รัฐไทยถูกทำร้าย

ก็แปลกดี...

ประชุมสภาผู้แทนฯ เมื่อวันวาเลนไทน์ มีการอภิปรายแบ่งข้างแบ่งขั้วที่ดูแล้วไม่ปกตินัก

เพราะปกติคือ แบ่งข้างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ชัดเจน

แต่ในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ ทุกพรรคการเมืองตำหนิการกระทำของแก๊งทะลุวัง

ยกเว้น พรรคก้าวไกล

นี่คือใบเสร็จแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องต้องกันระหว่างพรรคก้าวไกลกับแก๊งทะลุวัง

ย้อนกลับไปพิจารณาคำอภิปรายของ "ชัยธวัช ตุลาธน" หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีสถานะเป็นถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพราะงงกับวิธีคิด

นี่ไม่ใช่การเมืองก่อนปี ๒๕๐๐ นะครับ แต่เป็นปี ๒๕๖๗ แล้ว

"...กรณีที่เราอภิปราย ผมก็ยังยืนยันว่าเราทราบกันดีว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยอันเกิดจากเรื่องการก่ออาชญากรรมเพื่อหมายปองทำร้ายพระบรมวงศานุวงศ์ แต่เป็นปัญหาที่สืบเนื่องจากปัญหาขัดแย้งทางการเมือง และความขัดแย้งทางความคิด

ซึ่งต้องยอมรับตรงนี้ก่อนถึงจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ว่าเราจะจัดการบริหาร จัดการการถวายความปลอดภัย และการแก้ปัญหาทางการเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างไร

และแน่นอนว่าวันนี้ไม่ใช่วาระที่เราจะพูดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาทางการเมืองโดยละเอียด แต่ประเด็นหนึ่งที่เรียนรู้ได้จากกรณีของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอนที่รัฐไทยสามารถทำให้คนคนหนึ่งที่เขาแสดงออกความคิดเห็นทางการเมืองในส่วนของเขา ด้วยการถือกระดาษแผ่นนึง และผลักให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าคนไทยจำนวนมากไม่คิดว่าจะกล้าทำ

เมื่อประชาชนคนหนึ่งอยากจะพูด แต่เราไม่อยากฟัง เพราะไม่น่าฟังและไม่ต้องการให้คนอื่นได้ยิน และเราพยายามไปปิดปากเขา สุดท้ายเขาก็เลือกที่ตัดสินใจที่จะตะโกน จึงนำมาสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา..."

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปถาม "ชัยธวัช" ก่อนว่า "รัฐไทย" ในกรณีนี้มีความหมายว่าอะไร และเป็นใคร

เพราะจากที่ "ชัยธวัช" ร่ายมานั้น ดูเหมือนจะเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จ ใช้อำนาจที่มีกดขี่ประชาชนอยู่ตลอดเวลา

ราวกับว่า "ตะวัน" อยู่ในโลกอันมืดมิด ถูกปิดหู ปิดตา

"รัฐ" ความหมายตามตำราเรียนระดับมัธยมศึกษา คือ กลไกทางการเมืองโดยมีอำนาจอธิปไตยปกครองดินแดนทางภูมิศาสตร์ที่มีอาณาเขตและมีประชากรแน่นอน

โดยอำนาจดังกล่าวเบ็ดเสร็จทั้งภายในและภายนอกรัฐ ไม่ขึ้นกับรัฐอื่นหรืออำนาจอื่นจากภายนอก

และอาจกล่าวได้ว่า รัฐสามารถคงอยู่ได้แม้จะไม่ได้รับการรับรองจากรัฐอื่น เพียงแต่รัฐที่ไม่ได้รับการรับรองเหล่านี้ มักจะพบว่าตนประสบอุปสรรคในการเจรจาสนธิสัญญากับต่างประเทศและดำเนินกิจการทางการทูตกับรัฐอื่น องค์ประกอบสำคัญของรัฐมี ๔ ประการ คือ

๑.ประชากร รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกัน จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบเขตของรัฐนั้น

๒.ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ทั้งนี้รวมถึงพื้นดิน พื้นน้ำและพื้นอากาศ

๓.อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก

๔.รัฐบาล รัฐบาล คือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมณ์ของสาธารณชนในรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรัฐ

ถ้า "รัฐไทย" ที่ "ชัยธวัช" กล่าวหมายถึง "รัฐ" ข้างต้นนี้ ก็เท่ากับว่า พรรคก้าวไกลโทษทุกฝ่ายในรัฐ ยกเว้นตัวเอง

แต่...เจตนาการอภิปรายอ้อมแอ้มและคลุมเครือนี้ "ชัยธวัช" พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่ารัฐบาล หรืออำนาจอธิปไตยอื่น

แน่นอนครับ นี่ยังไม่ใช่การปองร้ายพระบรมวงศานุวงศ์

แล้ว "ชัยธวัช" มั่นใจได้อย่างไรว่า จะไม่มีการปองร้ายพระบรมวงศานุวงศ์

อย่าลืมสิครับ ในวันที่ "ตะวัน" ประกาศต่อสู้เลือดต้องแลกด้วยเลือด วันนั้น สส.พรรคก้าวไกล แห่ให้กำลังใจ "ตะวัน"

ให้บรรลุเป้าหมาย!

ที่ผ่านมาเห็นการชุมนุมของแก๊งทะลุแก๊ส ทะลุวัง กันแล้วไม่ใช่หรือว่า ระเบิด ปืน มีครบ

จะควักออกมาใช้อีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"ชัยธวัช" ใช้ข้อมูลอะไรถึงได้สรุปว่า "ตะวัน" ป่วนขบวนเสด็จฯ มาจากปัญหาขัดแย้งทางการเมือง

เป็นความโกรธแค้นแทนพรรคก้าวไกลที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะไม่มีพรรคการเมืองไหนคบ จากสาเหตุการแก้ไขและยกเลิก ม.๑๑๒ อย่างนั้นหรือ

หรือ "ตะวัน" ไปมีปัญหาการเมืองกับใคร

นึกไม่ออกจริงๆ

 เพราะเส้นทางของ "ตะวัน" เฉี่ยวไปเฉี่ยวมากับ ม.๑๑๒ มาโดยตลอด

จากที่สมัครเป็นการ์ดให้กับกลุ่มวีโว่ (WeVo) "ปิยรัฐ จงเทพ" ที่วันนี้เป็น สส.พรรคก้าวไกล พ่วงคดี ม.๑๑๒ มาเป็นคนปลุกระดม แต่อ้างว่าทำโพลติดสติกเกอร์ กรณีขบวนเสด็จฯ เป็นโพลที่ไม่ใช่โพล เนื่องจากไม่ใช่การสำรวจความคิดเห็น แต่เป็นการสอบถามพวกเดียวกัน

สุดท้ายกลายเป็นผู้ต้องหา ม.๑๑๒ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเมือง

แต่พยายามทำให้เป็นคดีการเมือง

คดีการเมืองฟังแล้วมันเท่ครับ

ในยุคสื่อสารออนไลน์ การปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนนั้นแทบเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้

เดิมทีการแสดงออกของประชาชนนั้น ต้องไปสนามหลวง ต้องลงถนนราชดำเนิน ถึงจะแสดงออกกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะได้

แต่สมัยนี้นั่งอยู่บ้าน คนเป็นหมื่นเป็นแสนก็สามารถพูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ โดยรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรได้เลย

ทั้งที่มีการใช้สิทธิละเมิดผู้อื่นเป็นว่าเล่น

กลุ่มเครือข่ายสามนิ้วใช้วิธีนี้มานานเป็นปีๆ แล้ว 

พรรคก้าวไกลก็ใช้

แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่สร้างปัญหาให้คนกลุ่มนี้คือ การโจมตี การละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์

เป็นการใช้เสรีภาพการแสดงความเห็นเกินขอบเขตของกฎหมาย

สมัยนี้ไม่มีหรอกครับถือกระดาษแผ่นเดียว

มีแต่ไลฟ์สด แล้วแชร์กันในโซเชียล!

ครับ...รัฐไทย ไม่ได้ทำอะไรกับ "ตะวัน" แม้แต่น้อย

มีแต่ "ตะวัน" ทำร้ายรัฐไทยทุกวัน โดยมีพรรคก้าวไกลให้ท้าย

ก็คงจะอยากเปลี่ยนรัฐ

เปลี่ยนจากรัฐเดี่ยว จากราชอาณาจักร ไปเป็นอย่างอื่นกระมัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวยแล้วไม่โกงไม่มี

นายกฯ เศรษฐาเปิดใจวานนี้ (๑๕ เมษายน) ฟังแล้วเหมือนเดจาวู "...มั่นใจได้ว่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่มีแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามต้องพูดเรื่องทรัพย์สิน เรื่องของชีวิตส่วนตัว ส่วนตัวของผมลงตัวแล้ว มีรายได้ในอดีตที่ดีพอสมควร มีทรัพย์สินที่ทำให้อยู่ได้อย่างสบายๆ

รัฐบาลลิงแก้แห

ชี้แจงก็เหมือนไม่ชี้แจง ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คงจะหน้าเขียวไปตามๆ กัน เพราะถูกรัฐบาลบีบให้ร่วมโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต วงเงินที่รัฐบาลล้วงมาคือ ๑๗๒,๓๐๐ ล้านบาท

วอลเล็ตมรณะ

อย่าเพิ่งดีใจ... ใครที่คาดหวังว่ารัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตทันไตรมาส ๔ ของปีนี้ ควรเผื่อใจไว้บ้าง

'ภาษีกู' ทั้งนั้น

เวียนหัวกับรัฐบาลนี้จริงๆ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตหัวละหมื่น พูดกี่ทีก็ไม่ค่อยจะเหมือนเดิม

เรื่องของคนโกหก

ไม่ควรปล่อยให้จบไปง่ายๆ ก็เรื่อง "นักโทษทิพย์" ที่ "ป่วยทิพย์" และ "เลี้ยงหลานทิพย์" นี่แหละครับ