บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าจะสิ้นปีชวดหรือปีหนูอยู่รอมร่อ แต่ที่ไหนได้กลับเกิดปรากฏการณ์ “กระสุนตก” ใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกันอย่างไม่ยั้ง ไล่มาตั้งแต่การตั้งฉายารัฐบาล จนถึงฉายาเจ้าตัวว่า “ชำรุดยุทธ์โทรม” ซึ่งนายกฯ ก็บอกว่าไม่โกรธ ไม่เคยโมโหสื่อ แต่คำพูดต่อมาที่ว่าอาจต้องจัดระเบียบการตอบคำถามใหม่ เพราะตอบคำถามทุกวัน ปัญหาก็จะเข้าทุกวัน อันนี้มันเรียกว่า “งอนนะจ๊ะ” ลุงตู่ ...๐

 ที่บอกว่ากระสุนตก เพราะคล้อยหลังฉายาไม่ถึงวันดี ดันมามีข่าวว่าฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรตีความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่าวาระการดำรงตำแหน่งของ “บิ๊กตู่” นั้นลากยาวไปถึง 2570 เพราะนับการดำรงตำแหน่งในปี 2562 เท่านั้น!!! ไม่รู้ว่างานนี้เป็นความหวังดีประสงค์ร้ายหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะตามคำบอกกล่าวของ “อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น บอกว่าเป็นข่าวเก่าตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว

ที่สำคัญเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของฝ่ายนิติกร ไม่ใช่ความเห็นของ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่รับรองแต่ประการใด พร้อมทั้งระบุว่าการวินิจฉัยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ...๐

งานนี้คนซวยคือ “ลุงตู่” ที่โดนไปเต็มๆ เพราะล่าสุดบรรดาเอ็นจีโอฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็ออกมาด่าสาดเสียเทเสียกันอย่างมาก เพราะทั้งเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อคนตีความ พร้อมทั้งลากโยงไปถึงการรับใช้เผด็จการและอ้างว่าส่งเสริมการรัฐประหารกันไปโน่น ...๐

พูดถึงเรื่องสภาแล้วไม่เอ่ยอ้างถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะ ครานั้นพรรคเพื่อไทย โดย “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส.ส.เชียงราย มือกรีดแขนสร้างภาพได้เปิดประเด็นเรื่องนายกฯ หอบเงิน 5 ล้านบาทแลกกับการยกมือไว้วางในสภา ซึ่ง “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมทั้งยังเป็นผู้กล่าวสรุปการอภิปรายก็ตอกย้ำประเด็นดังกล่าวว่ามีหลักฐานมัดทั้งพยานบุคคล และคลิปมัดชัดเจน แต่ ทำไมจนป่านนี้กลับไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด เพราะนอกจากเป็นคดีอาญาแผ่นดินแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องจรรยาบรรณของทั่นผู้ทรงเกียรติด้วย เพราะ เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นที่ “สัปปายะสภาสถาน” ที่ต้องถือเป็นศูนย์กลางของฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ ...๐

 ไม่แปลกใจแต่ประการใดที่พรรคฝ่ายค้านจะพยายามทำให้เรื่องเงียบหายเข้ากลีบเมฆ ประมาณตีหัวเข้าบ้าน แต่เรื่องนี้ “ประธานชวน” จะปล่อยไปไม่ได้ เพราะบรรดาคอกาแฟต่างนินทากันมากมาย พร้อมกับเชื่อมโยงไปถึงการที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ เรื่องผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรของ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน ก็อาจเป็นได้ ...๐

พูดถึงการมุ้งการเมืองไม่เอ่ยถึงพรรคใหญ่อย่าง “พลังประชารัฐ” ของลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้ออกมาเอ่ยถึงทิศทางการทำงานใน “ปีเสือ” แล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่า “พี่นัส” ของน้องจุ๊บจิ๊บใจนักเลงอย่างมาก ในการให้สัมภาษณ์ เพราะยอมรับความเป็นจริงว่ามีปัญหาเรื่องความแตกแยก ซึ่งก็มาจากหัวหน้ามุ้งต่างๆ แต่ก็สยบปัญหาได้เพราะมี “ลุงป้อม” นี่เอง ที่สำคัญยังกล้ายอมรับอย่างหน้าชื่นด้วยว่ามีการเดินเกมทั้งบนดินและใต้ดิน เรียกว่า ไม่กระบิดกระบวนเหมือนพรรคคนรุ่นใหม่ที่เล่นบทบาทในสภาเป็นพระเอก แต่นอกสภาดันหลังเด็กๆ ออกมาตายดาบหน้าเลย ...๐

หันมาเรื่อง “โอมิครอน” กันบ้าง เพราะล่าสุด ศบค.โดย “นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” โฆษกศูนย์ ได้แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดว่าอยู่ที่ 739 รายแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 29 ธ.ค. มีถึง 149 ราย มีการกระจายไปทั่วประเทศ โดยที่ กทม.สะสม 273 ราย กาฬสินธุ์พบใหม่ 98 ราย ทำให้มียอดสะสม 226 ราย แต่ ที่น่าปริวิตกอย่างมากคือ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาสายพันธุ์เดลตายังเป็นสายพันธุ์ครองตลาดแต่ผู้เดียว แต่ล่าสุดสัดส่วนมาอยู่ที่ 90.94% โดย “โอมิครอน” น้องใหม่กลับก้าวพรวดมาอยู่ที่ 9% และแนวโน้มคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฉากทัศน์ของกระทรวงสาธารณสุขที่แถลงออกมานั้น เชื่อว่าอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ เพราะดูแนวโน้มของพี่ไทยนั้นคงไม่ใช่เลวร้ายที่สุด และไม่ใช่ดีที่สุด และไม่ใช่ตรงกลางเสียด้วย เพราะ “ซูเปอร์สเปรดเดอร์โอมิครอน” กาฬสินธุ์นั้นลามไป 11 จังหวัด ต้องบอกว่าช่างเหมือนกับหนังม้วนเก่าว่าด้วยเรื่องสงกรานต์ปีก่อนหน้านั้นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่สำคัญที่อยากจะบอกคืองวดนี้อาจจะแรงกว่าเก่านะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน สวัสดีปีเสือป่วยแล้วเขี้ยวคมอีกต่างหาก ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ