บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net วิบากกรรม "สิระ" ยังไม่จบ! ถึงปิดฉากการเมืองไปแล้ว ก็ยังมีดาบสองรออยู่ คือการทำความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะเอาผิดในคดีอาญา กับ "สิระ เจนจาคะ" อดีต ส.ส.คนดังเมืองกรุง พรรคพลังประชารัฐ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และตำรวจ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรต้องปฏิบัติ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายสิระมีลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งแล้วทำให้สมาชิกสภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง กกต.ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา151 ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งแต่ยังลงสมัคร ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี คล้ายกับกรณีคดี "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่หลุดจาก ส.ส.ในคดีถือหุ้นสื่อ

๐ แต่ก่อนจะไปถึงคดีอาญา ต้องควักเงินคืนสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน ตามที่กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ววรคสองระบุไว้ "หมอสุกิจ อัถโถปกรณ์" ที่ปรึกษาประธานสภาฯ แจงยิบเกี่ยวกับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่นายสิระได้รับในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ประมาณ 2 ปี กับ 9 เดือน ได้แก่ เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่ม คิดตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่ง คือ วันที่ 24 มี.ค.62–22 ธ.ค.64 เดือนละ 113,560 บาท, ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาประชุม, ค่าเบี้ยประชุม กมธ. ครั้งละ 1,500 บาท เบี้ยประชุมคณะอนุกมธ. ครั้งละ 800 บาท, ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้สมาชิก แบ่งเป็น ผู้ช่วย ส.ส. 5 คน คนละ 1.5 หมื่นบาท ผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ส. 2 คน คนละ 1.5 หมื่นบาท ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส. 1 คน 2.4 หมื่นบาท, ค่าโดยสารเครื่องบินโดยใช้ใบเบิกทาง, ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ กมธ. ดูตัวเลขคร่าวๆ แล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านบาท ถ้าสำนักงานการคลัง สำนักเลขาธิการสภาฯ คำนวณเสร็จเมื่อไหร่ อดีต ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ จะต้องจ่ายภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

๐ งานนี้มีพลิก “ผมจะไปมองได้ยังไง ผมยังไม่รู้จักเขาเลย” ดูท่า "บิ๊กป้อม" ส่งสัญญาณเซย์โน ไม่เอา "มาดามหลี" สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาสุดที่เลิฟของเสี่ยสิระ ลงชิงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. ก็ขนาดหัวหน้าพรรคเอ่ยปากเองยังไม่รู้จักเลย แล้วคนกรุงจะเลือกได้ยังไง ประเภทส่งทายาทการเมืองที่เป็นคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง ใช้ไม่ได้ผลกับคนกรุง ยกเว้นว่าเจ๋งจริง อย่าลืมว่าที่นายสิระได้เข้าสภาฯสมัยแรก ไม่ใช่เพราะตัวเองล้วนๆ แต่ ณ เวลานั้น กระแสลุงตู่มาแรง บวกกับอำนาจรัฐด้วยหรือเปล่าก็ว่ากันไป ถึงศึกครั้งนี้จะแค่เลือกตั้งซ่อม ตามวาระก็อยู่ได้แค่ปีกว่า ถ้ายุบสภาก่อนก็สั้นกว่านั้น แต่เชื่อว่า พปชร.แพ้ไม่ได้ เพราะคู่แข่งก็คือเจ้าของพื้นที่เดิม พรรคเพื่อไทยที่ประกาศแล้วว่าจะส่งลูกป๋าเหนาะ "สุรชาติ เทียนทอง" ล้างตา หลังพ่ายไปเพียงกว่า 2 พันคะแนน ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 ซึ่งนายสิระชนะไปด้วยคะแนน 34,907 เสียง ส่วนนายสุรชาติได้ 32,115 เสียง ซึ่งเจ้าตัวบอกเลยว่าพร้อมเลือกตั้งเสมอ เพราะที่ผ่านมาทุ่มเททำงานให้กับประชาชนทุกวัน ขณะที่ก้าวไกลเองโดยโฆษกพรรคการันตีแล้วว่าส่งคนลงแข่งสนามนี้ด้วยแน่นอน ซึ่งก็น่าจะมาตัดคะแนนในส่วนของเพื่อไทย แต่ใช่ว่า พปชร.จะมีลุ้นมากกว่า ฟากประชาธิปัตย์ถึงจะยังไม่เคาะว่าจะส่งผู้การแต้มลงแก้มืออีกครั้งหรือเปล่า แต่เชื่อขนมอีกได้ว่าสู้ศึกครั้งนี้แน่ เพราะเรื่องมารยาททางการเมืองจบไปนานแล้ว หลังเจอ พปชร.ชิงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อมสงขลา เขต  3 จนถึงสงขลา เขต 6  "บิ๊กป้อม" รู้ดี ในช่วงลุงตู่ขาลงแบบนี้ ขืนโดนเพื่อไทยเอาคืนสำเร็จ มีหวังถูกขย่มโหมกระแสคนกรุงไม่เอาลุงตู่ เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล สะเทือนยาวถึงเลือกตั้งใหญ่แน่.

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .