บันทึกหน้า 4

อย่างนี้สิถึงเรียกว่า “นักการเมือง” ของแท้ เพราะเห็น ลีลาการตอบคำถามของ “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในระหว่างการสัมมนาพรรคที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ก็ต้องบอกว่า “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชิดช้ายไปเลย เพราะการพลิ้วไหวในคำพูดของ “อุ๊งอิ๊ง” นั้น ต้องบอกว่าแทบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ หรือแม้กระทั่งเรื่องนิรโทษกรรม ...๐

โดยในประเด็นเรื่องนิรโทษกรรมนั้น ซึ่งมีตัวละครสำคัญอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” บิดาอุ๊งอิ๊งที่ยังรักษาตัวอยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ (หรือเปล่า) ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขในการกำหนดกรอบของคำว่านิรโทษกรรม ซึ่ง “แพทองธาร” ก็ระบุว่า “เราต้องหาจุดที่หยุดความขัดแย้งของทุกคนอย่างแท้จริง และเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมต้องมีการพูดคุยกันต่อในรายละเอียด ...คิดว่าไม่เกี่ยว เพราะนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ และอย่างวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ก็ไม่มีการพระราชทานอภัยโทษเกิดขึ้น วันนี้วันที่ 6 ธ.ค.แล้ว” พิโธ่! ใครฟังก็คงคล้อยตามกันไปหมด จนลืมประเด็นสำคัญที่ต้องถามถึงแม้ “แพทองธาร” จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับบุคคลคือ คดีโกงและคดีทุจริตควรอยู่ในการนิรโทษกรรมหรือไม่ และที่สำคัญจะอ้างว่าวันที่ 5 ธ.ค. ไม่มีชื่อพระราชอภัยโทษอีกก็ไม่ได้ เพราะ อย่าลืมว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2566 เพิ่งมีพระบรมราชโองการอภัยโทษให้ไปแล้ว จากการจำคุก 8 ปีมาเหลือจำคุกแค่ 1 ปี และที่สำคัญจนป่านนี้คนชื่อ “ทักษิณ” ยังไม่เคยเข้าไปนอนในคุกแม้แต่วันเดียว ...๐

ส่วนเรื่อง “ซอฟต์พาวเวอร์” โดยเฉพาะ เรื่องงบประมาณ 5,164 ล้านบาท ที่จะใช้ใน 11 อุตสาหกรรม ซึ่ง “เศรษฐา” เล่นให้สัมภาษณ์สวมบทขึงขังว่าทบทวนเรื่องความจำเป็น เพราะเป็นงบที่สูงนั้น “ว่าที่นายกฯ หญิงคนที่สอง” ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติกล่าวว่า “งบประมาณจบแล้ว จากนี้ต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มีเศรษฐาเป็นประธาน จากนั้นส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยงบที่ตั้งเป็นเอกชน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมเสนอ เราไม่ได้ของบเพิ่ม แต่เป็นงบประมาณที่แต่ละกระทรวงมีอยู่แล้ว และนำมารวมกัน ตัวเลขนี้รัฐบาลก็ไม่ได้เป็นคนคิดขึ้นมา แต่เป็นการร่วมกันทำงานระหว่างผู้รู้จริงคือภาคเอกชน ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก” พระเจ้าจอร์จ! เอกชนเคาะเงินภาษีของคนทั้งประเทศได้ด้วย นี่เป็น การบริหารชาติแนวใหม่หรืออย่างไร ที่เอกชนคิดแต่รัฐบาลเป็นผู้ควักเงินจ่าย แล้วที่ตลกไม่ออกเข้าไปอีก เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” มาชี้แจงเรื่องสาดสงกรานต์ทั้งเดือน โดยบอกว่า “ตีความกันไปเอง และอยากจะให้มูฟออนจากคำนิยามเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ได้แล้ว เรากำลังทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อพัฒนาประเทศไปถึงจุดที่ยิ่งใหญ่อลังการ” ...๐

แหม! นี่ถ้าไม่รู้ว่า “เศรษฐา” และ “แพทองธาร” อยู่พรรคเพื่อไทยเหมือนกันคงได้แต่ขำกลิ้ง เพราะคนหนึ่งก็พยาบามบอกสังคมว่าประเทศวิกฤตหนักหนา ในขณะที่อีกคนก็ใช้เงินอย่างมันมือเหมือนเป็นเงินส่วนตัวแล้วก็ฝันทำเรื่องยิ่งใหญ่อลังการอีกต่างหาก ซึ่งก็ เรียกว่าไม่ต่างจาก “เจ๊แจ๋น” พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ออกมาปลุกผี “กระเช้าขึ้นภูกระดึง” จ.เลย จำเป็นต้องทำ เพราะยุคนี้เศรษฐกิจตกต่ำ เลยต้องสร้างเพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว! แต่ที่สังคมสงสัยกันอย่างมากก็คือ ในการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกที่ จ.หนองบัวลำภูนั้น ตกลงมีการอนุมัติเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่อย่างไร เพราะดูเหมือน “พวงเพ็ชร” จะย้ำนักย้ำหนาว่ามีการอนุมัติ ในขณะที่รัฐมนตรีรวมถึงทีมโฆษกรัฐบาลต่างเหมือนอมบอระเพ็ดไม่มีใครเอ่ยอ้างแต่ประการใด ...๐

เรียกว่า “กระเช้าอลเวง” ไม่ต่างจาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” แต่ประการใด ที่ “เศรษฐา” ซึ่งสวมหัวโขนทั้งนายกฯ และขุนคลัง ที่พูดไปคนละทางกับคนปฏิบัติอย่าง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.การคลังแบบไปคนละเรื่อง โดยตรงกันเพียงเรื่องเดียวคือสัปดาห์นี้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาแน่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแค่คำถาม หรือร่างกฎหมาย ซึ่งก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป เพราะตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 วันแล้ว ซึ่งล่าสุด “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกฯ แต่ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้เสนอให้ถาม 2 ช่วง เพราะหากเล่นมัดมือชกถามแบบรวดเดียวที่ยึดตามที่ “เสี่ยนิด” ให้สัมภาษณ์คือ ส่งร่างกฎหมายไปเลย ก็อาจเป็นเหมือนที่ “อาจารย์วิษณุ” บอกนั่นแลว่า วันหนึ่งจะมีคดีไปถึงศาลอีกอยู่ดี โบราณก็บอกไว้แล้วว่า “จิ้งจกทัก” ยังต้องคิด แล้วนี่ระดับกูรูผู้เชี่ยวกรากทางกฎหมายเสนอแนะทั้งที หากรัฐบาลยังทำเป็นปิดหูปิดตาก็อาจล้มคว่ำได้ หรือเป็นแผนเหนือเมฆเปลี่ยนแม่ทัพต้นศึกจากชายเป็นหญิงกันเอ่ย ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ผ่านที่ประชุม ครม.เรียบร้อยแล้วสำหรับร่าง พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล

บันทึกหน้า 4

ความคิด สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้ แม้จะยังมีแรงกระเพื่อมในหลายมิติ แต่ประเด็นที่ถูกจับตาหนักกลับหนีไม่พ้น ปากท้องประชาชน ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและเศรษฐกิจชะลอตัว

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันฉัตรมงคล วันหยุดราชการที่ระลึกถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แล้วพรุ่งนี้ สังคมคนทำงานก็จะเข้าสู่โหมดปกติ หลังจากหยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันแรงงานแห่งชาติ

บันทึกหน้า 4

สวัสดีวันแรงงาน 1 พ.ค.69 ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รมว.แรงงาน เคยย้ำไว้ วันนี้เป็นวันหยุดตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้อง หากสั่งทำงานต้องได้ค่าตอบแทนเพิ่ม หรือหยุดชดเชยให้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

บันทึกหน้า 4

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนสถานการณ์ระดับโลกไปๆ มาๆ ก็ต้องมี “ไทยแลนด์แดนสยาม” เข้าไปมีเอี่ยวไม่มากก็น้อย โดยล่าสุดเมื่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ “ยูเอเอี” ขอถอนตัวจากสมาชิกโอเปก

บันทึกหน้า 4

จังหวะการเมืองฝั่งฝ่ายค้านเริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้าปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ยังคงยืนเป็นแกนนำหลัก และเตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ