
ถือว่ามองการเมืองขาดกรณี "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ กับการเปิดตัวทีมงาน "รุ่นใหญ่" อย่าง "พิจิตต รัตตกุล" อดีตผู้ว่าฯ กทม. และ "พรหม-พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร New Dem หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ทำเอาหลายคนร้องว้าว เพราะ "ชัชชาติ" ตั้งใจจะดึงฐานเสียงจากคะแนนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการเปิดตัว "พรหม" ในวัย 29 ปี ที่นอกจากจะเป็นตัวแทนและกระบอกเสียงคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเห็นว่าชัยชนะในสนามเสาชิงช้า ปัจจัยหลักอยู่ที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนชั้นกลางในเมืองหลวง กำลังตื่นตัวทางการเมือง หลังสนามนี้ว่างเว้นจากการเลือกตั้งมาถึง 7 ปี

สำหรับ "พรหม" ไม่ได้มีดีแค่เป็นคนรุ่นใหม่ ยังเชื่อว่าจะทำงานใน กทม.ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะมี "คุณพ่อ" พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ยุคอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. และยังเป็นอดีต ส.ส.กทม. ที่รู้จริงและพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้นการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ชาวกรุงเทพฯ วิธีทำงานร่วมกับข้าราชการ พนักงานลูกจ้างนับแสนคน และเกมการเมืองต่างๆ จึงหายห่วง
ขณะที่ตัวโปรไฟล์ส่วนตัวของ "พรหม" ก็ไม่ธรรมดา จบปริญญาตรี รัฐศาสตร์จากอังกฤษ และปริญญาโทด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจากสหรัฐอเมริกา และยังมีประสบการณ์ทำงานผู้ช่วย ส.ส.สหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ดูแลด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
ส่วนงานการเมืองหลักๆ นอกจากเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร New Dem แล้ว ยังเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ปชป. หลังออกจากค่ายสีฟ้าก็ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อีกทั้งยังเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย
เห็นเบื้องหลัง "พรหม" จึงเข้าใจว่าทำไม "ชัชชาติ" รีบคว้าตัวไปร่วมทีม.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

