ท่าทีสี จิ้นผิง-ล่าย ชิงเต๋อกำหนด ทิศทางภูมิรัฐศาสตร์เอเซียปีนี้

ปฏิกิริยาจากปักกิ่งต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีจีนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาสะท้อนว่า “ทุกอย่างยังเครียดเหมือนเดิม”

เผลอ ๆ จะเครียดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะตีความได้ว่าคนไต้หวันที่มาใช้สิทธิ์กว่า 5 ล้านคนเลือกคนที่จีนบอกว่าเป็น “ตัวปัญหา”

อีก 3 ล้านกว่าคนเลือกตัวแทนฝ่ายค้านหรือก๊กมินตั่งที่ปักกิ่งส่งสัญญาณบอกคนไต้หวันมาตลอดว่า “น่าคบมากกว่า”

หรือคนไต้หวันไม่เชื่อคำขู่จากจีนว่า “ท่านกำลังเลือกระหว่างสงครามกับสันติภาพ”?

เท่ากับเป็นการเตือนว่าถ้าเลือก “ล่าย ชิงเต๋อ” ของพรรค DPP ก็คือสงคราม

หากจะต้องการสันติภาพให้เลือก “โหว โหย่วอี๋”

แต่ผลการเลือกตั้งสะท้อนว่าคนไต้หวัน 40% ต่อ 33% เลือกคนที่อยู่คนละข้างกับปักกิ่ง

โฆษกทางการจีนออกมายืนยันว่าผลการเลือกตั้งไต้หวันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

นโยบาย “จีนเดียว” ยังคงอยู่

และแผนการ “รวมชาติ” (ให้ไต้หวันมาอยู่ใต้รัฐบาลกลางที่ปักกิ่ง) ยังไม่เปลี่ยนแปลง

อยู่ที่ว่าจะรวมแบบสันติหรือแบบใช้กำลัง

ที่น่าสนใจคือในคำแถลงนั้น โฆษกจีนบอกว่าแม้จะไม่คบหากับรัฐบาลไต้หวัน แต่ก็จะยังคงไปมาหาสู่กับกลุ่มต่าง ๆ ทั้งการเมือง, สังคมและวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อไป

ความหมายคือ จีนถือว่าไต้หวันเป็นจังหวัดหนึ่งของจีน ดังนั้นยังมีสิทธิ์ที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนในแวดวงต่าง ๆ ในไต้หวันต่อไป

ไต้หวันอาจจะโวยว่านี่คือการ “แทรกแซง” กิจการภายในของตนหรือไม่

ปักกิ่งย่อมจะอ้างได้ว่าไม่ใช่การแทรกแซงเพราะรัฐบาลกลางอยู่ที่ปักกิ่ง ไต้หวันเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของจีน

ถ้อยคำแถลงของทางการจีนต่อผลการเลือกตั้งไต้หวันจึงสามารถอ่านระหว่างบรรทัดได้ว่าปักกิ่งไม่คบรัฐบาลไต้หวัน แต่จะยังกดดันรัฐบาลด้วยวิธีการต่าง ๆ

ผมติดตามการแถลงของโฆษกจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยความสนใจยิ่ง

เพราะเชื่อว่าน้ำเสียงของโฆษกคืออารมณ์ของสี จิ้นผิงวันนี้และจะเป็นแนวทางกำหนดนโยบายของปักกิ่งต่อไต้หวันจากนี้ไป

เฉิน ปินหัว โฆษกสำนักงานกิจการแห่งรัฐไต้หวัน กล่าวว่าผลการเลือกตั้งเผยให้เห็นว่าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ‘ไม่สามารถเป็นตัวแทนของความคิดเห็นสาธารณะกระแสหลักบนเกาะนี้ได้’

ที่บอกว่าผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็น “ตัวแทนความคิดเห็นสาธารณะกระแสหลัก” บนเกาะแห่งนี้เท่ากับเป็นการไม่ยอมรับผลการหย่อนบัตร

จึงแปลว่าคำว่า “ประชาธิปไตย” บนแผ่นดินใหญ่กับบนเกาะแห่งนี้ไปกันคนละทางโดยสิ้นเชิง

 โฆษกเฉินตอกย้ำว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

และยืนยันว่าการเลือกตั้งจะไม่เปลี่ยนภูมิทัศน์พื้นฐานและแนวโน้มการพัฒนาของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ

อีกทั้งจะไม่เปลี่ยนแปลงความปรารถนาร่วมกันของเพื่อนร่วมชาติทั่วช่องแคบไต้หวันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

และจะไม่ขัดขวางสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  นั่นคือแนวโน้มการรวมประเทศของจีน

 “จุดยืนของเราในการแก้ไขปัญหาไต้หวันและการตระหนักถึงการรวมประเทศยังคงเหมือนเดิม และความมุ่งมั่นของเรามั่นคงราวกับหินผา” เฉิน กล่าว

 “เราจะปฏิบัติตามฉันทามติปี 1992 ที่ยืนยันหลักการจีนเดียว และต่อต้านกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนที่มุ่งเป้าไปที่ 'เอกราชของไต้หวัน' รวมถึงการแทรกแซงจากต่างประเทศอย่างแข็งขัน” เฉิน กล่าว

ที่สะท้อนถึงการที่จีนจะไม่หยุดอยู่เฉย ๆ กับผลการเลือกตั้งคือคำกล่าวที่ว่าแผ่นดินใหญ่จะทำงานร่วมกับพรรคการเมือง กลุ่ม และประชาชนที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ในไต้หวัน

เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือข้ามช่องแคบ ส่งเสริมการพัฒนาบูรณาการข้ามช่องแคบ ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมจีน และพัฒนาความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบอย่างสันติ  ตลอดจนเป้าหมายของการรวมชาติ

ต้องดูต่อไปว่าจีนกับสหรัฐฯจะต่อกรกันอย่างไรในกรณีไต้หวัน

และตัวผู้นำคนใหม่ของไต้หวันซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันที่ 20 พฤษภาคมนี้จะมีท่าทีต่อปักกิ่งอย่างไร

ที่สำคัญที่จังหวะจะโคนและความร้อนแรงของวาทะของล่าย ชิงเต๋อต่อจีนเมื่อมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีต่อจากไช่ อิงเหวินที่มีแนวทางแข็งกร้าวกับสี จิ้นผิงมาตลอด

ล่าย ชิงเต๋อ ประกาศหลังจากได้รับชัยชนะการเลือกตั้งว่าพร้อมจะนั่งลงพูดคุยกับปักกิ่ง แต่ต้องในฐานะที่เท่าเทียมกัน มิใช่การสยบยอมหรือก้มหัวให้กับปักกิ่ง

หากน้ำเสียงและลีลาของผู้นำคนใหม่บนเกาะแห่งนี้ยังมาในรูปแบบที่ปักกิ่งตีความว่ายังท้าทายอยู่ ความตึงเครียดจะพุ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่หากเมื่อนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีแล้ว ล่าย ชิงเต๋ออาจจะปรับท่าทีและวาทะให้ผ่อนเบาลงเพื่อไม่สร้างบรรยากาศร้อนแรงเกินไป ก็อาจจะได้เห็นการปรับท่าทีของทั้งสองฝ่าย

ซึ่งผมยังมองไม่เห็นว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

เพราะสหรัฐฯยังคงต้องการจะให้ไต้หวันอยู่ในวงจรของตัวเองเพื่อคานอำนาจของจีน

ส่วนจีนจะจับจ้องสหรัฐฯว่าจะใช้ผลการเลือกตั้งไต้หวันยกระดับการขายอาวุธและผนึกกำลังกับเกาะแห่งนี้เพื่อกดดันจีนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่

อีกทั้งยังต้องมองไปปลายปีว่าการเลือกตั้งในสหรัฐฯจะจบลงด้วยใครจะเป็นประธานาธิบดีที่ทำเนียบขาว

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวแปรที่จะประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด

และไม่ว่าจะออกมาในทางใด ไทยเราก็จะได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและลบทั้งสิ้น

เพราะไต้หวันเป็นคู่ค้าและนักลงทุนที่สำคัญสำหรับไทย

ไต้หวันเป็นแหล่งว่าจ้างแรงงานไทยประมาณ 6 หมื่นคน

ไต้หวันเป็นผู้ผลิต semi-conductors หรือ “ชิป” อันเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตคอมพิวเตอร์, มือถือตลอดไปถึงเรือและเครื่องบินรบระดับสากล

และไต้หวันเป็นตัวละครสำคัญในเวทีการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้

มองข้ามมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้เลย!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน