
วุฒิสภาเปิดฉากอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 วันนี้ (25 มีนาคม) "คำนูณ สิทธิสมาน" จองกฐินซักฟอกเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชา จะพูดในเชิงหลักการว่า เรื่องพื้นที่ทับซ้อนเป็นหนึ่งนโยบายตามที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงต่อสภาไว้ ประกอบกับการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาเน้นแต่เรื่องพลังงาน จึงต้องการอภิปรายถึงหลักการสำคัญในการเจรจาระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ และเพื่อไม่ให้ประเทศเกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องผลประโยชน์และเขตแดนทางทะเล เพราะขณะนี้ก็มีแนวความคิดที่ต้องการเจรจาแค่เรื่องผลประโยชน์จากปิโตรเลียมในอ่าวไทย โดยอาจพักการเจรจาเรื่องเขตแดนไว้ก่อน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแนวความคิดเช่นนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต ...๐
กรอบเวลาการอภิปรายครั้งนี้ จะมี สว.ร่วมอภิปราย 27 คน โดยแต่ละคนจะได้เวลาในการพูดแตกต่างกันไป เช่น "เสรี สุวรรณภานนท์" จะกล่าวเปิดต่อที่ประชุมเป็นคนแรก ถึงเรื่องหลักการและวัตถุประสงค์ในการเปิดอภิปรายทั่วไป รวมถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล และข้อเสนอแนะต่างๆ "สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" จะอภิปรายในหัวข้อเศรษฐกิจ โดยจะเน้นไปที่นโยบายระยะปานกลางและระยะยาวของรัฐบาล จะถามรัฐบาลว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้วตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แล้วจึงให้ข้อเสนอแนะ เป็นต้น ...๐
ขณะที่ 4 รัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน "พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล" รมว.อุตสาหกรรม "กฤษฎา จีนะวิจารณะ" รมช.การคลัง และ "อนุชา นาคาศัย" รมช.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมคำตอบไว้แล้ว "อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์" โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้เวทีนี้แถลงผลงานไปในตัว
"...ที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างหนัก มีผลงานชัดเจนสัมผัสได้ ผลงานของรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติหลายผลงาน ก็ถือเป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาลอีกด้วย จึงถือเป็นโอกาสดีที่รัฐมนตรีของพรรคจะได้ชี้แจงผลงานไปในตัว จึงไม่ได้มีความกังวล และมีความยินดีในการเปิดอภิปรายของ สว. ผมไม่ห่วงการอภิปรายของสว. เนื่องจากเป็นการอภิปรายทั่วไปไม่ใช่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมเชื่อมั่น สว.เป็นผู้ใหญ่พอ คงจะทราบข้อนี้เป็นอย่างดี ว่าการอภิปรายนอกเหนือประเด็นจากข้อสงสัยที่ยื่นเป็นญัตติมาแล้วจะอภิปรายนอกประเด็นตามที่ข้อบังคับการประชุมกำหนดนั้นทำไม่ได้..." ฉะนั้นจับตาดู รัฐมนตรีว่าเก็งข้อสอบถูกหรือไม่ หรือจะกลายเป็นถามไม่ตรงคำตอบ ...๐
กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ดร.อภิสัณห์ ศรวัชรณัฏฐ์ หัวหน้าพรรคอนาคตไกล ทำหนังสือเชิญ สื่อมวลชน โทรทัศน์ทุกช่องและหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวออนไลน์ทุกแขนง ร่วมพิธีเปิดที่ทำการพรรคอนาคตไกลและพิธีบวงสรวง/เจริญพระพุทธมนต์ ณ อาคารสำนักงานใหญ่พรรคอนาคตไกล เลขที่ 357 ถนนสุโขทัย แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มีนาคมนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เป็นพรรคสำรองของพรรคก้าวไกล จริงเท็จประการใด อีกไม่นานได้เฉลย หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล สส.จะเดินกันว่อน จะมาตกที่พรรคอนาคตไกลกี่คนคงได้รู้กัน ...๐
ควันหลงจับบ่อนบางใหญ่ถูกชี้้เป้าไปที่่ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าตัวบอกเพียงว่า "ปากแห้ง ถือศีลอด ไม่อยากพูด" ก่อนนี้ "เสี่ยหนู-อนุทิน" บอกว่าจะไม่ถาม "ชาดา" เรื่องนี้ เช่นกัน กับนายกฯ เศรษฐาก็บอกว่าจะไม่ถามเหมือนกัน สังคมก็เลยกังขาว่าตกลงจริงหรือไม่จริงที่ "สันธนะ ประยูรรัตน์" ออกมาอ้างว่าการบุกจับครั้งนี้เป็นการหลอกให้ผู้บัญชาการจับลูกน้อง หรือลูกน้องหลอกเจ้านายไปจับ เพราะ "เสี่ยนกเขา" เจ้าของบ่อนอ้างว่ารู้จักกับ "ชาดา" เป็นการส่วนตัว และรู้จักมานาน ดังนั้นการที่จะบุกจับทำไมถึงไม่การส่งสัญญาณมาให้ ...๐
นักร้องเสียงทอง "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ยื่นป.ป.ช.สอบ สส.เพื่อไทย 4 ราย ว่าได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและรายละเอียดประกอบ โดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ประกอบด้วย "ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์" สส.กรุงเทพฯ เขต 20 "ชนก จันทาทอง" สส.หนองคาย เขต 2 "ไชยวัฒนา ติณรัตน์" สส.มหาสารคาม เขต 2 และ "หัวเขียง-ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" สส.บัญชีรายชื่อ 3 รายแรกไม่แจ้งรายรับ-รายจ่ายจากการหาเสียง ส่วน "หัวเขียง" เรื่องโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ผ่านไป 11 ปี ราคายังเท่าเดิม ป.ป.ช.จะว่าอย่างไร เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตาม ...๐
นายชื่น ประชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

