อะพิโธ่ อะพิธัง "สีกากี" นึกว่า "ผู้บังคับบัญชา" จะเป็นที่พึ่งให้ "ตำรวจ" ไร้เส้น ไร้สาย ได้ลืมตาอ้าปากในการแต่งตั้ง "นายพัน" ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) - สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2566
เพราะเห็นแต่ละคนออกมา "ขึงขัง" ออกมา "เอาจริงเอาจัง" จะคืนความสุขให้ "ตำรวจ" โดยเฉพาะพวกไร้เส้น ไร้สาย สุดท้ายพอคำสั่งแต่งตั้งประกาศออกมา
ก็เข้าอีหรอบเดิม
ค่าของคน อยู่ที่ "ตั๋ว" แนบมา!!!
ขนาดโครงการ "จับคู่ย้าย" ที่ ผบ.ต่อศักดิ์ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.ฝ่ายบริหาร ลงมาควบคุมดูแล เปิดให้ตำรวจสมัครใจขอรับการแต่งตั้ง
ทั้งแบบที่ 1.ข้าราชการตำรวจที่มีความประสงค์สมัครใจขอรับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในหน่วยต่างๆ โดยมีคู่สับเปลี่ยนจับคู่ย้าย หรือแบบที่ 2.ข้าราชการตำรวจที่มีความประสงค์สมัครใจขอรับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในหน่วยต่างๆ
สุดท้ายพอตำรวจจับคู่ย้ายกันได้ ปรากฏว่าบางคนต้นสังกัดไม่ปล่อยตัวบ้าง ปลายทางไม่รับบ้าง ทั้งๆ ที่เป็นโครงการของ "ผบ.ต่อศักดิ์" เอง
เช่นเดียวกับกลุ่ม "ตำรวจ" ที่ยื่นร้องทุกข์ต่อ ก.ตร.ได้รับความเดือดร้อนจากการแต่งตั้งวาระประจำปี 2565 โดนเตะออกนอกหน่วยแบบไม่เป็นธรรม กระทั่ง ก.ตร.เห็นควรให้มีการเยียวยาในการแต่งตั้งวาระประจำปี 2566 จำนวน 96 ราย ให้ ตร.ไปดำเนินการแต่งตั้งกลับสังกัดเดิมหรือภูมิลำเนาตามสมควร
มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และประธานอนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ เป็นทัพหน้าเรียกร้องความชอบธรรมให้เหล่าตำรวจดังกล่าว
พล.ต.อ.เอก เขียนเฟซบุ๊กบอกเอาไว้ว่า ได้ขออนุญาต ผบ.ตร.ปรึกษาหารือกับ รอง ผบ.ตร.(บร.), ผบช.สกพ., ผบช.สง.ก.ตร.และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้ประสานหน่วยต่างๆ ให้พยายามช่วยเหลือให้ย้ายกลับหน่วยเดิมหรือหน่วยใกล้เคียง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้ทั้งหมด
สุดท้ายหน่วยต้นสังกัดก็อ้างข้อจำกัด อ้างผลกระทบตำแหน่งที่หน่วยต้องแต่งตั้ง
ไม่รับ "ตำรวจ" ที่ได้รับการเยียวยาตามมติ ก.ตร.ไปดำรงตำแหน่งต่างๆ
ทุกอย่างก็เลย...เอวัง
ทุกคนผิดหวัง รู้สึกท้อแท้และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้ง เหมือนอย่างที่ พล.ต.อ.เอก บอกเอาไว้ และแนะนำให้ใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ตร.ภายในกำหนดเวลาไว้ก่อน
เฮ้อ... ความหวังสุดท้ายของตำรวจ ไร้เส้น ไร้สาย ก็คงต้องอยู่ที่ ก.พ.ค.ตร. หรือ กรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ ที่ ครม.เพิ่งมีมติเห็นชอบเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
จะเป็นที่พึ่งในการรักษา "ระบบคุณธรรม" ให้เกิดขึ้นกับ "ตำรวจ" ได้มากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับเงินที่ได้รับร่วมแสนในแต่ละเดือนหรือไม่
ต้องรอพิสูจน์กัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


