
ตำแหน่งประธานสภาฯ ถือเป็นหมุดหมายแรกที่จะกำหนดว่าใครจะได้เป็นนายกฯ และ พรรคไหนได้เป็นรัฐบาล โดยขณะนี้ พรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ยุติ มีการโยนชื่อ "พ่อมดดำ" สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยขึ้นมา เนื่องจากเคยเป็น ศิษย์เก่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ามาพลิกเกม และคาดว่าจะจะถูกเสนอชื่อจากฝากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 188 เสียง
สอดรับกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส. พะเยา พปชร.ระบุว่า การเลือกประธานสภาฯเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. พร้อมขยายความว่า "ทุกพรรคมีโอกาสเสนอหมด และไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคที่มีเสียงข้างมาก เช่น ยุคนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภา พรรคพลังประชารัฐก็เป็นคนเสนอ"
ฉะนั้น ใครจะได้เป็นประธานสภาฯ อาจไม่ใช่จากพรรคอันดับหนึ่ง ก็เป็นได้ใช่หรือไม่ ก็คงทราบกันไม่เกินวันที่ 6 ก.ค.นี้
สำหรับขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯ ที่จะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 โดยสังเขป
การเลือกประธานสภาและรองประธานสภาครั้งแรก ให้เลขาธิการเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในที่ประชุมเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา
การเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุม ภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มีการอภิปราย (ถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอชื่อ หลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ ให้ประธานประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกต่อที่ประชุม) ในส่วนของประธานสภาฯ ก็ใช้แนวทางเดียวกัน
เมื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาได้แล้ว ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป
มีข้อสังเกตหากมีการเสนอชื่อแข่งประธานสภาฯหลายคนให้ลงคะแนนลับ ดังนั้นอาจเห็นรายการเพื่อนรักหักเลี่ยมโหดเกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นโหวตเลือกประธานสภาฯก็เป็นได้
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถก‘คสช.’
อยู่ในช่วงลุยทำงานกันขะมักเขม้นสำหรับ “รัฐบาลอนุทิน 2” โดยเฉพาะ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่มีภารกิจและวาระการประชุมขับเคลื่อนงานด้านต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
‘รมต.ก็ต้องต่อคิว’
ขึ้นชื่อเรื่องของ “ปากท้อง” และ “ของอร่อย” ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ การได้กลับบ้านเกิดไปหาของอร่อยรับประทาน ย่อมเป็นความสุขสุดยอดของทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งระดับ “รัฐมนตรี”
ยกโมเดลอังกฤษ
นอกจากทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายให้รัฐบาลแล้ว "อ.ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังมักนำเสนอความรู้ด้านกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก "ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt" อย่างต่อเนื่อง
นาทีชีวิต
การเมืองไทยเมื่อไม่นานนี้ข่าวจับจ้องไปที่ "บิ๊กสุริยะ" สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทำเอาคนในทำเนียบรัฐบาลและข้าราชการซอยราชดำเนินใจหายใจคว่ำกันเป็นแถว เมื่อจู่ๆ
‘ระวังเก้าอี้ลื่น’
เริ่มต้นสัปดาห์ที่มีการประชุมวุฒิสภาตามปกติในเช้าวันจันทร์ ซึ่งแต่ละฝ่ายได้ทำงานให้เต็มที่ เหล่า สว.ก็เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภาทั้ง 2 คน ได้ผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่กัน
มุ่งสร้าง ‘ยุติธรรม’
พร้อมลุยงานด้วยความมุ่งมั่น สำหรับหญิงแกร่งคนนี้ “เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ลูกไม้ใต้ต้น ทายาทสายตรงของ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ตอนนี้กำลังลุยภารกิจด้านการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

