการใช้ชีวิตแบบลูกผู้ชาย ดูแลตัวเอง สอนการทำธุรกิจ และสอนงานการเมือง

"โดยเฉพาะการเป็นผู้ให้ที่ว่า “Giving hand is always above receiving hand.” มือผู้ให้ย่อมอยู่สูงกว่ามือผู้รับเสมอ" จากเพจ Wassana Nanuam ระบุไว้

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งจากแผ่นดินใหญ่จาก "ปู่จิ้น" ถ่ายทอดมาสู่ DNA ของ "อนุทิน" อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และรองนายกฯ ได้ยึดถือปฏิบัติตั้งแต่เกิดมาถึงปัจจุบันในวัย 55 ปี 

คือคำว่า "เหยิ่น" เป็นภาพตัวหนังสือจีน 2 ภาพ ประกอบกัน ตัวบนแทนภาพ "มีด" ตัวข้างล่างแทนคำว่า "หัวใจ" จึงกลายเป็นคำว่า "อดทน" 

ยังมีอีกคำคือ "หาญ หยั่ง" ถือเป็นสุภาษิตประจำตระกูล "ชาญวีรกูล" ซึ่งหมายถึงความสุขุม ที่มาพร้อมกับคำว่า อ่อนน้อม อ่อนโยน และไม่กระด้าง ซึ่งถือเป็นคำภีร์นำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่แค่คนในตระกูลนี้เท่านั้น แต่ประชาชนคนทั่วไปยังสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ 

คำสอนจากคุณพ่อจึงส่งผลให้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ไม่ท้อถอยกับทุกปัญหาที่เข้ามา โดยเฉพาะมหาวิกฤตโควิด-19 ในขณะนี้.  

 ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผิดพลาดกันได้

หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3

แม่บ้านเท่านั้นที่รู้

กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172

‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’

บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่

‘แม่กอดก่อน’

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ

ครบเครื่อง

ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ

พปชร.เด็กดี

ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง