บันทึกหน้า 4

แล้วก็เป็นไปตามคาดที่ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ “โทนี่ วู้ดซัม” ไม่ได้นอนคุกแม้แต่คืนเดียว เพราะหลังจากเข้าเรือนจำกรุงเทพมหานครได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องมีการหามมาส่งที่โรงพยาบาลตำรวจกันในช่วงดึกดื่น และต้องรอรักษาตัวอยู่ที่ห้องรอยัล สูท หมายเลข 1401 ซึ่งงานนี้สังคมก็ได้แต่มึนงง เพราะ “พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ” นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ออกมาชี้แจงว่าห้องดังกล่าวไม่ใช่วีวีไอพีแต่ประการใด เป็นชั้นเดิมที่เคยใช้เป็นพื้นที่กักตัวผู้ป่วยโควิด-19 และปัจจุบันเครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ ต้องใช้พัดลม 2 ตัวระบายอากาศแทน ...๐

โอ้แม่เจ้า! ห้องพักของ “ทักษิณ” ไม่ได้ติดแอร์ บอกไปใครจะเชื่อ เพราะขนาด ตอนเจ้าหน้าที่ ตม.รับตัวมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังเห็น “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำ “ธาษิณ” พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ วัยกว่า 3 เดือนไปให้คุณตาทักษิณอุ้ม แล้วโพสต์รูปลงอินสตาแกรมอยู่เลย ถามว่าถ้าไม่ใช่ระดับวีวีไอพีเขาทำกันแบบนี้ได้ไหม เพราะนอกจากไม่ต้องใส่เครื่องพันธนาการแล้ว ยังมีลูกมีหลานคอยตามประกบด้วย ...๐

งานนี้จึงไม่แปลกที่จะมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบ รวมถึงเรียกร้องความเท่าเทียมกันเกิดขึ้น ไล่มาตั้งแต่ “นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์” ที่เขียนถึงหนังสือกรมราชทัณฑ์ สอบถามเรื่อง ขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจอาการนักโทษชาย “ทักษิณ ชินวัตร” และตามมาด้วย “ศรีสุวรรณ จรรยา” แกนนำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ที่เตรียมไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ถึงกรณี “อภิสิทธิ์” ต่างๆ ที่พี่โทนี่ได้ต่างจากนักโทษทั่วไป ...๐

แล้วก็เหมือน “รัฐบาลข้ามขั้ว” จะพ่นพิษ เพราะขนาด “ภัทรพงศ์ ศุภักษร” หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ที่เชียร์ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” และ “พรรคก้าวไกล” ยังเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการยุติธรรม เพื่อขอให้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับราชทัณฑ์กับ “ทักษิณ” อย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับการบังคับใช้กับประชาชนทั่วไป ตอนนี้ก็ต้องรอดูว่า ตัวของพรรค ก.ก.ที่ไม่เผาผีกับพรรคเพื่อไทยแล้ว จะมีการขยับแข้งขยับขาเรื่องดังกล่าวหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะตัวตึงที่เคยแฉเรื่องตั๋วช้างหรือเรื่องกรมราชทัณฑ์อย่าง “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” และ “รังสิมันต์ โรม” ว่าจะกล้าเปิดศึกอย่างแท้จริงหรือไม่อย่างไร ...๐

พูดถึงรัฐบาลข้ามขั้ว ไม่พูดถึงคณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 ก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนโผปล่อยที่ออกมาในรอบแรกนั้น เรียกว่าเป็นการโยนหินถามทางอย่างมาก โดยเฉพาะ “เศรษฐา” ที่นอกจากนั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แล้ว ยังมีข่าวว่าควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย งานนี้บรรดาแมงเมาธ์ก็นินทากันให้แซ่ดว่า หากอยากอายุสั้นก็ควบตำแหน่งดังกล่าว แต่หากอยู่ยาวๆ ก็ควรหลีกทางให้คนในพรรคเสียจะดีกว่า เพราะอย่าลืมเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย เนื่องจาก “ขุนคลัง” นั้น ดูแลทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ ซึ่ง “เสี่ยนิด” นั้นก็มีหุ้นแสนสิริอยู่ แม้ตอนนี้จะโอนให้ลูกไปแล้วก็ตาม การเข้าไปข้องไปเกี่ยวในเรื่องนโยบายตลาดทุนตลาดเงิน ซึ่งเป็นทั้งผู้เล่นและผู้กำกับนั้น ก็บอกได้คำเดียวหมิ่นเหม่จะเหยียบเส้นยาแดงผ่าแปด ...๐

ส่วนชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่บอกว่าเป็น “สุทิน คลังแสง” นั้น ก็ไม่รู้ตั้งใจหรือไม่อย่างไร เพราะขนาดเจ้าตัวยังปล่อยมุกออกมาว่าอาจเป็นเพราะนามสกุลเลยทำให้ได้คุมกระทรวงดังกล่าว แหม! อยากเตือนพรรคเพื่อไทยว่า ในพรรคก็มีอดีตนายพล รวมทั้งผู้มีอาวุโสหลายคนที่เหมาะสมกว่ามิใช่หรืออย่างไร อย่าลืมว่าแม้เสียงรัฐประหารจะจืดจางลงแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูตายเสียทีเดียว ยิ่งเอาคนที่เรียกว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องมาตะเบ๊ะแบบลำบากใจ ก็อาจทำให้รัฐนาวาเศรษฐาปลิวก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้ ...๐

แล้วก็ขำอย่างมากที่ตอนนี้บรรดา “ดอมส้ม” ทั้งหลายออกมาเรียกร้องการทำนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ แหม! ตอนที่ตัวเองมี นายกฯ ทิพย์อย่าง “พิธา” นั้น แต่ละเรื่องก็ยกชักแม่น้ำทั้งห้าอ้างโน่นอ้างนี่ แล้วนี่จะไม่ให้ “เพื่อไทย” เล่นบทชักเย่อบ้างเหรอ แล้วที่สำคัญนโยบายของเพื่อไทยนั้นเขาก็ไม่ได้บอกทำทันที อย่างแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาทนั้น เขาก็บอกแจกช่วงปลายปี 2566 ต่อต้นปี 2567 ส่วนนโยบายค่าแรง 600 บาท ก็ก่อนปี 2570 มีแต่นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทนั่นแลที่จะทำทันที แหม ไม่ต้องทุกสายก็ได้นะพ่อคุณเศรษฐา เอาแค่สายสีเขียวที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังให้เบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำ 20 บาทประเดิมก่อนก็แล้วกัน จะได้รู้ว่านโยบายหาเสียงนั้นไม่ใช่แค่การขายฝัน ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว