บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มนับถอยหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 กันแล้ว จึงไม่แปลกที่ “ฉายา” ของสื่อมวลชนต่างๆ จะทยอยออกมาในช่วงนี้ แม้อาจจะดูเร็วไปบ้าง ก็เรียกว่า สอดรับกับปีปฏิทินนี้ที่ช่วงวันสิ้นปีและปีใหม่ดันไปใกล้กับวันเสาร์-อาทิตย์นั่นแล โดยสื่อทำเนียบรัฐบาลก็ออกมาเป็นเจ้าแรก ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามันก็ว่าได้ จึงทำให้บรรดา 34 รัฐมนตรี มีแค่ 5 รัฐมนตรีเท่านั้นที่ถูกตั้งฉายา ...๐

งานนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้จะ ได้ฉายา “เซลส์แมนสแตนด์ชิน” แต่คงสบายใจได้ระลอกหนึ่ง เพราะ “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สายตรงคนชั้น 14 แห่งโรงพยาบาลตำรวจยืนยันมาแล้วว่า แม้สภาสูงจะหมดวาระลง แต่ชื่อของนายกฯ ยังชื่อ “เศรษฐา” อยู่ แต่ก็น่าสนใจที่ทำไม “หมอมิ้ง” ไม่การันตีว่าคนชื่อ “เศรษฐา” จะเป็นนายกฯ 4 ปีเล่า เพียงแค่บอกว่าหลัง พ.ค.2567 ที่ สว.หมดวาระเท่านั้น นายกฯ ยังเป็นคนเดิม ...๐

เรื่อง “ฉายา” นั้นต้องยกนิ้วให้กับเซียนการเมืองอย่าง “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนาที่มองโลกในแง่ดี ถึงฉายารัฐบาล “แกงส้มผลักรวม” แล้วยังบอกถึงรัฐมนตรีที่ได้รับฉายาทั้งหลายด้วยว่าเป็น Someone คือมีตัวตน ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับจะเป็น No One เพราะเจ้าตัวก็เคยได้รับฉายาถึง 2 ครั้ง ทั้ง “สุวัจน์หอกข้างแคร่-สุวัจน์ 25 ชั่วโมง” นี่ต้องบอกเลยว่า ถ้าไม่เก๋าคิดแบบนี้ไม่ได้ ...๐

หันมา “ฉายา” ประจำรัฐสภาที่เพิ่งประกาศกันบ้าง โดย สภาผู้แทนราษฎรได้รับฉายา “สภาลวงละคร” ส่วนวุฒิสภาก็ได้รับฉายา “แตก ป. รอ Retire” ส่วนวันมูหะมัดนอร์ มะทา “(วัน) นอ-มินี” ขณะที่ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ก็ได้รับฉายา “แจ๋วหลบ จบแล้ว” แต่ที่อาจทำให้ “ด้อมส้ม” เจ็บจี๊ดมากที่สุดคงไม่มีกรณีใดเกินดาวดับแห่งปีที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้คว้าตำแหน่งไปครอง ...๐

แต่ที่อนาถหนักอย่างยิ่งก็คือ การไม่มีคนดีศรีสภาอีกปีหนึ่งแล้ว โดยถือเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ส่วนผู้ที่ได้รับฉายาอย่าง “วันมูหะมัดนอร์” นั้น ก็บอกว่าเป็นเรื่องหยอกล้อกันธรรมดา ไม่โกรธ ก็ต้องยอมรับ สภาก็ทํางานเต็มที่เพื่อประชาชน เช่นเดียวกับ “พรเพชร” ที่มองว่าไม่มีอะไร ไม่ร้ายแรง และขอบคุณที่ตรงไปตรงมาด้วย ...๐

ส่วนวงการสีกากีนั้นก็มีการเปิดเผยฉายาตำรวจเช่นกัน โดยมีทั้งสิ้น 11 บิ๊ก ตร. โดย คนแรกคือเก้าอี้พิทักษ์ 1 อย่าง “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. ที่ได้รับฉายา “ต่อ เฟรนด์ลี่” ส่วน “พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์” รอง ผบ.ตร. ก็ได้ฉายา “สุภาพบุรุษสีกากี”  แล้วก็ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็น “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับฉายา “โจ๊ก รอได้” นอกจากนี้สื่อสีกากียังมีการให้ฉายา “พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง” ผบช.น. ว่า “จ้าว แข็งโป๊ก” เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่ก็ยังรักษาเก้าอี้ “น.1.” ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ...๐

ในขณะที่มือคดีต่างๆ ก็พาเหรดกันได้รับฉายาถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” ผบช.สพฐ.ตร. ได้ฉายา “บิ๊กอรรถกัดไม่ปล่อย” ที่ทำผลงานตั้งแต่คดี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนมาถึงคดีจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ เช่นเดียวกับ "พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา" ผบช.สอท. ที่ได้รับฉายา “เพชฌฆาต โจรไซเบอร์” เช่นกัน แล้วที่ สำคัญ ฉายาตำรวจปีนี้ยังมีทั้งเชอร์ล็อกโฮมและโคนันยอดนับสืบมาด้วย โดย "พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์" รอง ผบช.น. ได้รับฉายา "เชอร์ล็อคนพ" จากการคลี่คลายคดีสำคัญโดยเฉพาะคดีน้อง "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ก็ได้รับฉายา "โคนัน นครบาล" จากการคลี่คลายคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง "ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด นศ.อุเทนถวาย" ...๐

หันมาดูคำสั่งนายกรัฐมนตรีล่าสุดกันบ้าง เพราะ "เศรษฐา" ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 381/2566 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจ ให้รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการมอบอำนาจให้ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ กระทรวงยุติธรรม ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทนที่ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" สงสัยเป็นการปัดสวะเรื่องนักโทษเทวดาให้พ้นตัวและพ้นพรรคเพื่อไทย โดยเอา "พีระพันธุ์" แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติของอดีตลุงตู่เป็นเกราะกำบัง เรียกว่าหากในอนาคตมีเรื่องอะไรกับวีวีไอพีชั้น 14 กระสุนก็จะไปตกกับ "ทวีสอดไส้" และ "พีระพันธุ์" เท่านั้นแล ...๐

ทิ้งท้ายด้วยการฝากจาก "พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ" โฆษก ตร. ที่ออกมาเตือนในช่วงเทศกาลปีใหม่และช่วงโบนัสออก ที่ให้ระวังการหลอกลวง 6 ประเภท ได้แก่ หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์, หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล, หลอกรับบริจาค, สร้างข่าวปลอม, หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน, หลอกขายทัวร์และที่พักราคาถูก ซึ่งประชาชนหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางสื่อสังคมออนไลน์ แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงจ้า ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว