
ทักษิณต้องติดคุก!
ผมไม่มีอำนาจสั่งหรอกครับ แต่เห็นและลอกมาจากหน้าอกเสื้อยืดของคุณพิชิต ไชยมงคล ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยน่ะ!
ซึ่งคุณพิชิตจะสามารถทำให้นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษเด็ดขาด เดินกลับเข้าเรือนจำคลองเปรมได้หรือไม่ ไม่รู้
รู้แต่..คุณพิชิตได้มอบกาย-ถวายใจในการต่อสู้ทุกวิถีทางที่จะให้นักโทษเทวดาคนนี้ต้องกลับเข้าไปอยู่ในคุกให้จงได้!
ผมเชื่อ..คุณพิชิตไม่ได้มุทะลุด้วยอารมณ์เคียดแค้น-อาฆาตส่วนตัว แต่ที่ยอมพลีกาย-ถวายหัวสู้กับผู้ทรงอิทธิพลเหนือรัฐบาลอย่างองอาจผึ่งผาย น่าจะด้วย..
ไม่อยากให้กระบวนการยุติธรรมทุกย่ำยี..นักโทษจะไม่ติดคุกสักวันเดียวได้ยังไง!?
และแม้บางท่านบอกให้เปลี่ยนโจทย์ใหม่ หรือบ้างก็ฟันธงฉับ นายทักษิณจะได้กลับไปนอนบ้านจันทร์ส่องหล้าก่อนพักโทษแน่!
กระนั้น ก็เห็นจะต้องขอเป็นกำลังใจ และเอาใจช่วยคุณพิชิตให้เดินหน้าสู้ต่อไป ให้มันรู้ไปสิว่าจะไม่กระทบกับรัฐบาล และ..
ประชาชนจะไม่เอาด้วย หากมีม็อบลงถนนจริง!
ตอนนี้ก็เริ่มจะเห็นเค้าลาง จากการพูดของรัฐมนตรีกลาโหม คุณสุทิน คลังแสง ก็ดี การให้สัมภาษณ์ของคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ดี การตอบโต้ของคุณพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ก็ดี
ล้วนชวนให้เป็นชนวนปะทะอารมณ์ (เดือด) อย่างที่คุณพิชิตโพสต์เฟซบุ๊ก.. “อย่าเอาการเมืองมาปนความยุติธรรม..
รองนายกฯ สมศักดิ์ให้สัมภาษณ์สื่อ สร้างตรรกะวิบัติในกระบวนการยุติธรรมไทยเป็นอย่างมาก
1.การย้อนถามสื่อว่า เคยติดคุกกันไหม ติดคุกมันเครียด ท่านเคยติดคุกไหม ผมเคยติด ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่เครียดไม่เครียด
ถ้าเอาความเครียดมาเป็นเกณฑ์วัดว่าต้องออกมาจากเรือนจำ นักโทษทุกคนก็คงไม่ต้องอยู่ในเรือนจำสิ ถ้าเครียดเพราะโกงจนติดคุก แล้วจะโกงให้เครียดไปทำไม
2.คดี น.ช.ทักษิณไม่ร้ายแรง ถ้าคดีคอร์รัปชันของนักการเมืองไม่ร้ายแรง จะมีคดีอะไรร้ายแรงครับ
การเอาไปเปรียบเทียบกับคดีฆ่าคนตาย เป็นตรรกะที่วิบัติที่สุดเท่าที่มีกระบวนการยุติธรรมไทย
ฆ่าคนตาย เป็นความผิดเฉพาะส่วน คอร์รัปชัน คือความผิดประชาชนทั้งประเทศ ความร้ายแรงมันต่างกัน เอามาเปรียบเทียบกันได้อย่างไร
คุณเอาการเมือง ความคิดทางการเมืองที่คุณสังกัดเป็นขี้ข้าเขามาอธิบายกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร การเมืองไปอุ้มนักโทษเด็ดขาดออกมาจากกระบวนการยุติธรรมไม่พอ
วันนี้ รองนายกฯ ประเทศไทยกำลังทำตัวเป็นผงซักฟอก ทำความสะอาดให้นักโทษคดีคอร์รัปชัน ประเทศไทยผู้ต้องขังเด็ดขาดมีอิทธิพลเหนือฝ่ายบริหารประเทศเลยเลยใช่ไหม
ที่รองฯ สมศักดิ์ออกมาพูดตอนนี้ก็เพื่ออธิบาย และจะพา น.ช.ทักษิณกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าใช่ไหม อายอะไรบ้างไหมครับ จะหน้าด้านกันไปอีกนานเท่าไหร่
ทักษิณติดคุก มันเป็นอุปสรรคของการบริหารประเทศขนาดนั้นเลยไหม อายตัวเองในกระจกบ้างก็ดีครับ”
ดีครับ..ยิ่งขี้ข้าดาหน้าออกมาพูดแก้ตัว-แก้ต่างกันเยอะๆ ก็ยิ่งเหมือนปลุกเร้าให้ประชาชน-สังคมที่ทำตัวเป็น “จ่าเฉย” เริ่มจะรู้ร้อน-รู้หนาวขึ้นมาบ้างแล้ว
เอาอีก..มีใครไหมที่ยังไม่ได้ออกมาแสดงตนเป็นสุนัขรักเจ้าของ รีบโผล่หน้าออกมาไวๆ จะได้รู้กันไป..
“ประชาชนไม่เอาด้วย” หรือประชาชนจะช่วยกันลงมือ-ลงตีนให้เห็นกันอีกครา ว่ารัฐบาลที่อหังการ หักหาญ ใช้อำนาจเผด็จการเสียงข้างมากเพื่อประโยชน์คนคนเดียว..
ลงท้าย..จุดจบก็เหมือนกับการ “ลักหลับ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย” นั่นแหละ?
แต่ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย และรับได้กับการที่รัฐปฏิบัติกับนายทักษิณ ก็.. “บ้านใครบ้านมัน” อย่างที่คุณนิพิฏฐ์ว่า..จบ!
เออ..พูดถึงจบ ต่อท้ายนิด แม้คดี “ลุงพล” จะยังไม่จบ มีโอกาสต่อสู้อีก 2 ศาล แต่สื่อที่เคยเชียร์-เคยสร้างให้เขาเป็นคนดัง เป็นฮีโร่ เป็นดารา ก็น่าจะได้ตื่นรู้
และควรที่จะได้สำนึกบาปกับสิ่งที่ทำมา ส่วนจะไถ่บาปด้วยวิธีไหน-อย่างไรก็สุดแท้แต่จะหาทางทำกัน หรือถ้าจะบวชล้างความโสโครกที่ติดค้างอยู่ในใจได้ ก็..
สาธุ..อนุโมทนา!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

