เรียกว่าเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” กันเลยทีเดียว ในวันคล้ายวันเกิด “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีครบ 74 ปี เมื่อ บุตรสุดสวาทอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์รูปและข้อความในโลกออนไลน์ระบุว่า “พ่อจะกลับมาแล้ว วันที่ 10 สิงหาคมนี้ที่สนามบินดอนเมือง” เรียกว่าเป็นความชัดเจนครั้งแรกของ “โทนี่ วู้ดซัม” เลยก็ว่าได้ในการประกาศวันเวลาและสถานที่ เพราะตลอดระยะเวลาที่พร่ำว่าจะกลับมาประเทศไทยนั้น ก็มักไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนถึงขนาดนี้ ...๐
งานนี้ก็เล่นเอา วงการเมืองต้องตีความกันจ้าละหวั่นว่า “ทักษิณ” เอาความมั่นใจมาจากไหนในการกลับประเทศไทยเพื่อมากราบแผ่นดินอีกครั้ง เพราะแม้ “อุ๊งอิ๊ง” จะระบุว่า “การตัดสินใจกลับบ้านครั้งนี้
เป็นสิ่งที่คุณพ่อพูดอย่างจริงจังต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2565 แม้จะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แต่คำนึงถึงอย่างที่สุด ต่อความสบายใจ และกังวล ห่วงใยของทุกคน” และ อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง “อุ๊งอิ๊ง” และ “ทักษิณ” ที่เอ่ยผ่านช่องทางต่างๆ นั้น ระบุว่าจะรอให้มีรัฐบาลใหม่ถือกำเนิดเกิดมาเสียก่อน เพราะไม่อยากเป็นแรงกระเพื่อมทางการเมือง แต่แล้ว “ทักษิณ” กลับประกาศวันเวลาที่ชัดเจนในขณะที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นยังชักเย่อทางการเมืองและทางกฎหมายอยู่เลย ...๐
จึงไม่แปลกใจแต่ประการใดที่ข่าว “ดีลลับฮ่องกง” ที่เอ่ยอ้างชื่อทั้ง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือแม้แต่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า กลายเป็นประเด็นเมาธ์มอยในแวดวงสภากาแฟอย่างเมามัน แม้ล่าสุด “เงาพ่อฟ้า” อย่าง “พรรณิการ์ วานิช” จะออกมาชี้แจงแทนว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว โดย “ตี๋ทอน” ยังอยู่ในประเทศไทย และใน กทม. แต่ดูเหมือนเสียง สภากาแฟจะบอกว่าไม่น่าเชื่อถือเท่าใด เพราะทำไมเจ้าตัวไม่ออกมาชี้แจงหรือแม้แต่แสดงตัวปักหมุดอะไรเทือกนี้ ต่างจากกรณี “ลุงป้อม” ที่ยังนั่งเป็นประธานการประชุม กกท. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ อยู่เลย ...๐
แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปอีกก็คือ “ชัยธวัช ตุลาธน” ส.ส.บัญชีรายชื่อและ เลขาธิการพรรคก้าวไกล ที่เป็นอดีตผู้จัดการรัฐบาล 8 พรรค ที่กล้าพูดเต็มปากว่าการกลับมาของ “ทักษิณ” เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล โธ่! ขนาด “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” หรือแม้แต่ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ยังวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวว่าเกี่ยวโยงกับการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลเลย แต่อดีตผู้จัดการรัฐบาลกลับปากหนักบอกว่าไม่เกี่ยวได้ จึงไม่แปลกใจที่ในเกมการเมืองและในเกมกฎหมาย “ก้าวไกล” ถึงหัวทิ่มหัวตำมาโดยตลอด เพราะไปเชื่อฟังแต่ “ไอดอลทางจิตวิญญาณ” จากสำนักฝรั่งเศสจนจะเป็นเศษฝรั่งอยู่รอมร่อ นี่ถ้าฟังกันขนาดนี้ก็ ควรจะเชื้อเชิญ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดนที่ลี้ภัยอยู่เมืองน้ำหอมมานั่งเป็นที่ปรึกษาได้แล้ว เพราะล่าสุดก็พร่ำเพ้อไปไกลว่าต้องปฏิวัติเหมือนฝรั่งเศสปี 1789 ไปโน่นแล้ว ...๐
การประกาศกลับมาของ “ทักษิณ” ต้องเรียกว่าสะท้านสะเทือนทุกวงการทีเดียว แต่ ดูเหมือน “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ประกาศปล่อยวางทางการเมืองไปแล้วจะไม่ยี่หระหรือสนใจแต่ประการใด เพราะ “ลุงตู่” บอกว่า ไม่รู้ ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยรู้จากข่าวเท่านั้น รวมทั้งยังไม่รู้ว่าติดต่อใครอย่างไรด้วย เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้แม้ “พล.อ.ประยุทธ์” จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีก็ตามที แต่เรื่องนี้ก็ถือเป็นอำนาจเต็มของ “ลุงตู่” ที่จะต้องดูและบริหารจัดการด้วย ...๐
ที่น่าสนใจเข้าไปอีก ที่ไม่รู้ว่าจะดีลลับฮ่องกง หรือดีลลับลังกาวี คือ ท่าทีของ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์ 2 ของพรรคเพื่อไทย ที่น้องสาวแม้วอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นผู้ส่งเข้าประกวด เริ่มออกอาการลังเลในการก้าวขึ้นเป็นนายกฯ เสียแล้ว เพราะกำลังประเมินท่าทีรัฐบาลที่จะจัดตั้งอยู่ว่า “หวย” จะออกแบบใด จะออกรูป 8 พรรคเดิม หรือมีการเขย่าเลขใหม่ โดยหากจับแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่นั้น “พ่อค้าขายบ้าน” ก็อาจโบกมืออำลาเก้าอี้ผู้นำคนที่ 30 ก็ได้ เพราะประเมินแล้วว่าจะอยู่ได้ไม่ยาวจากบรรดาม็อบ ที่สำคัญอาจสะเทือนไปถึง “แสนสิริ” ที่เพิ่งเปิดแบรนด์บ้านเดี่ยวเศรษฐสิริ 10 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 2.19 หมื่นล้านบาทก็เป็นได้ แหม! อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่แต่อย่างใด แต่ที่แน่ๆ ส้มนายกฯ อาจหล่นไปอยู่ที่เบอร์ 3 อย่าง “ชัยเกษม นิติสิริ” ที่เรียกว่าซ้ายหันหรือขวาหันก็ได้ครับพ้ม ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


