
14 ส.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง บริเวณหมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.ควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเสม็ดขาวอย่างรุนแรงในช่วงกลางวันของวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง และมีกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้เปลวเพลิงสามารถลุกลามไปตามพื้นที่ป่าได้อย่างรวดเร็ว
รายงานเบื้องต้นพบว่า ไฟได้ลุกไหม้พร้อมกันถึง 3 จุด ส่งผลให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายแล้วกว่า 200 ไร่ โดยเปลวเพลิงได้เผาผลาญทั้งต้นหญ้าและต้นเสม็ดอย่างรวดเร็ว ก่อนขยายวงเข้าใกล้พื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของประชาชนซึ่งอยู่โดยรอบแนวป่าพรุ
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านและเจ้าของสวนปาล์มในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากหากกระแสลมยังคงพัดแรง อาจทำให้ไฟลุกลามออกจากพื้นที่ป่าและสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนได้
หลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ โดย ชุดควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับกำลังสนับสนุนจาก ชุดควบคุมไฟป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง และชุดควบคุมไฟป่า จ.กระบี่ เพื่อเร่งฉีดน้ำและทำแนวสกัดบริเวณจุดที่ไฟกำลังลุกลาม เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมแนวไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงขยายวงกว้าง โดยเฉพาะแนวที่อยู่ใกล้กับสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากพื้นที่ป่าพรุมีปริมาณน้ำบนผิวดินค่อนข้างน้อย ทำให้การสูบน้ำขึ้นมาใช้ดับไฟและสกัดแนวเพลิงทำได้อย่างจำกัด เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กำลังคนและอุปกรณ์ที่มีอยู่เข้าควบคุมแนวไฟอย่างระมัดระวัง
จนกระทั่งช่วงเย็น สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง หลังกระแสลมในพื้นที่เริ่มอ่อนกำลังและสงบลง ส่งผลให้การลุกลามของไฟป่าลดความรุนแรงลงตามไปด้วย เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าควบคุมแนวเพลิงและจำกัดพื้นที่การลุกไหม้ไว้ได้
เบื้องต้นสามารถ ควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัด และป้องกันไม่ให้ขยายวงไปยังพื้นที่สวนปาล์มของประชาชนได้ แต่ยังไม่ถือว่าสถานการณ์สิ้นสุด เนื่องจากพื้นที่ป่าพรุมีเชื้อเพลิงจากหญ้าและซากพืชสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ยังร้อนและมีความแห้งแล้ง จึงมีความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุขึ้นมาอีกได้
เจ้าหน้าที่จึงยังคงจัดกำลัง เฝ้าระวังและตรวจสอบพื้นที่ตลอดทั้งคืน พร้อมเตรียมเข้าดับจุดที่ยังมีควันหรือความร้อนสะสมทันที หากพบการปะทุของไฟขึ้นมาใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีสภาพอากาศร้อนและฝนทิ้งช่วง พร้อมประสานกำลังจากหน่วยงานในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง หากจำเป็นต้องเพิ่มกำลังเพื่อควบคุมไฟป่าและป้องกันไม่ให้ลุกลามสร้างความเสียหายเพิ่มเติม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คดีพลิก! ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เคลียร์ข่าว 'ชัยชนะ' ตบตำรวจ ไม่เป็นความจริง เผยสนิทกับรอง ผกก.
พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ระบุว่า อดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย หรือ “ตบหน้า” รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ว่า
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ย่านลิเภา…จากวัชพืชในป่า สู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้
“... ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมากตัวย่านลิเภานั่นก็คือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเอง
คนเมืองคอนมี 'มรดกโลกยูเนสโก' เตรียมฉลองยิ่งใหญ่
แห่สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่
ไทยลุ้นเฮ 'วัดพระมหาธาตุฯ' จ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก
คณะผู้แทนจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางเข้าร่ว

