อย่างนี้สิถึงเรียกว่า “นักการเมือง” ของแท้ เพราะเห็น ลีลาการตอบคำถามของ “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในระหว่างการสัมมนาพรรคที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ก็ต้องบอกว่า “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชิดช้ายไปเลย เพราะการพลิ้วไหวในคำพูดของ “อุ๊งอิ๊ง” นั้น ต้องบอกว่าแทบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ หรือแม้กระทั่งเรื่องนิรโทษกรรม ...๐
โดยในประเด็นเรื่องนิรโทษกรรมนั้น ซึ่งมีตัวละครสำคัญอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” บิดาอุ๊งอิ๊งที่ยังรักษาตัวอยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ (หรือเปล่า) ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขในการกำหนดกรอบของคำว่านิรโทษกรรม ซึ่ง “แพทองธาร” ก็ระบุว่า “เราต้องหาจุดที่หยุดความขัดแย้งของทุกคนอย่างแท้จริง และเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมต้องมีการพูดคุยกันต่อในรายละเอียด ...คิดว่าไม่เกี่ยว เพราะนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ และอย่างวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ก็ไม่มีการพระราชทานอภัยโทษเกิดขึ้น วันนี้วันที่ 6 ธ.ค.แล้ว” พิโธ่! ใครฟังก็คงคล้อยตามกันไปหมด จนลืมประเด็นสำคัญที่ต้องถามถึงแม้ “แพทองธาร” จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับบุคคลคือ คดีโกงและคดีทุจริตควรอยู่ในการนิรโทษกรรมหรือไม่ และที่สำคัญจะอ้างว่าวันที่ 5 ธ.ค. ไม่มีชื่อพระราชอภัยโทษอีกก็ไม่ได้ เพราะ อย่าลืมว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2566 เพิ่งมีพระบรมราชโองการอภัยโทษให้ไปแล้ว จากการจำคุก 8 ปีมาเหลือจำคุกแค่ 1 ปี และที่สำคัญจนป่านนี้คนชื่อ “ทักษิณ” ยังไม่เคยเข้าไปนอนในคุกแม้แต่วันเดียว ...๐
ส่วนเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์” โดยเฉพาะ เรื่องงบประมาณ 5,164 ล้านบาท ที่จะใช้ใน 11 อุตสาหกรรม ซึ่ง “เศรษฐา” เล่นให้สัมภาษณ์สวมบทขึงขังว่าทบทวนเรื่องความจำเป็น เพราะเป็นงบที่สูงนั้น “ว่าที่นายกฯ หญิงคนที่สอง” ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติกล่าวว่า “งบประมาณจบแล้ว จากนี้ต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มีเศรษฐาเป็นประธาน จากนั้นส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยงบที่ตั้งเป็นเอกชน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมเสนอ เราไม่ได้ของบเพิ่ม แต่เป็นงบประมาณที่แต่ละกระทรวงมีอยู่แล้ว และนำมารวมกัน ตัวเลขนี้รัฐบาลก็ไม่ได้เป็นคนคิดขึ้นมา แต่เป็นการร่วมกันทำงานระหว่างผู้รู้จริงคือภาคเอกชน ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก” พระเจ้าจอร์จ! เอกชนเคาะเงินภาษีของคนทั้งประเทศได้ด้วย นี่เป็น การบริหารชาติแนวใหม่หรืออย่างไร ที่เอกชนคิดแต่รัฐบาลเป็นผู้ควักเงินจ่าย แล้วที่ตลกไม่ออกเข้าไปอีก เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” มาชี้แจงเรื่องสาดสงกรานต์ทั้งเดือน โดยบอกว่า “ตีความกันไปเอง และอยากจะให้มูฟออนจากคำนิยามเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ได้แล้ว เรากำลังทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อพัฒนาประเทศไปถึงจุดที่ยิ่งใหญ่อลังการ” ...๐
แหม! นี่ถ้าไม่รู้ว่า “เศรษฐา” และ “แพทองธาร” อยู่พรรคเพื่อไทยเหมือนกันคงได้แต่ขำกลิ้ง เพราะคนหนึ่งก็พยาบามบอกสังคมว่าประเทศวิกฤตหนักหนา ในขณะที่อีกคนก็ใช้เงินอย่างมันมือเหมือนเป็นเงินส่วนตัวแล้วก็ฝันทำเรื่องยิ่งใหญ่อลังการอีกต่างหาก ซึ่งก็ เรียกว่าไม่ต่างจาก “เจ๊แจ๋น” พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ออกมาปลุกผี “กระเช้าขึ้นภูกระดึง” จ.เลย จำเป็นต้องทำ เพราะยุคนี้เศรษฐกิจตกต่ำ เลยต้องสร้างเพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว! แต่ที่สังคมสงสัยกันอย่างมากก็คือ ในการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกที่ จ.หนองบัวลำภูนั้น ตกลงมีการอนุมัติเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่อย่างไร เพราะดูเหมือน “พวงเพ็ชร” จะย้ำนักย้ำหนาว่ามีการอนุมัติ ในขณะที่รัฐมนตรีรวมถึงทีมโฆษกรัฐบาลต่างเหมือนอมบอระเพ็ดไม่มีใครเอ่ยอ้างแต่ประการใด ...๐
เรียกว่า “กระเช้าอลเวง” ไม่ต่างจาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” แต่ประการใด ที่ “เศรษฐา” ซึ่งสวมหัวโขนทั้งนายกฯ และขุนคลัง ที่พูดไปคนละทางกับคนปฏิบัติอย่าง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.การคลังแบบไปคนละเรื่อง โดยตรงกันเพียงเรื่องเดียวคือสัปดาห์นี้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาแน่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแค่คำถาม หรือร่างกฎหมาย ซึ่งก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป เพราะตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 วันแล้ว ซึ่งล่าสุด “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ แต่ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้เสนอให้ถาม 2 ช่วง เพราะหากเล่นมัดมือชกถามแบบรวดเดียวที่ยึดตามที่ “เสี่ยนิด” ให้สัมภาษณ์คือ ส่งร่างกฎหมายไปเลย ก็อาจเป็นเหมือนที่ “อาจารย์วิษณุ” บอกนั่นแลว่า วันหนึ่งจะมีคดีไปถึงศาลอีกอยู่ดี โบราณก็บอกไว้แล้วว่า “จิ้งจกทัก” ยังต้องคิด แล้วนี่ระดับกูรูผู้เชี่ยวกรากทางกฎหมายเสนอแนะทั้งที หากรัฐบาลยังทำเป็นปิดหูปิดตาก็อาจล้มคว่ำได้ หรือเป็นแผนเหนือเมฆเปลี่ยนแม่ทัพต้นศึกจากชายเป็นหญิงกันเอ่ย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช 2569 ซึ่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2569 ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ชีววาร(ช) ปุสยมาส สัปตศก จ.ศ.1387, ค.ศ.2026, ม.ศ.1947, ร.ศ. 244 สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน, จันทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร โดยปี 2569
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยภาพซ้ำที่สังคมเห็นจนชินตา พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นด้วยคำประกาศแข็งกร้าว ย้ำอุดมการณ์ ยืนยันว่าจะ “ไม่ถอย” ไม่ว่าจะเจอแรงต้านแบบใด
บันทึกหน้า 4
บันทึกจันทร์สุดท้ายของปี 2568 อีกไม่กี่เพลาก็จะขึ้นศักราชใหม่ 2569 ...ประเทศไทยจะก้าวไปทางไหน?!?.. ก็ขอบันทึกสะกิดเตือน @ บรรทัดนี้เลยว่า ใจเย็นๆ ค่อยๆ พินิจพิจารณา ประมวลข้อมูล ทบทวน ไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบแล้วจึงค่อยตัดสินใจว่า เลือกตั้งใหม่ในเร็วๆ นี้ เราอยากได้ใครมาเป็น "ผู้นำ" พาชาติบ้านเมืองไปสู่ทิศทางที่เหมาะที่ควร!!
บันทึกหน้า 4
จาก "หนู" หนึ่งเดียว กลายเป็นสอง ก่อนหน้านี้ถามกันทุกวันถึง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของภูมิใจไทย ในงานแถลงนโยบาย "พูดแล้วทำพลัส" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชัดเจนว่า "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉายเดี่ยว โฆษกพรรคย้ำแล้วย้ำอีก
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงคุกรุ่นอยู่ต่อเนื่องอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ แม้วันที่ 24 ธ.ค.2568 จะเป็นวันแรกในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ จีบีซี ในวาระพิเศษ


