ต้องบอกว่ารัฐนาวาของพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายใต้การนำของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็น “รัฐบาลลักปิดลักเปิด” ไม่มีความแน่นอนและน่าเชื่อถือเอาเสียเลย ดูได้จากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เพราะบอกตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งยันเป็นรัฐบาลและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็บอกเองแท้ๆ ว่าเป็น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากการบริหารของ “ลุงตู่” มากว่า 9 ปี ต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะเพื่อนบ้านเราไปไหนต่อไหนกันแล้ว ...๐
แต่นี่บริหารประเทศนับตั้งแต่ 11 ก.ย. จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำเสียที ที่สำคัญยังมีการโยนหินถามทางมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของผู้ควรได้ รวมถึงเวลาแจก แล้วที่ขำไม่ออกคือ “เศรษฐา” ที่นั่งเป็นนายกฯ และขุนคลังเอง ก็ไม่สามารถตอบอะไรในเรื่องเหล่านี้ให้ชัดแจ้งแถลงไขแต่ประการใด บอกแต่ให้รอเดี๋ยวจะมีการแถลงอย่างชัดเจนอีกครั้ง ตกลงแล้วมาตรการนี้เป็นมาตรการเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเป็นนโยบายหว่านพืชหวังผลในการเลือกตั้งครั้งหน้ากันแน่ ...๐
แล้วก็ นึกว่าจะมีแต่ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่เกิดอาการชักเข้าชักออกเท่านั้น ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี “เศรษฐา” นั่งเป็นประธาน และมีคู่บุญทำหน้าที่กำกับอย่าง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็มีข่าวออกมาว่าคลอด 4 มาตรการในการบริหารจัดการข้าวเปลือก โดยใช้วงเงินกว่า 69,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งมาตรการที่ล้อจำนำข้าว ประกันข้าว รวมถึงนโยบายแจกอีกแล้ว แต่ยังไม่ข้ามวันดี มาตรการเหล่านี้ “สหายอ้วน” กลับบอกว่ายังไม่เคาะ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อน ทั้งที่ฤดูกาลมาถึงแล้ว เรียกว่าไม่ต่างจาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่ต้องร้องเพลงรอต่อไปเรื่อยๆ นั่นแล ...๐
หันมาดูเรื่องกฎบัตรกฎหมายกันบ้าง เพราะดูเหมือนพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะ “รอมฎอน ปันจอร์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เป็นหัวหอกนำในการเสนอร่างกฎหมายเพื่อยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นในเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 เมื่อเวลา 16.00 น. มีผู้แสดงความคิดเห็นแล้ว 46,566 คน โดยเห็นด้วยกับการยุบ 27.95% ไม่เห็นด้วยมากถึง 71.48% และงดออกเสียง 0.57% ซึ่งก็ ต้องบอกว่ากฎหมายน่าจะล่มปากอ่าวเสียแล้ว โดยไม่ต้องหวังพึ่ง “เศรษฐา” เซ็นอนุมัติ เพราะเป็นกฎหมายการเงินที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อให้ สส.ก้าวไกลได้ด่าทหารและ กอ.รมน.ฟรีๆ ...๐
ที่สำคัญก็ไม่เห็นบรรดาแกนนำพรรคก้าวไกลไล่มาตั้งแต่หัวหน้าพรรคจนถึงเลขาธิการพรรค หรือแม้แต่ “ตัวตึง” ทั้งหลายจะออกมาพิรี้พิไรกับกฎหมายตัวนี้สักเท่าไหร่ ที่สำคัญสังคมยังคงตั้งคำถามแบบให้บรรดาชาวส้มทั้งหลายตอบด้วยว่า การเสนอกฎหมายแก้โน่น ยุบนี่นั้น ทำไมต้องมีผลประโยชน์กับคนในพรรคเสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่การจะรื้อกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จนมาถึงการนิรโทษกรรม และล่าสุดการยุบ กอ.รมน.นั้น หากทำจริงตามที่พรรค ก.ก.เสนอ ผลประโยชน์ส่วนใหญ่นั้นคงไม่ใช่ตกที่ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำหรอก แต่ผลประโยชน์ตกกับผู้ทรงเกียรติก้าวไกลที่มีคดีค้างคาอยู่ต่างหาก ตกลงแล้วการแก้สารพัดกฎหมายทำเพื่อใครกันแน่จ๊ะ ...๐
ห่างหายไปนานสำหรับชื่อของ “พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์” รอง ผบ.ตร. ที่เคยเข้าชิงดำเก้าอี้ ผบ.ตร. เนื่องจากมีอาวุโสอันดับ 1 โดย ชื่อของ “บิ๊กรอย” ก็คัมแบ็กมาอีกครั้งในการนั่งแท่นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแทน “พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม” เลขาธิการ สมช. ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2566 ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีชื่อของ “บิ๊กรอย” จะมาเสียบตั้งแต่ก่อนเลือก ผบ.ตร.แล้ว แต่ที่ไม่รู้จะขำหรือจะปวดกบาลดีก็คือ “นายกฯ นิด” ที่ยังกั๊กท่าบอกให้รอในวันที่ 7 พ.ย. จะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งนั้น และเมื่อถามว่าจะเป็นลูกหม้อใน สมช.หรือไม่อย่างไร นายกฯ ก็บอกว่าเดี๋ยวขอพูดคุยกันอีกที ...๐
ตกลงแล้วสังคมเริ่มกังขาว่า “นายกฯ” ตอบอะไรได้บ้าง เพราะแต่ละเรื่องแต่ละเคสก็บอกให้รอ ให้ประชุม ให้สะเด็ดน้ำ อ้าว แล้วที่ผ่านมาที่เรียกบรรดาบิ๊กข้าราชการระดับสูงต่างๆ เข้าไปหารือ ทั้งผู้ว่าฯ ธปท.เอย ผบ.ตร.เอย พร้อมระบุว่าจะเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่มีแค่วงเล็ก 4-5 คนพอ ไม่ต้องรอคณะใหญ่ให้เสียเวลา หมายความว่าอย่างไรกันจ๊ะ หรือเพราะ รูปแบบเอกชนแบบล็อบบี้ยิสต์ เจอวีวีไอพีชั้น 14 รพ.ตำรวจติติงมา เลยทำให้ตอนนี้ไม่รู้ ไม่ทราบ ขอความชัดเจนจากสัญญาณก่อนหรือพ่อคุณ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


