บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

แม้จะมีการเพิกถอนรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ที่มีความผิดปกติกว่าห้าพันรายชื่อ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อขยายผลแล้ว แต่สังคมและฝ่ายค้านยังคงจับตาการทำงานอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามคือกระบวนการนี้จะเป็นเพียงการจัดการกับระดับปฏิบัติการหรือจะสามารถสาวลึกไปถึงตัวการใหญ่ได้จริง

หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาครั้งนี้อยู่ที่ความกล้าหาญในการจัดการกับผู้มีอิทธิพลและกลุ่มบ้านใหญ่ที่พัวพันกับการโกงสอบ หากการทำงานของภาครัฐยังหยุดอยู่แค่การเพิกถอนชื่อข้าราชการท้องถิ่นโดยไม่แตะต้องผู้บงการระดับสูง ทั้งที่เป็นข้าราชการระดับบิ๊กหรือนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง ก็จะสะท้อนว่าระบบอุปถัมภ์ยังคงมีอำนาจเหนือกระบวนการยุติธรรม

“วรศิษฎ์” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องแสดงให้เห็นว่าหากหัวไม่ขยับหางก็ไม่กระดิก การทุจริตเชิงโครงสร้างเช่นนี้จะถูกกวาดล้างอย่างถึงรากถึงโคนโดยไม่มีเว้นวรรคให้แก่ผู้มีอำนาจหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากระบบอุปถัมภ์ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นในระบบราชการไทยให้กลับมาโปร่งใสอีกครั้ง

๐ ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาการแพร่ระบาดของอาวุธปืนที่นำไปสู่เหตุอาชญากรรมร้ายแรงในพื้นที่สาธารณะ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องเร่งสังคายนากฎหมายและมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปัญหาการครอบครองอาวุธปืนในไทยไม่ได้มาจากความจำเป็นในการป้องกันตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากค่านิยมที่ผิดเพี้ยนและการบริหารจัดการของภาครัฐที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาวุธได้โดยง่าย ทั้งระบบการออกใบอนุญาตที่มีกระแสข่าวการเรียกรับสินบน และโครงการปืนสวัสดิการที่กลายเป็นช่องทางให้ปืนราคาถูกหลุดเข้าสู่ตลาดมืด

“อนุทิน” จำเป็นต้องผลักดันมาตรการที่จริงจังเพื่อตัดวงจรเหล่านี้ โดยต้องเริ่มจากการยกเลิกโครงการจัดซื้อปืนสวัสดิการอย่างเด็ดขาดเพื่อปิดช่องโหว่ในการขายต่อ รวมถึงต้องมีการจัดระเบียบร้านค้าอาวุธปืนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

การแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของนายกรัฐมนตรีในการควบคุมอาวุธปืน จะเป็นหลักประกันว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอย และเป็นการแก้ปัญหาความมั่นคงควบคู่ไปกับการจัดระเบียบสังคมไทยให้ปลอดภัยมากขึ้นในระยะยาว ซึ่งความสำเร็จทั้งในเรื่องการปราบโกงสอบและการคุมอาวุธปืนนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าจะสามารถกวาดล้างภัยคุกคามทางสังคมได้อย่างถาวรหรือไม่

๐ สมรภูมิการเมืองนอกสภาผ่านเกมกีฬาครั้งนี้มีความดุเดือดไม่แพ้สนามเลือกตั้ง เมื่อกระแสข่าวสะพัดว่า "งูเขียว" จากเมืองโอ่งมังกรเตรียมเลื้อยซบ "ค่ายน้ำเงิน" ผ่านดีลการพบกันระหว่าง เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งบุรีรัมย์ กับ บุญยิ่ง นิติกาญจนา ในแมตช์อุ่นเครื่องไทยลีก หากการย้ายขั้วนี้เกิดขึ้นจริง ย่อมถูกมองว่าเป็นเกม "เอาคืน" ทางการเมืองครั้งสำคัญ หลังจากที่ผ่านมาเคยเกิดประเด็นร้อนแรงเรื่องสูตรผสมขั้วอำนาจระหว่างสีส้ม สีเขียว และสีแดงมาแล้ว

งานนี้บอกได้เลยว่า ครูใหญ่ไม่หมู เพราะการดึง สส. ในมือหลักสิบชีวิตเข้ามาอยู่ในอาณัติ ไม่ใช่แค่การสะสมกำลังพลธรรมดา แต่เป็นการเดินเกมรุกกระชับอำนาจที่เหนือชั้น เพื่อเปลี่ยนเกมในสภาให้พรรคภูมิใจไทยกุมความได้เปรียบเบ็ดเสร็จ

การขยับตัวแต่ละครั้งของบ้านใหญ่บุรีรัมย์จึงเต็มไปด้วยชั้นเชิงและประสบการณ์เคี่ยวกรำทางการเมือง ที่พร้อมเปลี่ยนกระดานจากฝ่ายตั้งรับให้กลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทันทีที่เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลา.

 

เสือดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

บันทึกหน้า 4

ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว

บันทึกหน้า 4

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โหมกระหน่ำอย่างหนักในช่วงนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริงทางการเมือง แต่เป็นเพียงเกมจิตวิทยาและสงครามข่าวสารที่ถูกขับเคลื่อนจากสองทางหลัก คือกลุ่มคนนอกที่ไม่ชอบรัฐบาล พยายามดิสเครดิตเพื่อสร้างความสั่นคลอน และ สส.บางกลุ่มในพรรคสีน้ำเงินที่กระหายเก้าอี้กระทรวง