ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net (อภิ) สิทธิ์ "นักโทษเทวดา" ยิ่งใหญ่กว่ากรรมาธิการเดินดิน ดับฝัน กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย "ชัยชนะ เดชเดโช" ต้องสะดุดแค่ชั้น 6 หมดสิทธิ์ตะกายขึ้นสวรรค์ชั้น 14 หนำซ้ำคนละตึกอีกต่างหาก "พ.ต.อ.หญิงศิริกุล ศรีสง่า" โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ประกาศชัดไม่อนุญาตบุกหา น.ช.ทักษิณ ท่องคาถาประเด็นละเมิดสิทธิ์คนไข้ ย้ำคนไข้ไม่อนุญาตไม่สามารถทำได้ทุกกรณี แต่บอกว่าพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างที่คณะกรรมาธิการตำรวจสงสัย หรืออยากทราบข้อมูลส่วนไหนก็สามารถตอบได้ทุกคำถามโดยไม่กระทบกับคนไข้ ปูเสื่อห้องประชุมชั้น 6 อาคารศรียานนท์ ไว้รอรับ แค่เฉียดยังไม่ได้เลย จัดไว้ไกลคนละโยชน์กับอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา วันศุกร์นี้จับตาดูว่าชัยชนะจะนำทีมไปเสียเที่ยวหรือเปล่า อย่างน้อยน่าจะได้ยินเสียงของแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ สักแอะ เพราะตั้งแต่ "พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์" มารับตำแหน่งเมื่อ 18 ต.ค.66 ยังไม่เคยปริปากเรื่องนักโทษเทวดา หลบอยู่ข้างหลังตลอด ดีแต่ส่งโฆษกออกมาเป็นหนังหน้าไฟแทน
๐ "อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้พิจารณาจากความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาที่พิจารณาแล้วมีความเห็นว่ายังต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ประกอบกับเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความครบถ้วนตามกฎหมาย จึงพิจารณาเห็นชอบ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2567 ให้นายทักษิณอยู่รักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากยังคงมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเฉพาะทาง และหากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจะได้ดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงที" ออกมาอีหรอบนี้ตามคาด หลังกระแสสังคมกดดันหลัง น.ช.ทักษิณ นอนหรูนอกเรือนจำครบ 120 วัน ตั้งแต่ 22 ธ.ค.66 "สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์" อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่อนหนังสืออ้างเรื่องป่วยหนัก เปิดไฟผ่าหมากนำขบวนสู่ชั้นดาวดึงส์ ถ้าอธิบดีไม่ขี้่จุ๊ก็น่าตกใจเพราะเท่ากับตายได้ทุกเมื่อ ยิ่งรักษาก็ยิ่งโคม่า 4 เดือนกว่าอาการไม่กระเตื้อง มีแต่ทรุด รอแค่ปาฏิหาริย์คำสั่งพักโทษ เชื่อมั้ย อาการร่อแร่แบบนี้ ได้กลับบ้านเมื่อไหร่ หายเป็นปลิดทิ้ง เดินปร๋อออกจากโรงพยาบาลสบายบรื๋อ
๐ ปะทะเดือดลั่นสภา! องครักษ์พิทักษ์ "นายใหญ่" ตัวเอ้ ออกโรงฟาดผู้นำฝ่ายค้าน ที่เพิ่งตื่นมาไล่บี้ปมนักโทษเทวดาในช่วงหลัง ในวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และการสร้างความชอบธรรมเพื่อฟื้นฟูระบบนิติรัฐให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น "ชัยธวัช ตุลาธน" ซักเรื่องประชามติแก้ รธน. แค่น้ำจิ้ม ประเด็นหลักอยู่ที่นักโทษชั้น 14 เล่นเอา "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งมาตอบแทนนายกฯ ควันออกหู นายข้าใครอย่าแตะ โวยอย่าโยนใส่รัฐบาล ไล่ไปเค้นกับหมอที่รักษา เลิกวนเวียนอยู่ชั้น 14 ปัดสร้างความเหลื่อมล้ำกระบวนการยุติธรรม ระหว่างนั้นก็มีลูกหาบเพื่อแม้วคอยลุกขึ้นประท้วงขัดจังหวะหัวหน้าพรรคก้าวไกลเรื่อยๆ ทำให้ "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ทนไม่ไหวประท้วงกลับช่วยลูกพี่ "คำวินิจฉัยประธานเป็นที่สุด จะดื้อดึงทำไม ชั้น 14 แตะไม่ได้ใช่ไหม เดี๋ยวจะเอาข้าวผัดกับโอเลี้ยงไปฝาก" งานนี้ "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในห้องประชุม ต้องคอยเป็นกรรมการห้ามมวยทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กเป็นระยะ ก่อนจะยุติศึกน้ำลายลงได้.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


