บันทึกหน้า 4

"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แม้จะยืนยันเป็นตัวจริง แต่ในทางการเมืองไม่มีใครเชื่อ ฉะนั้นกรณี "ทักษิณ ชินวัตร" หากพ้นการพักโทษ และเข้ามามีบทบาทหรือไม่นั้น จึงยากที่จะปฏิเสธ   

"เทพไท เสนพงศ์" อดีต สส.พรรคประชาธิปปัตย์ สะท้อนว่า ถ้าอยากได้ “ทักษิณ” มาเป็นที่ปรึกษา ก็อย่าเหนียมอาย “เมื่อนักข่าวถามว่า ถึงเวลาที่จะต้องเชิญนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเป็นที่ปรึกษาแล้วหรือไม่? คุณเศรษฐาบอกว่า คุณทักษิณยังไม่มีสัญญาณอยากเป็นที่ปรึกษา รักษาตัวให้ดีก่อน ค่อยว่ากัน” ซึ่งสามารถอ่านใจคุณเศรษฐาได้เลยว่า เกรงใจคุณทักษิณมาก ถ้าบอกว่าไม่เชิญมาเป็นที่ปรึกษา ก็กลัวจะถูกตำหนิ หรืออาจถูกริบเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคืน แต่ถ้าประกาศเชิญมาเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ ก็กลัวจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ เหมือนตอนสัมภาษณ์สื่อต่างประเทศคราวไปประชุมเอเปก จึงพยายามให้คำตอบในลักษณะภาคเสธ

ผมเห็นว่า คุณเศรษฐาจะเชิญคุณทักษิณ มาเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะในความเป็นจริง คุณทักษิณเป็นผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว ถนนทุกสายก็มุ่งสู่บ้านจันทร์ส่องหล้า รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้เกินครึ่งเคยเป็นลูกน้องคุณทักษิณมาก่อน 

จึงไม่ต้องปฏิเสธ หรือเหนียมอาย และคนทั้งประเทศรู้ดีว่า คุณทักษิณคือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเหนือรัฐบาล เป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทยที่แท้จริง แม้แต่ผลสำรวจของนิด้าโพลก็ปรากฏชัดว่าคุณทักษิณคือผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองสูงสุด ขอให้จับตาการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าจะเดินไปทางไหน

ส่วนตัวเชื่อว่าคุณเศรษฐาเป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมาก่อน มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง โดยปกติไม่มีใครมาบงการชักใยได้ แต่ทางธุรกิจกับการเมืองแตกต่างกัน จะต้องดูว่า การทำงานทางธุรกิจคุณเศรษฐามีความเป็นอิสระร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การมาทำงานการเมืองจะถูกครอบงำ หรือบงการจากผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง หรือเจ้าของพรรคเพื่อไทย คุณเศรษฐาจะยอมรับได้แค่ไหน ถ้ารับไม่ได้ก็ลาออกคืนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้เขาไป หรือถ้าต้องการให้ตายหมู่ ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ จบเกมครับ!!!

นอกจากเรื่องสภาวะผู้นำมีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือแล้ว ในเรื่องผลงานของรัฐบาลก็ไม่ต่างกัน โดย 25 มี.ค. ก็ต้องรับศึกจาก สว. ที่หลายคนขอทิ้งทวนผ่านการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติมาตรา 153 

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น รับออเดิร์ฟขมๆ จาก นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ไม่มีผลงาน...รัฐบาลพัง" ผ่านมา 6-7 เดือนแล้วผลงานยังไม่ออกมาหรือออกมาล่าช้า พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำก็จะเสียคนและก็จะกระทบไปยังรัฐบาลโดยรวมด้วย... ข้ออ้างเรื่องงบประมาณยังไม่ออกหรือโน่นนี่นั่นชาวบ้านเขาไม่ฟังหรอก ยิ่งคุยใหญ่คุยโตก่อนเลือกตั้งว่าจะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ทันที แต่ถึงเวลายังไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากงานประจำ ลงพื้นที่ ไปต่างประเทศ แล้วก็ประชุมเป็นงาน routine แต่งานที่จะออกมาโดนใจเปรี้ยงปร้างมากกว่ารัฐบาลลุงตู่ยังไม่เห็นเลย...

ชาวบ้านเขาก็ชักจะทนไม่ไหว เปลี่ยนรัฐบาลแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรดีไปกว่ารัฐบาลเก่า กระแสจึงตีกลับกดดันมาเป็นข่าวเรื่องปรับ ครม.บ้าง เรื่องนายกฯ 2 คน 3 คนบ้าง หรือถึงขั้นเปลี่ยนตัวนายกฯ บ้าง เหล่านี้เป็นเรื่องไม่มีผลดีต่อรัฐบาลทั้งสิ้น ยิ่งขืนปล่อยให้นานวันไปเพื่อไทยก็จะเสียผู้เสียคนไปใหญ่ ก้าวไกลก็จะโตขึ้น... ทั้งหมดมาจากความสิ้นหวังที่มีต่อรัฐบาล

อีกประเด็นที่น่าสนใจ หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่โจมตีว่า พล.อ.ประวิตรไม่เคยเข้าร่วมประชุมสภา โดยย้อนถามว่า "การไม่เข้าร่วมผิดหรือเปล่า" นั้น 

ล่าสุดนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้โพสต์ผ่าน x ถึงกรณีดังกล่าวว่า "สส.ขาดประชุมได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของวันประชุมครับ ถ้าเกินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาฯ จะสิ้นสุดสมาชิกภาพครับ" ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (12) ก็ต้องดูว่าหลังจากนี้จะมี สส.คนไหนเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ "บิ๊กป้อม" ตกเก้าอี้ ส.ส.หรือไม่ และต้องดูว่าจะชี้แจงอย่างไร.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”