
กกต. มีมติเอกฉันท์เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล แล้วตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค จากกรณีก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น
“เทพไท เสนพงศ์” อดีตสส. ปชป. วิเคราะห์ว่า มติของ กกต.ดังกล่าว ไม่ได้เกินความคาดหมายของผู้คนในสังคม ที่ต่างก็มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า พรรคก้าวไกลจะต้องถูกยุบพรรคอย่างแน่นอน
และจะมีการตัดสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารทั้งชุด และยังคาดการณ์ล่วงหน้าว่า จำนวน ส.ส.ของพรรคก้าวไกล 44 คน ที่ผู้ลงชื่อเป็นผู้เสนอญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะถูก ป.ป.ช.สอบเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจมีความผิดถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เป็นการต่อสู้กัน 2 ขั้วชัดเจน ระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายก้าวหน้า หรือเสรีประชาธิปไตย ซึ่งต้องห่ำหั่น ชิงไหวชิงพริบทางการเมืองต่อไป ซึ่งการเล่นเกมยุบพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ จะเหนื่อยกันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเบ็ดเสร็จแน่นอน กล่าวคือ
ในส่วนของพรรคก้าวไกล การถูกยุบพรรคไม่มีหลักประกันใดๆว่า พรรคจะโตขึ้นกว่าเดิม เพราะแกนนำของพรรคถูกตัดสิทธิ์ไปจำนวนหนึ่ง ส.ส.ส่วนหนึ่งจะถูกดึงตัวไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น คนที่อยู่ก็เป็นคนรุ่นใหม่มีประสบการณ์น้อย ยังไม่สามารถที่จะนำพาพรรคไปสู่การยอมรับของประชาชนได้เหมือนเดิม การสร้างกระแสยิ่งยุบยิ่งโต อาจไม่เป็นจริงเสมอไป
ส่วนฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ต้องการทำลายล้างพรรคก้าวไกลให้หมดสิ้นไป พยายามหาหนทางบอนไซและทำลายพรรคก้าวไกลลงให้ได้ก่อน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่แคร์ว่าหากยุบพรรคก้าวไกลแล้ว จะมีพรรคใหม่จะโตขึ้น ยึดหลักยุบพรรคก้าวไกลให้ได้ก่อน พรรคใหม่โตขึ้นมาอีก ก็ค่อยหาเหตุยุบพรรคให้ได้อีก อะไรจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องในอนาคต
หนทางเดียวที่พรรคก้าวไกลจะเติบโตขึ้นกว่าเดิม น่าจะมาจากเหตุผลผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่เคยลงคะแนนให้จำนวน14 ล้านคนเห็นว่า พรรคถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรม สร้างความเคียดแค้นและคับแค้นใจ ยังคงปักหลักช่วยพรรคตั้งใหม่ที่มาจากก้าวไกลต่อไป
ประกอบกับคนกลางๆทางการเมืองรู้สึกว่า พรรคก้าวไกลถูกรังแกโดยไม่มีเหตุผล ก็อาจจะเทคะแนนให้พรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้พรรคก้าวไกล ก็จะเดินไปสู่แนวทาง“ยิ่งยุบยิ่งโต”
เมื่อกกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกลแล้ว ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่นเลย แม้ว่าผลลัพธ์ยังไม่ออกมา ก็สามารถฟันธงตามแนวทางการเมือง และทิศทางทางการเมืองที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องการได้เลยว่า พรรคก้าวไกลถูกยุบแน่นอน 1000%
นี่คือการคาดการณ์ทางการเมืองในเบื้องต้น ส่วนผลทางกฎหมาย จะเป็นอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน
สวยบู๊
เป็นนักการเมืองหญิงที่ได้รับการจับตาและชื่นชมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ รองกิฟท์-ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
มือประสาน
ชั่วโมงนี้หากเพ่งมองไปยังขุนพลคู่ใจ ที่ตามติดภารกิจผู้นำประเทศชนิดที่ว่า “ไปไหนไปกัน หนีบไปด้วยทุกที่” ไม่ว่าจะภารกิจในประเทศ หรือการเดินทางเยือนต่างประเทศ
ไทยโพสต์จัดเบอร์ใหญ่
สำนักข่าวไทยโพสต์ ปล่อยโปสเตอร์งานใหญ่ฉลองต้อนรับครบรอบ 30 ปี ในหัวข้อเสวนาสุดเข้มข้น “เหลียวหลังแลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย” ที่ปักหมุดจัดขึ้นวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. 2569 เวลา 12.30-15.00 น. ณ Siam Event House ประชาชื่น 46 ซึ่งรายชื่อแขกรับเชิญบนเวทีที่ต้องขยี้ตาคือ “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โดดเด่นสายตาทุกคน
'อภิปรายให้ Gen Alpha ฟัง'
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระที่น่าสนใจหลายวาระ โดยวาระที่เป็นที่จับตาของสังคมคือ รับทราบรายงานผลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปี 67 และ 68 โดยมี สส.หลายคนให้ความสนใจในการอภิปรายดังกล่าว
เต็มร้อย
จังหวะ โอกาส ไม่ได้มาพร้อมกันเสมอ แต่เมื่อทั้ง 2 เรื่องมาบรรจบกัน ก็ต้องลุยไปอย่างเต็มที่ เห็นจากเวทีการประชุม Beijing Xiangshan Forum ครั้งที่ 13 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง “บิ๊กดุลย์-พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ได้ขึ้นปาฐกถาโชว์วิสัยทัศน์

