กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
โดยดีเอสไอประเดิมคดีนี้ข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นสารตั้งต้น เนื่องจากพยานหลักฐานพบพฤติการณ์ชัดเจนว่า กลุ่มขบวนการนี้อาศัยช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียในการชักชวน เชิญชวน และโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ซึ่งดีเอสไอยังเตรียมกางตาข่ายกฎหมายทุกฉบับที่มีในมือเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแชร์ลูกโซ่ หรือ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา
ขณะที่ตัวละครหลักอย่าง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “ป้อม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ฟิล์ม-นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตดาราดังยังคงปิดปากเงียบสนิท ไร้เงาการประสานงานเข้าชี้แจงเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์กับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์แต่อย่างใด ปล่อยให้คณะพนักงานสอบสวนลุยลากเครื่องสแกนเร่งสอบปากคำเหยื่อที่ดาหน้าเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นหางว่าว
ไล่เรียงปฏิบัติการลุยตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลของ ดีเอสไอ ร่วมกับ ตำรวจไซเบอร์ หรือกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดแผนประทุษกรรมโครงข่ายแชร์ลูกโซ่ไฮเทคยุคใหม่
จากการสืบสวนเชิงลึกยาวนานกว่า 6 เดือน พบว่าเครือข่ายนี้ไม่ได้ทำงานแบบสะเปะสะปะ แต่แบ่งโครงสร้างออกเป็น สามทหารเสือ อย่างเป็นระบบรัดกุม กลุ่มแรกคือ กลุ่มโบรกเกอร์ที่จัดตั้งแพลตฟอร์มขึ้นมาอ้างการจดทะเบียนในต่างประเทศ กลุ่มที่สองคือ กลุ่มผู้ชักชวนหรือไอบี ที่คอยทำหน้าที่สร้างโปรไฟล์หรูหรา เปิดคอร์สสอนเทรด แสดงพอร์ตที่มีกำไรสูงเพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อ และกลุ่มที่สาม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญคือ กลุ่มระบบรับชำระเงิน หรือ เพย์เมนต์เกตเวย์ ที่จดทะเบียนบังหน้าเป็นนิติบุคคล คอยทำหน้าที่รับส่งเงินสดและแปลงสภาพให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการฟอกเงินอย่างรวดเร็ว
ซึ่งมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากการแกะรอยพบว่าพุ่งทะลุไปถึงหลายพันล้านบาท มีเหยื่อที่ตกเป็นผู้เสียหายลงทะเบียนร้องทุกข์แล้วไม่ต่ำกว่า 500 ราย และรายที่เสียหายหนักที่สุดรายเดียวโดนโกงไปสูงถึง 70 ล้านบาทเลยทีเดียว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งหนังสือยืนยันชัดเจนแล้วว่า ไม่เคยมีการออกใบอนุญาต ประกอบธุรกิจฟอเร็กซ์ ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลทั่วไปในประเทศไทยแม้แต่รายเดียว
ทั้งนี้ หากมองไป จุดตาย ของคดีนี้คือหลักฐานการแกะรอย เส้นทางการเงิน จากกลุ่มระบบรับชำระเงินที่ไหลไปเชื่อมโยงกับ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 ของพรรคประชาชน โดยพยานหลักฐานระบุชัดเจนว่า กระแสเงินสดของกลุ่มโบรกเกอร์เถื่อนได้ถูกโอนผ่านนิติบุคคล 2 ทอด โดยเริ่มโอนออกจากบริษัท ALPFX ส่งต่อไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของ สส.ภาวุธ โดยตรง พฤติการณ์การทำธุรกรรมครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างยิ่งยวด เพราะพบว่ามีการโอนเงินยอดกลมๆ ครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้งภายในวันเดียวกันในช่วงเดือน ก.ค.2567 รวมเป็นเงินทั้งสิ้นสูงถึง 28 ล้านบาท การโอนเงินจำนวนหลายล้านบาทผ่านบริษัทเข้าสู่บัญชีบุคคลธรรมดาโดยใช้เวลาห่างกันเพียงไม่กี่นาทีเช่นนี้ แตกต่างจากการรับเงินเดือนหรือรับเงินปันผลทางธุรกิจตามปกติทั่วไปอย่างสิ้นเชิง พนักงานสืบสวนจึงจำเป็นต้องตั้งประเด็นสงสัย และตั้งเรื่องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินก้อนนี้
นอกจากเส้นเงินของ สส.ค่ายส้ม แล้ว พยานหลักฐานยังปรากฏชื่อของ ฟิล์ม-รัฐภูมิ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ขับเคลื่อนและที่ปรึกษาให้กับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ 2 แห่ง
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสืบสวนระบุชัดว่า เครือข่ายเส้นทางการเงินของ สส.ภาวุธ และ ฟิล์ม-รัฐภูมิ จัดเป็นคนละกลุ่มและเป็นคนละส่วนกันในเชิงโครงสร้างคดี โดยปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานเส้นเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เชื่อมโยงไปถึง ฟิล์ม-รัฐภูมิ แต่อย่างใด ซึ่งในชั้นนี้ดีเอสไอก็ยังคงยึดหลักความเป็นธรรม โดยระบุว่าทั้ง 2 คนยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา เป็นเพียงบุคคลที่ปรากฏชื่อในเส้นเงินและพยานหลักฐาน ซึ่งพนักงานสอบสวนพร้อมเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมนำส่งเอกสารพยานหลักฐานยืนยันแหล่งที่มาของเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อไป
ท่ามกลางกระแสพายุโหมใส่ “ภาวุธ” ได้รีบโพสต์ข้อความผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงสังคมทันควัน ยืนยันความบริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่ สแกมเมอร์ หรือธุรกิจสีเทาข้ามชาติใดๆ พร้อมแจงยิบรายละเอียด ยอดเงิน 28 ล้านบาท ตัวปัญหาที่โอนเข้ามานั้น ไม่ใช่เงินจาก ระบบฟอเร็กซ์ แต่เป็น ธุรกรรม ที่เกิดขึ้นจากการที่ตนเองเปิดพอร์ตเก็งกำไรทองคำออนไลน์ หรือ Gold Trading ผ่านตัวแทนของ QRS เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมฝากถอนเงินตามปกติธรรมดาของลูกค้าทั่วไป และสุดท้ายประสบปัญหาขาดทุนจนต้องหยุดลงทุนไปนานแล้ว และพร้อมจะเข้าไปชี้แจงข้อมูลกับดีเอสไออย่างตรงไปตรงมา
แต่คำชี้แจงดังกล่าวกลับต้องเผชิญกับหลักฐานที่ทำเอาดิ้นได้ยากขึ้น เมื่อมีคลิปวิดีโอปริศนาโผล่ว่อนบนโลกโซเชียลมีเดียในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในคลิปปรากฏภาพของ สส.ภาวุธ กำลังพูดคุยแชร์ประสบการณ์เทรดส่วนตัวผ่านระบบของ QRS Global ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โบรกเกอร์ หลักที่ถูก ดีเอสไอ ขึ้น บัญชีดำ ว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอเร็กซ์เถื่อนในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นในคลิปวิดีโอเจ้าตัวยังระบุชัดเจนว่าได้รับแต้มสะสม หรือ Reward Points จากยอดการเทรดส่วนตัวเพื่อนำไปแลกเป็นทริปเดินทางท่องเที่ยวสุดหรูไปยังปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพยานหลักฐานภาพและเสียงชิ้นนี้ขัดแย้งกับคำยืนยันก่อนหน้านี้ของเจ้าตัวอย่างรุนแรงว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับฟอเร็กซ์ แม้ สส.ภาวุธ จะพยายามออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงการสัมภาษณ์แชร์เทคนิคการดูกราฟทองคำทั่วไปในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง ไม่เคยทำหน้าที่เป็นผู้สอนหรือโฆษณาเชิญชวนให้คนมาสมัครเทรดก็ตาม แต่นี่คือหลักฐานชั้นดีที่จะนำไปสู่การขยายข้อมูลในคดีนี้มากขึ้น
แต่ที่มากไปกว่านั้น นั่นคือการเปิดความจริง และสิ่งที่ สส.ภาวุธ ต้องทำในเวลานี้ไม่ใช่เพียงการโพสต์ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย แต่คือการ กางสมุดบัญชีธนาคาร และ พยานหลักฐาน การซื้อขายทองคำในอดีตมาสยบตัวเลข 28 ล้านบาท ที่โอนถี่ยิบ 14 ครั้งให้ได้ เพราะในโลกของกฎหมายและการตรวจสอบการฟอกเงิน พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และตัวเลขในสเตทเมนต์ธนาคารคือสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ความจริงได้ เพราะหากไม่รีบ ชนักติดหลังใหญ่รอบนี้ อาจไม่พ้นตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’
มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน
คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต

