สุดท้ายจนจ่อ "เรื่องแจก"

รัฐบาลเพื่อไทยนี่ ดูๆ ไปแล้ว ถนัดอยู่ ๒ อย่าง

คือ "แก้" กับ "แจก"

เรื่องแจก ๕ แสนล้าน อุตส่าห์ "นั่งแช่ง-นอนแช่ง" ทุกวันให้เศรษฐกิจมันวิกฤต จะได้ "กู้มาแจก"

แต่แม่งเอ้ย...ฟ้าดินไม่เป็นใจกูเล้ยยย

เมื่้อวาน (๒๗ พ.ย.๖๖) "ปลัดกระทรวงพาณิชย์" แถลง

"เดือน ต.ค." ส่งออกขยายตัวตั้ง ๘% มูลค่า ๒๓,๕๗๘ ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม!

เซ็งเป็ดไปเลย

ครั้นจะตีขลุมคุย ว่านี่ "ฝีมือรัฐบาล" ก็กระดากเมีย เพราะวันก่อน ให้สัมภาษณ์จ๋อยๆ

"เศรษฐกิจไทยแย่และแย่มากด้วย ฉะนั้น ต้องกู้มาแจกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ"

เมื่อเศรษฐกิจไม่วิกฤต รัฐบาลเพื่อไทยก็เลยวิกฤตแทน! ที่หวังกู้ กลายเป็น "ไอ้หวังตายแน่"

ที่คุยว่า "เพื่อไทยหาเงินได้-ใช้เงินเป็น" ก็กลายเป็น "หาเงินไม่ได้-ไปไม่เป็น"

ดังนั้น ช่วงนี้ รัฐบาลออกจะจ๋อยๆ เรื่องแจก

ในเมื่อหันไปทางกู้ ก็คุกรออยู่

หันไปทางวิกฤต เศรษฐกิจก็กำลังติดเทอร์โบ

เพราะ "ภาคส่งออก" ดีขึ้น

"ภาคการบริการ" สภาพัฒน์ก็ยืนยันว่าดีขึ้น

มีห่วยด้านเดียว คือ "การลงทุนภาครัฐ"!

เมื่อ "พระสยามเทวาธิราช" ไม่เป็นใจ ครั้นจะหักด่านไอ้เสือโหย ใช้อำนาจรัฐบาล ออก พ.ร.ก.กู้ ๕ แสนล้านมาก่อน สภาเปิดค่อยนำ พ.ร.ก.เข้าสภา

ก็ได้แต่ "ปากกล้า-ขาสั่้น".....

เพราะรู้ ว่าผิดทั้งรัฐธรรมนูญ ผิดทั้งเงื่อนไขนโยบายหาเสียงที่แจ้งไว้กับ กกต. ผิดทั้งกฎหมายงบประมาณ ผิดทั้ง พ.ร.บ.การเงิน-การคลัง

ไอ้เสือหิว-เสือโหย เลยต้องถอย

เลี่ยงไปอ้างจะออก พ.ร.บ.กู้ โดย "รู้ทั้งรู้" ว่ามันไม่ผ่านแน่

แต่หนทางนี้ ใช้เป็นข้ออ้าง "เลี่ยงเกี๊ยะ" ชาวบ้านปากระบาลได้ดีที่สุด!

ต้องขอบคุณ ๒ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ "ดร.วิรไท สันติประภพ และ ดร.ธาริษา วัฒนเกส"

รวมทั้งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปัจจุบัน "เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" พร้อมด้วย "คณาจารย์เศรษฐศาสตร์" กว่า ๙๙ ท่าน

ที่เป็นหนามงิ้วทิ่มทวาร "รัฐบาลเศรษฐา" จนผวากึ่งกล้า-กึ่งกลัว ที่จะ "กู้ ๕.๖ แสนล้าน" มาแจก

รัฐบาลยังไม่ได้บอกว่า "ล้มเลิกโครงการ" นะ

เพียงแต่ผมนั่งทางใน "จับอาการ" ดูเท่านั้นว่า "ผวาจนหำหด"

เพราะขืนดันทุรังกู้มาแจก ไม่เพียงเศรษฐา

ทั้ง ครม.นั่นแหละ ได้เข้าไปตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น" อยู่ในคุกแน่!

ไม่เชื่อก็คอยดู ๑๒ ธันวา.นี้ "รัฐสภา" ก็เปิดสมัยประชุมแล้ว

แต่ป่านนี้ยังไม่รู้เลย ที่บอกจะส่งข้อซักถามเรื่องกู้ ๕ แสนล้านให้กฤษฎีกาวิสัชนานั้น ตอนนี้ส่งไปหรือยัง?

เซย์ซะว่า "ส่งไปแล้ว" แต่ก็ตอบไม่ได้ว่ากฤษฎีกาท่านจะประชุมวันไหน เรื่องอยู่ในวาระที่เท่าไหร่?

แล้วจะยื่น พ.ร.บ.กู้ให้สภาพิจารณาวันไหน-เดือนไหนก็ยังกำหนดไม่ได้

แต่หน่อแนว มันเห็นแน่ๆ ว่า "กฤษฎีกา" ไม่เป็น "ตรายางแม้ว" ให้รัฐบาลแน่ ในเรื่องนี้!

ที่สำคัญ ถึงตอนโหวต พรรคร่วม อย่างภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ เขาจะยอมเอากระดูกแขวนคอ โดยเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ด้วยหรือ?

โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการพลังงาน "คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ท่านเป็นผู้พิพากษาเก่า "อ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายเป็น"

ตัวท่านอยู่ในระดับ "พอมีกินไปมื้อๆ" แต่จนระดับท่านก็ยังจนไม่ถึงขั้น "จนจุ่น-จนจ่อ"

จึงไม่อยู่ในเงื่อนไข ผู้จะได้รับแจก ๑ หมื่นด้วย

แล้วท่านจะยอมติดคุก เพื่อให้ "เพื่อไทย" กู้มาแจกตามสัญญาหาเสียงงั้นหรือ?

ยิ่งรัฐมนตรีมหาดไทย "คุณอนุทิน ชาญวีรกูล" ด้วยแล้ว เห็นพูดยิ้มๆ แบบ "อะไรก็ได้" อย่างนั้นเถอะ

"ล้ำลึก-ทันคน" สมัย ๓ ก๊ก ต้องยกให้ "สุมาอี้"

แต่สมัย "๓ นายกฯ" ทักษิณ-เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง" ต้องยกให้ "อนุทิน"         !

"สุมาอี้" มีคติประจำตัวว่า "คนเราต้องทำใจให้สงบเข้าไว้ จึงจะนอนหลับฝันดีได้”

ผมดูท่าทางรัฐมนตรีอนุทิน ท่านต้อง "นอนหลับ-ฝันดี" ทุกคืนแน่ๆ จึงดู "สบายอก-สบายใจ" ไม่ว่าวันมามาก-มาน้อย

ตรงข้ามกับ "ขงเบ้ง-โจโฉ" ทั้งวัน-ทั้งคืน ไม่เป็นอันหลับ-อันนอน เอาแต่คร่ำเคร่ง-คร่ำคิดแต่เรื่องจะรบ จะออกอุบาย จะแย่งชิง จะเอาชนะกันยังไง?

แล้วเห็นมั้ย ทั้งขงเบ้ง ทั้งโจโฉ ทั้งเล่าปี่ จนตาย ก็ไม่เคยมี "ฝันดี" กับเขา

ต่างกับ "สุมาอี้" ซึ่งกินได้-นอนหลับ "ฝันดีทุกคืน" อายุยืนอยู่ถึง ๔ ชั่วคนของตระกูลโจ คือ "โจโฉ โจผี โจยอย โจฮอง"

และ "ขงเบ้ง" ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร

ชีวิตก็ต้องสิ้นสุดลงด้วยความล้ำลึกของคน "นอนหลับ-ฝันดี" ที่ชื่อ "สุมาอี้คนนี้แหละ!

-ชีวิตที่ยังอยู่ ก็คือ ชัยชนะ  

-หาเงินได้ก็แค่ เรื่องสนุก

-ยศ ตำแหน่ง ก็แค่ของชั่วคราว

-สุขภาพที่ดี นั้นคือ ชัยชนะที่แท้จริง

ผมจำมาจากเพจ "หนุ่มหน้าหนากับม้าแปดตัว" นายกฯ เศรษฐากับคนตระกูลชิน จะจำไป "ปรับทัศนคติ" ใช้บ้างก็ได้

ว่าไปแล้ว คติสุมาอี้ ก็หลัก "โลกธรรม ๘ ประการ" โดยแท้!

เนี่ย.....

เมื่อ "แจก" ทำท่าจะจนจ่อ รัฐบาลเศรษฐา ก็เลี่้ยงไปเล่นบท "แก้"

วันนี้แหละมั้ง (๒๘ พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล "นายกฯ เศรษฐา" จะเปิดโครงการเฟส ๒ เรื่อง "แก้หนี้นอกระบบ"

เห็นบอกว่า เรื่องหนี้นอกระบบ รัฐบาลยกเป็น "วาระแห่งชาติ" เลยเชียวแหละ!

เรื่อง "แก้" นี่ รัฐบาลเพื่อไทยถนัดพอกะเรื่อง "แจก" ถึงขั้นมีนโยบายว่า                  

"ติดคน-แก้ที่คน" คือ ข้าราชการคนไหนไม่สนองนโยบาย ย้ายดะ

"ติดกฎหมาย-แก้กฎหมาย" คือ กฎหมายฉบับไหนเป็นอุปสรรคต่อความต้องการจะทำของเพื่อไทย

ต้อง "แก้กฎหมาย" ฉบับนั้น

ทำยังกะกฎหมายเป็น "กรวยจราจร" อยากได้ที่จอดตรงไหน ก็ยกไปตั้งกันท่าไว้ ไม่ต้องการให้ใครมาจอดตรงไหน ก็ยกไปตั้ง "หวงก้าง" ไว้

เพราะอย่างนั้น จึงเห็น ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลทำอยู่ ๒ เรื่องนี้เท่านั้น คือกู้มาแจก กับพยายามแก้กฎหมาย

วันนี้...แก้หนี้

สภาเปิด...แก้รัฐธรรมนูญ แก้ พ.ร.บ.ประชามติ แก้กฎหมายอาญา แก้ทุกอย่างที่ขวางหน้า

ระวัง อย่าเผลอไป "แก้ผ้า" ก็แล้วกัน!

ขืนแก้ผ้า จะไล่ไปตั้งรัฐบาลกะ "ก้าวไกล" กรุ๊ปเลือดจะได้กลมกลืน!

"เพื่อไทย" นี่ เรื่องเล็กๆ เกี่ยวกับเงินจะ "ไม่"

สนใจแต่เรื่องใหญ่ๆ เกี่ยวกับเงินและชาวบ้านเพื่้อการเลือกตั้ง

ก็ "คิดใหญ่-ทำเป็น" เหมือนตอนยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ

เสื้อแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" ให้ ปี ๕๓ ทักษิณวิดีโอคอล บัญชาการมาจากต่างประเทศเลยเชียวว่า

"ให้พี่น้องต่างจังหวัด ไปที่ศาลากลาง กทม. ผมอยากฝากบอกคนเสื้อแดงทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรุนแรงกับพี่น้องคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ พี่น้องเสื้อแดงต่างจังหวัดไปที่ศาลากลางกันให้เต็มที่...."

สัญญาณ "เผา" นั่นแหละ

พอเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล ปี ๕๕ ยิ่งลักษณ์กลับควักเงินหลวง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท สมนาคุณให้ "เสื้อแดง"

อ้างเป็นค่าเยียวยา "ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองปี ๒๕๔๘-๒๕๕๓"!

เรื่องรัฐบาลจะ "แก้หนี้นอกระบบ" ให้ชาวบ้านนั้น ฟังดูดี

แต่ลองคิดให้ดีซิ....

นั่นคือวิธีการ "แก้ปัญหาหนี้" ที่ต้นเหตุ

หรือเป็นการสร้างนิสัย "มักได้-เคยตัว" ให้ทุกคนไปกู้หนี้-ยืมสินกันหนักยิ่งขึ้นต่อๆ ไป

ด้วยทัศนคติใหม่ว่า "กู้เอาไว้ก่อนไม่เป็นไร ใครมาเป็นรัฐบาล เดี๋ยวเขาก็มาหาเสียงแล้วจัดการให้เอง"!

เคยตัวกันมาตั้งแต่สมัย "เงินกองทุนหมู่บ้าน" ยุคทักษิณโน่นแล้ว

ทุกหมู่บ้าน ทุกคนกู้หมด เวียนกันค้ำ-เวียนกันกู้ ใครไม่กู้ก็เสียเปรียบและเป็นคนโง่

เพราะทุกคนรู้ ทั้งหัวคะแนน ทั้ง สส.รัฐบาล พยักพเยิดเป็นที่รู้กัน เอาไปเถอะ รัฐบาลให้ กู้แล้ว "ชักดาบ" ไปเลย ไม่ต้องใช้คืน

ชาวบ้านก็เลยเสพติด "เงินกู้-เงินแจก" ด้วยเข้าใจตรงกันว่า "เงินหลวง-ชักดาบ" ได้ "รัฐบาลขยิบตาให้"

อย่างครู อย่างพวกเงินสวัสดิการ เงินสหกรณ์อะไรต่างๆ ผมเคยถามเขาว่า ทำไมครูถึงต้องเป็นหนี้ทุกคน?

เขาบอก "มีสิทธิ์กู้ ทุกคนเขาก็กู้กัน เราก็ต้องกู้ ไม่งั้นเสียเปรียบ"

ทุกวันนี้ การเมืองทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ถนอมรักษา "ความจน" ไว้ เพราะการเลือกตั้ง สอนให้เขารู้ว่า

"ความจน" เป็น "ของมีค่า" ใช้แลกเงินได้ ใช้เป็นอุปกรณ์สร้างงาน ว่าด้วยการ "รับจ้างม็อบ" ได้

คนส่วนหนึ่ง ไม่คิดทำมาหากิน คิดแต่เพียงว่า "รวมตัวไปร้องรัฐ เดี๋ยวก็ได้เงิน"!

จึงเกิดอาชีพม็อบ รับจ้างนำม็อบ รับจ้างร้องเรียน รับจ้างเดินขบวน คนไทยกลายเป็นคน "สำออย-สำอาง" เอะอะอ้างจน อ้างสิทธิมนุษยชน อ้างเรียกร้องความเป็นธรรม

แล้วรัฐบาลก็เข้าไป "อุ้ม" ด้วยหวังคะแนนเสียง!

มันไปไม่รอดหรอก แบบนี้

ไม่ใช่แค่รัฐบาลนะ ประเทศชาตินั่นแหละ

ลองใครมาเป็นรัฐบาล ก็ประจบ-เอาใจชาวบ้านไปทุกเรื่อง ทั้งที่บางเรื่อง "มันไม่ใช่เรื่อง" ก็เอามาใส่บ่า ให้ "คนเสียภาษี" แบก!

เห็นที ต้องให้ "แป้ง นาโหนด" มาเป็นนายกฯ ซะละมั้ง

เพราะ "หาเงินได้-ใช้เงินเป็น"

แถมล่องหนได้ เศรษฐาอายเค้ามั้ยล่ะ?.

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุฬา-อุเทน' คนเท่ากัน!

"โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย" ที่เป็น "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย" ย่านปทุมวัน ขณะนี้