ยุบ1000%

กกต. มีมติเอกฉันท์เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล แล้วตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค จากกรณีก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น

“เทพไท เสนพงศ์” อดีตสส. ปชป. วิเคราะห์ว่า  มติของ กกต.ดังกล่าว ไม่ได้เกินความคาดหมายของผู้คนในสังคม ที่ต่างก็มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า พรรคก้าวไกลจะต้องถูกยุบพรรคอย่างแน่นอน

และจะมีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารทั้งชุด และยังคาดการณ์ล่วงหน้าว่า จำนวน ส.ส.ของพรรคก้าวไกล 44 คน ที่ผู้ลงชื่อเป็นผู้เสนอญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะถูก ป.ป.ช.สอบเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจมีความผิดถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เป็นการต่อสู้กัน 2 ขั้วชัดเจน ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายก้าวหน้า หรือเสรีประชาธิปไตย ซึ่งต้องห่ำหั่น ชิงไหวชิงพริบทางการเมืองต่อไป ซึ่งการเล่นเกมยุบพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ จะเหนื่อยกันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเบ็ดเสร็จแน่นอน กล่าวคือ

ในส่วนของพรรคก้าวไกล การถูกยุบพรรคไม่มีหลักประกันใดๆว่า พรรคจะโตขึ้นกว่าเดิม เพราะแกนนำของพรรคถูกตัดสิทธิ์ไปจำนวนหนึ่ง ส.ส.ส่วนหนึ่งจะถูกดึงตัวไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น คนที่อยู่ก็เป็นคนรุ่นใหม่มีประสบการณ์น้อย ยังไม่สามารถที่จะนำพาพรรคไปสู่การยอมรับของประชาชนได้เหมือนเดิม การสร้างกระแสยิ่งยุบยิ่งโต อาจไม่เป็นจริงเสมอไป

ส่วนฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องการทำลายล้างพรรคก้าวไกลให้หมดสิ้นไป พยายามหาหนทางบอนไซและทำลายพรรคก้าวไกลลงให้ได้ก่อน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่แคร์ว่าหากยุบพรรคก้าวไกลแล้ว จะมีพรรคใหม่จะโตขึ้น ยึดหลักยุบพรรคก้าวไกลให้ได้ก่อน พรรคใหม่โตขึ้นมาอีก ก็ค่อยหาเหตุยุบพรรคให้ได้อีก อะไรจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องในอนาคต

หนทางเดียวที่พรรคก้าวไกลจะเติบโตขึ้นกว่าเดิม น่าจะมาจากเหตุผลผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล  ที่เคยลงคะแนนให้จำนวน14 ล้านคนเห็นว่า พรรคถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม สร้างความเคียดแค้นและคับแค้นใจ ยังคงปักหลักช่วยพรรคตั้งใหม่ที่มาจากก้าวไกลต่อไป

ประกอบกับคนกลางๆทางการเมืองรู้สึกว่า พรรคก้าวไกลถูกรังแกโดยไม่มีเหตุผล ก็อาจจะเทคะแนนให้พรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้พรรคก้าวไกล ก็จะเดินไปสู่แนวทาง“ยิ่งยุบยิ่งโต”

เมื่อกกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกลแล้ว ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่นเลย แม้ว่าผลลัพธ์ยังไม่ออกมา ก็สามารถฟันธงตามแนวทางการเมือง และทิศทางทางการเมืองที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องการได้เลยว่า พรรคก้าวไกลถูกยุบแน่นอน 1000%

นี่คือการคาดการณ์ทางการเมืองในเบื้องต้น ส่วนผลทางกฎหมาย จะเป็นอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน 

 

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

พาครอบครัวช็อปปิ้ง

ประเดิมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” วันแรก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ด้วยความคึกคัก

เลขทรัพย์สินให้โชค

เป็นประจำตามกฎหมาย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง