บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net พลพรรคเพื่อไทยปากแจ๋วทั้งหลายพากันเงียบฉี่ มีเพียงนายกฯ เศรษฐา ที่ออกอาการฟาดงวงฟาดงาไปเมื่อวันพุธ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ล่าสุดฟากรัฐบาลมีเพียง รมช.คลัง "กฤษฎา จีนะวิจารณะ" บอกเสียงอ่อย ช่วงนี้อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้นโยบายการเงินมาช่วยดูแลเศรษฐกิจให้สอดคล้องกัน เนื่องจากนโยบายการคลังได้ออกไปเยอะมากแล้ว ส่วนขาประจำอย่าง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถนัดโพสต์เฟซบุ๊กอบรมแบงก์ชาติ ก็ยังฟาดต่อเนื่อง "มือไม่พาย เอาหางราน้ำ" ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยที่ "เสี่ยโต้ง" นั่งรองนายกฯ ควบขุนคลัง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ช่วงปี 255-2557

เรียกว่าเป็น 2 ปี ไม้เบื่อไม้เมากับ "ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าการ ธปท. ในขณะนั้น โดยไม่พอใจนโยบายแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า พยายามกดดันให้ลดดอกเบี้ย ที่สำคัญ ดร.ประสารยังขวางนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนต่างประเทศตามข้อเสนอของรัฐบาล จนออกปากเองอยากปลดผู้ว่าฯ สุดท้าย 7 พ.ค.2557 เสี่ยโต้งโดนปลดซะเอง หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช.

๐ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ "ดร.ประสาร" อยู่ได้ครบวาระ 5 ปี จนถึง 30 ก.ย.2558 ถึงแม้ในอดีตจะเคยมีผู้ว่าการแบงก์ชาติ 4 คน ถูกปลดพ้นจากตำแหน่ง คนแรกก็คือ "โชติ คุณะเกษม" ผู้ว่าการคนที่ 9 ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2502 สาเหตุพัวพันกรณีจ้างต่างชาติพิมพ์ธนบัตร รายที่สอง "นุกูล ประจวบเหมาะ" ผู้ว่าการคนที่ 13 สมัยนายสมหมาย ฮุนตระกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2527 เพราะขัดแย้งนโยบายเงินฝาก ส่วนรายที่สาม "กำจร สถิรกุล"  ผู้ว่าการคนที่ 14 ยุคนายประมวล สภาวสุ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2533 จากความขัดแย้งเรื่องอัตราดอกเบี้ย และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หรือ “หม่อมเต่า” ผู้ว่าการคนที่ 19 สมัยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นขุนคลัง เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2544 โดยคาดว่าเป็นเรื่องดอกเบี้ย เพราะหลังแต่งตั้ง "หม่อมอุ๋ย" มาดำรงตำแหน่งแทนเพียงไม่กี่วัน ก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยถึง 1% กระทั่งภายหลังหม่อมเต่าเปิดใจว่า “ถูกปลดเพราะไม่สนองนโยบายการปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอี" หากดูไทม์ไลน์ทั้ง 4 คน ก็เกิดขึ้นก่อนจะมีพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 เพราะเดิม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 การแต่งตั้งหรือการถอดถอนให้อำนาจคณะรัฐมนตรี โดยระบุไว้ในมาตรา 19 ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งหรือถอนจากตำแหน่งซึ่งผู้ว่าการและรองผู้ว่าการ โดยคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี"

๐ ต่างจาก พ.ร.บ.ฉบับปี 2551 ถือเป็นการแก้ไขกฎหมายครั้งใหญ่ มีการปรับโครงสร้าง ธปท. ให้เหมาะสมกับการดำเนินภารกิจในการดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงิน ทันต่อเหตุการณ์และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของโลก โดยเฉพาะทำให้ผู้ว่าการ ธปท. มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ ดังนั้น ครม. จึงไม่มีอำนาจปลดได้ตามใจเหมือนก่อน ซึ่งระบุไว้ชัดในมาตรา 28/19 (4) "คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรี เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงหรือทุจริตต่อหน้าที่" และมาตรา 28/19 (5) "คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีหรือการเสนอของรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ ธปท. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถ โดยมติดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง" กลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญของผู้ว่าการแบงก์ชาติ ที่ทำให้ฝ่ายการเมืองต้องถอยทัพ ขืนกล้าปลด มีหวังต้องไปสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งโอกาสชนะแทบมองไม่เห็น ไม่แปลกที่กิตติรัตน์ถึงปลดได้แต่ปาก เพราะฉะนั้นต่อให้นายกฯ หรือบรรดาเพื่อไทยทั้งหลายจะลงแขกเขย่าเก้าอี้ทุกวี่วัน ณ วันนี้ "ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" ก็ยังคงมีสถานะเป็นผู้ว่าการ ธปท.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .