ต้องบอกว่าเป็น “โศกนาฏกรรม” ที่ไม่น่าเกิดขึ้น สำหรับเหตุการณ์เด็กชายวัย 14 ปีใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในห้างดังอย่าง “สยามพารากอน” จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเป็นทั้งคนไทยและต่างประเทศ งานนี้ “รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ทีมยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารกรุงไทย และนักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ ได้ ตั้งคำถามและวิเคราะห์ปมปัญหาได้น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำสิ่งที่มีกลไกเดียวกันกับปืนและกระสุนมาจากไหน ที่สำคัญ “ดร.นุช” ยัง ตั้งข้อสังเกตไว้ให้น่าคิดด้วย ในเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” ที่สังคมต้องหันกลับมาทบทวนกันอย่างจริงจังด้วย โดยเฉพาะเรื่องการมีขอบเขต รวมทั้งไม่ควรเอาเรื่องของ “อายุ” มากำหนดการกระทำที่เกิดขึ้น ...๐
ดร.นุชยังเอ่ยอ้างไปถึงเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องกฎเกณฑ์ เหมือนคำโบราณที่ว่า “รักวัวให้ผูก ให้ลูกให้ตี” นั่นแล แต่ดูเหมือนในปัจจุบันพอมีคำว่า “สิทธิมนุษยชน” เข้ามา เลยทำให้ทั้งผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ก็ไม่กล้าที่จะขีดกฎขีดเส้นหรือตีบุตรหลาน เพราะกลัวว่าจะมีข้อหาตามมา ซึ่งถ้าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป เคสพารากอนครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในรัฐนาวาเศรษฐา อย่างที่เจ้าตัวประกาศไว้บนเวทีก่อนเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “SCBX NEXT TECH เทคคอมมูนิตี้แห่งโลกอนาคต” อย่างแน่นอน ...๐
แม้ “นายกฯ นิด” จะกระตือรือร้นในเรื่องดังกล่าว โดยต่อสายโทรหาทูตจากลาวและเมียนมา รวมทั้งจะเดินทางไปพบทูตจีนเพื่อขอโทษและแสดงความเสียใจในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่กลับทำให้ สภากาแฟวิพากษ์วิจารณ์กันระงมว่าเป็นการเลือกที่รักมักที่ชังหรือเปล่า เพราะ “ลาว-เมียนมา” แค่โทรศัพท์ไปขอโทษขอโพย ในขณะที่ “จีน” นอกจากโทรไปหาแล้วยังนัดขอโทษแบบพบปะเจอหน้า หรือเพราะ “จีน” เป็นประเทศใหญ่ แต่ “ลาว-เมียนมา” เป็นแค่ไก่รองบ่อนหรืออย่างไร ...๐
นี่ยังไม่นับเรื่องตลกว่าด้วย การเรียก “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. เข้าหรือในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง “เศรษฐา” ระบุว่าได้พูดคุยเกี่ยวกับมาตรการยกระดับของกฎหมายในการครอบครองปืน หรือความง่ายในการครอบครองอาวุธปืน รวมทั้งยังระบุไปถึงในฐานะขุนคลังที่ดูแลกรมศุลกากรอยู่ต้องเข้มงวดในการนำเข้าปืนที่เป็นช่องโหว่ในการนำปืนนอกเข้ามา พิโธ่! ไม่รู้ว่า “เสี่ยนิด” ไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ เพราะเรื่องใบอนุญาตพกปืนนั้น นอกจาก สตช.แล้ว คนที่ดูแลคือกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่ดันหารือกับแค่ “บิ๊กต่อ” ไม่เรียก “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยเข้ามาหารือด้วย หรือกลัวว่า “เสี่ยหนู” จะได้กันจ๊ะ อย่าลืมว่า ใบ ป.3, ใบ ป.4 และใบ ป.12 มหาดไทยเขาเป็นเจ้าภาพหลักเสียด้วยซ้ำ ...๐
แล้วอย่างที่รู้ๆ กันมานานนมแล้วว่า “อาวุธ” ในการก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ ส่วนใหญ่ก็เป็น “อาวุธเถื่อน” หรือไม่มีใบอนุญาตทั้งนั้น การจะเข้มงวดนำเข้าอย่างถูกกฎหมายนับจากนี้ก็เรียกว่าแค่ผักชีโรยหน้าเท่านั้น เพราะการแก้ไขที่แท้จริงคือการต้องปราบปรามอาวุธเถื่อนให้หมดไป โดยก่อนหน้านี้ ครม.ยุคลุงตู่ก็ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” อดีต รมว.มท. เสนอไว้แล้วเมื่อ 14 มี.ค.2566 นำกฎหมายมาปัดฝุ่นและเร่งเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อบังคับใช้กันต่อไปจะดีกว่า ...๐
แล้วขำไม่ออกอีกเรื่องคือ บทบาทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาตินั้นคืออะไรกันแน่ เห็นมีการประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันอังคารที่แล้ว ซึ่ง หลังประชุม นายกฯ ก็เดินใส่สูทที่ทำจากผ้าขาวม้า ในขณะที่รองประธานอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” ก็นำผ้าขาวม้ามาคาดเอวกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมแค่นั้นก็เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” แล้ว ที่งงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปอีกคือ การเปิดงาน “SCBX NEXT TECH” ที่สยามพารากอน ก็เห็น “อุ๊งอิ๊ง” โผล่ไปร่วมกับนายกฯ ด้วย ตกลงแล้วยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติคือการลอยหน้าลอยตาออกงานอีเวนต์ให้ถ่ายรูปให้เป็นกระแสเช่นนั้นหรือจ๊ะ ดูเหมือน “เศรษฐา” จะสะกดคำว่ากาลเทศะไม่ค่อยเป็นเท่าใดนัก ซึ่งก็เข้าใจไม่ยาก เพราะขนาดเช่าเหมาลำเครื่องบินไปประชุมยูเอ็นที่สหรัฐอเมริกายังหนีบลูกสาว และเพื่ออุ๊งอิ๊งไปมาแล้ว แม้จะอ้างว่าเขาจ่ายค่าตั๋วเองก็ตาม แต่คำว่า “คณะผู้นำประเทศ” นั้น เขาไม่รวมลูกและเพื่อนเจ้านายตัวจริงนะพ่อคุณ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ฮือฮาสนั่นสภา! หลังปล่อยชื่อย่อ "ภ" นักการเมืองดังมีเอี่ยวคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ที่วันศุกร์นี้เจ้ากระทรวงยุติธรรม "พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์" จะนำทีมดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ปฏิบัติการทลายเครือข่ายชักชวนลงทุน Forex เถื่อน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าเป็น “พุธแห่งการเดินทาง” จริงๆ เพราะยามนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บินลัดฟ้าไปสู่แดนหมีขาว เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่ง “นายกฯ หนู” คงได้กระทบไหล่กับ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียในเร็วๆ นี้
บันทึกหน้า 4
กระทรวงมหาดไทย (มท.) ยุติศึกขัดแย้งภายใน จ.ภูเก็ต โดยโยก นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ "รองฯ ซีฟู้ด" (ชื่อเล่น "กุ้ง") รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา
บันทึกหน้า 4
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้
บันทึกหน้า 4
ขอบันทึกกราบถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากหัวใจของประชาชนคนหนึ่ง ขอพระองค์เสด็จสู่สุคติ พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป
บันทึกหน้า 4
เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง


