ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ม่วงทั้งแผ่นดิน! แก๊งทะลุวังหงายเงิบ จงใจใช้พฤติกรรมดิบถ่อยเถื่อนเขย่าสถาบันฯ ที่ไหนได้ผลลัพธ์กลับตรงข้าม กลายเป็นปลุกพสกนิกรชาวไทยที่มีหัวใจจงรักภักดีทั่วประเทศพร้อมใจแสดงพลังปกป้อง สัปดาห์นี้แทบทุกแห่งต่างจัดกิจกรรมถวายกำลังใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างช่วงเย็นพฤหัสฯ ที่ผ่านมา "กลุ่มจุฬาฯ รักพระเทพฯ" ซึ่งนำโดย "วิรังรอง ทัพพะรังสี" ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มฯ นำนิสิตปัจจุบันและนิสิตเก่าจัดใหญ่ ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านที่ทรงเป็นนิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๐ "การแสดงพลังในเช้าวันนี้ เป็นการแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า จะตราบใด เวลาจะเปลี่ยนไป จะอย่างไรก็แล้วแต่ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนส่วนใหญ่พวกเราให้ความเคารพให้ความนับถือและพร้อมที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และพวกเราจะไม่ยอมให้ใครไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด กลุ่มบุคคลใด หรือใครก็แล้วแต่ จะมาลบหลู่ดูหมิ่นหรือพูดในสิ่งที่ไม่ดีถึงสถาบันพระมหากษัตริย์" เจ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ "วราวุธ ศิลปอาชา" นำข้าราชการกว่า 700 ชีวิต อ่านแถลงการณ์ถวายความเคารพและการแสดงความจงรักภักดีแด่ "กรมสมเด็จพระเทพฯ"
๐ แทบอดใจรอชม "ทักษิณการละคร" วันอาทิตย์นี้แทบไม่ไหว จะโชว์ฉากกลับบ้านแบบเท่ๆ ยังไง ก่อนหน้านี้คิดว่าอาจจะทำให้เนียนด้วยการส่งตัวจาก รพ.ตำรวจ ไปโรงพยาบาลเอกชนสักแห่ง อย่าง รพ.พระราม 9 ในเมื่อวันที่ 11 ม.ค. "สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์" รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่อนแถลงการณ์ซะใหญ่โตถึงเหตุที่ต้องให้อยู่ รพ.ตำรวจ เกิน 120 วัน "พิจารณาเห็นชอบ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.67 ให้นายทักษิณ อยู่รักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากยังคงมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเฉพาะทาง และหากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจะได้ดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงที" อาการตามที่อธิบดีกรมคุกว่าไว้คือตายได้ทุกเมื่อ ภาษาชาวบ้านเรียกว่าหนักปางตาย ผ่านไปแค่เดือนเดียว จะลุกขึ้นเดินปร๋อมันก็ยังไงอยู่ แต่ล่าสุด "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร คอนเฟิร์มแล้วว่าจะขนลูกๆ ไปรอรับพ่อที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ส่งสัญญาณหายป่วยแล้วราวกับปาฏิหาริย์ สมกับฉายา "น.ช.เทวดา" งานนี้อาจเห็นภาพอุ้มหลานโชว์ฟิตด้วยซ้ำ
๐ ไม่เฉพาะลูกหลานชินวัตรที่ดี๊ด๊า แต่บรรดาลิ่วล้อเพื่อแม้วออกโรงเชลียร์กันถ้วนหน้า ยกเป็นศูนย์รวมจิตใจคนเพื่อไทย ขยับปูทางนายใหญ่รีเทิร์นการเมือง "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ "ท่านทักษิณเป็นคนที่มีประสบการณ์ เพราะฉะนั้นอาจเสนออะไรต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ต่อสาธารณะและส่วนต่างๆ ได้ทั้งหมด เราไม่ได้ไปปิดกั้น อย่าไปโฟกัสว่าท่านจะมาให้คำปรึกษา หรือกำหนดอะไรรัฐบาล ท่านสามารถเสนออะไรก็ได้ที่เห็นว่าไม่ดี หรือเห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็เสนอต่อสาธารณะได้" สอดรับกับมือกฎหมายของพรรค "ชูศักดิ์ ศิรินิล" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปัดตกเรื่องครอบงำพรรค "ไม่มีกฎหมายบังคับว่าไม่ให้มีความเห็นทางการเมือง เรื่องของการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกได้ เพียงแต่กฎหมายบางประเภทห้ามบางเรื่อง เช่น ห้ามลงสมัครหรือดำรงตำแหน่งอะไรต่างๆ หากเรานำเอาความคิดเห็นของใครมาใช้แล้วท้ายที่สุดบอกว่าผิดกฎหมาย มันแปลกประหลาดแล้วล่ะประเทศนี้" ลืมไปหรือเปล่าว่าที่ผ่านมาทุกอย่างมันผิดเพี้ยน ก็เพราะยึดตรรกะ "ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม" ใช่มั้ยล่ะ.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


