
ใครรอเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต นั่งบีบสิวรอไปก่อนนะครับ
อีกนาน!
"ช่วยคลัง" จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ บอกว่าเพิ่งจะส่งคำถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี่เอง
"เป็นการสอบถามเฉพาะเรื่องกฎหมายและเพียงคำถาม ๑ ข้อเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่ได้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเรื่องสถานการณ์ เพราะกฤษฎีกาไม่ได้มีหน้าที่ดังกล่าว"
คำถามก็ประมาณว่า รัฐบาลออกพระราชบัญญัติกู้เงินได้หรือเปล่า
แต่ไม่ทราบว่ารายละเอียดของคำถามเป็นอย่างไร
ถ้าถามแค่ว่ารัฐบาลสามารถออกพระราชบัญญัติกู้เงินได้หรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกาก็คงจะตอบแบบห้วนๆ ว่า "ได้"
ก็รัฐธรรมนูญบอกว่ารัฐบาลทำได้
แต่ต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หนึ่ง สอง สาม สี่
หากคำถามที่ส่งไปใส่ตัวเลขสภาพัฒน์ เลือกเอาเฉพาะตัวเลขที่จูงใจให้เข้าใจว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังวิกฤต จึงจำเป็นเร่งด่วนต้องกู้เงินมาแจก
แบบนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาปวดกบาลครับ
ก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะร่วมหอลงโรง ชี้เปรี้ยงว่าวิกฤต หรือจะส่งคำถามคืน แบบไม่มีคำตอบ
เพราะไม่ใช่หน้าที่หรือไม่
มีข้อเขียนของ "ทวีศักดิ์ มีญาณเยี่ยม" นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ อยากให้คนในรัฐบาลได้อ่านจริงๆ
...รูปแบบของกฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินในการตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบันพบว่ามีการตรากฎหมายใช้บังคับในหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด และประกาศของคณะปฏิวัติ
โดยเฉพาะหลังปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา เมื่อมีพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นกฎหมายกลางเกี่ยวกับการกู้เงินและการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐใช้บังคับแล้ว การกู้เงินได้อาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวเป็นหลัก และมีการตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินโดยการตราเป็นพระราชกำหนดขึ้นใช้บังคับจำนวน ๒ ฉบับ เท่านั้น
คือ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒
และ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕
ส่วนร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... แม้จะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว แต่ก็มิได้ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายแต่อย่างใด
ดังนั้น เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๓๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ จะพบว่ากฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐได้กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญในการตรากฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการกู้เงินว่า ให้กระทรวงการคลังกระทำได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะ และเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทันเท่านั้น
โดยเงื่อนไขดังกล่าวนี้ย่อมมีความชัดเจนว่าการตรากฎหมายในเรื่องนี้ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศเท่านั้น
มิใช่การตรากฎหมายในภาวะปกติของรัฐบาลที่มีเครื่องมือในการบริหารการกู้เงินและหนี้สาธารณะคือ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ให้ใช้ได้อยู่แล้ว
ซึ่งในกรณีจำเป็นเร่งด่วนนี้ย่อมมีความสอดคล้องกับการตรากฎหมายในรูปแบบของพระราชกำหนดตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพราะการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศย่อมเป็นเรื่องของความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศแน่นอน
ดังนั้น ในเรื่องของรูปแบบของกฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินนี้ จึงน่าจะกระทำได้เฉพาะการตราเป็นพระราชกำหนดเท่านั้น
ซึ่งหากมีการดำเนินการในรูปแบบของพระราชบัญญัติแล้ว อาจมีการโต้แย้งในประเด็นเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศได้
เพราะหากสามารถรอขั้นตอนของกระบวนการตราเป็นพระราชบัญญัติได้แล้ว ก็มิน่าจะเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี ในประเด็นนี้หากรัฐบาลจะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติเฉพาะเพื่อกู้เงินเช่นเดียวกับร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... ก็เป็นประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่ต้องมีการพิจารณากันต่อไปในอนาคต...
เป็นไงครับ อ้างจำเป็นเร่งด่วนแต่ไม่ออกเป็นพระราชกำหนด ดันไปออกเป็นพระราชบัญญัติที่มีขั้นตอนยาวนานแทน
ปากบอกเร่งด่วนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะไปแจกเดือนพฤษภาคมปีหน้า
มันด่วนตรงไหน
อย่าลืมนะครับ นโบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เปิดตัวตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคมที่ผ่านมา และการคิดนโยบายจะต้องเกิดก่อนนั้น จึงไม่ใช่นโยบายที่อ้างอิงโดยเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจแต่อย่างใด
พรรคเพื่อไทยขายนโยบายนี้เพื่อต้องการชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ต่างหาก
มันจึงผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว
มาถึงวันนี้แทนที่จะเร่งรีบภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจตามที่กล่าวอ้างด้วยการออกเป็นพระราชกำหนด กลับทำให้ช้าเป็นเรือเกลือ
ยิ่งตอกย้ำครับว่า รัฐบาลเองก็อยากคว่ำนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต แต่คว่ำเองไม่ได้ จึงต้องยืมมือองค์กรอื่น
ถ้าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่คว่ำ
ก็ยังมีด่านศาลรัฐธรรมนูญ
เดี๋ยวยกให้เป็น ซอฟต์เพาเวอร์ซะเลย
อำนาจแบบปัญญาอ่อน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมกับบุญคุณ
มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ น้ำท่วมที ด่ากันที พอน้ำลดก็ลืมกันไป
ต้องโค่นล้มทำลาย
"ทักษิณ" ถูกโค่นได้ "อนุทิน" ก็ต้องถูกโค่นได้เช่นกัน การเมืองกำลังจะวนกลับไปสู่ที่เก่า นี่คือยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคการเมืองบางพรรค กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
บังคับนายกฯ!
กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี
สถาบันนอกรีต
จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก
ความลับที่ห้องจูปิเตอร์
สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้
จะยุบภูมิใจไทย
การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้

