บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็น “โศกนาฏกรรม” ที่ไม่น่าเกิดขึ้น สำหรับเหตุการณ์เด็กชายวัย 14 ปีใช้อาวุธปืนกราดยิงประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในห้างดังอย่าง “สยามพารากอน” จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเป็นทั้งคนไทยและต่างประเทศ งานนี้ “รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ทีมยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารกรุงไทย และนักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ ได้ ตั้งคำถามและวิเคราะห์ปมปัญหาได้น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำสิ่งที่มีกลไกเดียวกันกับปืนและกระสุนมาจากไหน ที่สำคัญ “ดร.นุช” ยัง ตั้งข้อสังเกตไว้ให้น่าคิดด้วย ในเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” ที่สังคมต้องหันกลับมาทบทวนกันอย่างจริงจังด้วย โดยเฉพาะเรื่องการมีขอบเขต รวมทั้งไม่ควรเอาเรื่องของ “อายุ” มากำหนดการกระทำที่เกิดขึ้น ...๐

ดร.นุชยังเอ่ยอ้างไปถึงเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องกฎเกณฑ์ เหมือนคำโบราณที่ว่า “รักวัวให้ผูก ให้ลูกให้ตี” นั่นแล แต่ดูเหมือนในปัจจุบันพอมีคำว่า “สิทธิมนุษยชน” เข้ามา เลยทำให้ทั้งผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ก็ไม่กล้าที่จะขีดกฎขีดเส้นหรือตีบุตรหลาน เพราะกลัวว่าจะมีข้อหาตามมา ซึ่งถ้าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป เคสพารากอนครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในรัฐนาวาเศรษฐา อย่างที่เจ้าตัวประกาศไว้บนเวทีก่อนเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “SCBX NEXT TECH เทคคอมมูนิตี้แห่งโลกอนาคต” อย่างแน่นอน ...๐

 แม้ “นายกฯ นิด” จะกระตือรือร้นในเรื่องดังกล่าว โดยต่อสายโทรหาทูตจากลาวและเมียนมา รวมทั้งจะเดินทางไปพบทูตจีนเพื่อขอโทษและแสดงความเสียใจในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่กลับทำให้ สภากาแฟวิพากษ์วิจารณ์กันระงมว่าเป็นการเลือกที่รักมักที่ชังหรือเปล่า เพราะ “ลาว-เมียนมา” แค่โทรศัพท์ไปขอโทษขอโพย ในขณะที่ “จีน” นอกจากโทรไปหาแล้วยังนัดขอโทษแบบพบปะเจอหน้า หรือเพราะ “จีน” เป็นประเทศใหญ่ แต่ “ลาว-เมียนมา” เป็นแค่ไก่รองบ่อนหรืออย่างไร ...๐

นี่ยังไม่นับเรื่องตลกว่าด้วย การเรียก “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. เข้าหรือในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง “เศรษฐา” ระบุว่าได้พูดคุยเกี่ยวกับมาตรการยกระดับของกฎหมายในการครอบครองปืน หรือความง่ายในการครอบครองอาวุธปืน รวมทั้งยังระบุไปถึงในฐานะขุนคลังที่ดูแลกรมศุลกากรอยู่ต้องเข้มงวดในการนำเข้าปืนที่เป็นช่องโหว่ในการนำปืนนอกเข้ามา พิโธ่! ไม่รู้ว่า “เสี่ยนิด” ไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ เพราะเรื่องใบอนุญาตพกปืนนั้น นอกจาก สตช.แล้ว คนที่ดูแลคือกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่ดันหารือกับแค่ “บิ๊กต่อ” ไม่เรียก “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยเข้ามาหารือด้วย หรือกลัวว่า “เสี่ยหนู” จะได้กันจ๊ะ อย่าลืมว่า ใบ ป.3, ใบ ป.4 และใบ ป.12 มหาดไทยเขาเป็นเจ้าภาพหลักเสียด้วยซ้ำ ...๐

แล้วอย่างที่รู้ๆ กันมานานนมแล้วว่า “อาวุธ” ในการก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ ส่วนใหญ่ก็เป็น “อาวุธเถื่อน” หรือไม่มีใบอนุญาตทั้งนั้น การจะเข้มงวดนำเข้าอย่างถูกกฎหมายนับจากนี้ก็เรียกว่าแค่ผักชีโรยหน้าเท่านั้น เพราะการแก้ไขที่แท้จริงคือการต้องปราบปรามอาวุธเถื่อนให้หมดไป โดยก่อนหน้านี้ ครม.ยุคลุงตู่ก็ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” อดีต รมว.มท. เสนอไว้แล้วเมื่อ 14 มี.ค.2566 นำกฎหมายมาปัดฝุ่นและเร่งเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อบังคับใช้กันต่อไปจะดีกว่า ...๐

 แล้วขำไม่ออกอีกเรื่องคือ บทบาทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาตินั้นคืออะไรกันแน่ เห็นมีการประชุมครั้งแรกไปเมื่อวันอังคารที่แล้ว ซึ่ง หลังประชุม นายกฯ ก็เดินใส่สูทที่ทำจากผ้าขาวม้า ในขณะที่รองประธานอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” ก็นำผ้าขาวม้ามาคาดเอวกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมแค่นั้นก็เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” แล้ว ที่งงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปอีกคือ การเปิดงาน “SCBX NEXT TECH” ที่สยามพารากอน ก็เห็น “อุ๊งอิ๊ง” โผล่ไปร่วมกับนายกฯ ด้วย ตกลงแล้วยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติคือการลอยหน้าลอยตาออกงานอีเวนต์ให้ถ่ายรูปให้เป็นกระแสเช่นนั้นหรือจ๊ะ ดูเหมือน “เศรษฐา” จะสะกดคำว่ากาลเทศะไม่ค่อยเป็นเท่าใดนัก ซึ่งก็เข้าใจไม่ยาก เพราะขนาดเช่าเหมาลำเครื่องบินไปประชุมยูเอ็นที่สหรัฐอเมริกายังหนีบลูกสาว และเพื่ออุ๊งอิ๊งไปมาแล้ว แม้จะอ้างว่าเขาจ่ายค่าตั๋วเองก็ตาม แต่คำว่า “คณะผู้นำประเทศ” นั้น เขาไม่รวมลูกและเพื่อนเจ้านายตัวจริงนะพ่อคุณ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม