รางวัลอสม.

ความสำเร็จ ของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ที่ได้รับค่าป่วยการ2พันบาทต่อเดือนในเดือนพ.ค.นี้เป็นไปตามคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบเมื่อช่วงเดือนมี.ค.2566

เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มยุครัฐบาลเศรษฐา แต่เกิดจากการผลักดันมาจากรัฐบาลยุคลุงตู่ ภายใต้ผู้ปิดทองหลังพระของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ อดีตรมว.สาธารณสุข ก่อนมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1)ในวันนี้

นายจำรัส คำรอด ประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทย บอกว่า รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณนายอนุทิน ไปจนถึงคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่สนับสนุน

นายอนุทิน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับ อสม. มานาน ในช่วงโควิด 19 ท่านลงพื้นที่ไปกับเรา เห็นการทำงาน เห็นความลำบาก เห็นความตั้งใจ ในบทบาทหน้าที่ ที่เราต้องทำ และท่านคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด

ท่านเป็นคนเข้าถึงง่าย เวลามีปัญหา อสม. สามารถหารือกับท่านได้ ไม่มีกำแพงกั้นระหว่างกัน กับเรื่องเงินค่าป่วยการที่เพิ่มขึ้น ท่านเอง เคยพูดกับเราแล้วว่าจะทำให้ได้ ซึ่งเราเชื่อว่าท่านพูดจริง ทำจริง และท่านก็เห็นการทำงานของเรา เห็นคุณค่าของ อสม.มาโดยตลอด เลยไม่ได้ห่วงเลย

ตอนที่ท่านผลักดันเรื่องนี้เข้า ครม.เมื่อปี 2566 เรายินดีอย่างยิ่ง มันแสดงให้เห็นว่า ท่านเอาจริง แต่หลังจากนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาล เรื่องนี้ ก็เงียบไป แต่ อสม.ทุกคนเชื่อว่านายอนุทิน ไม่ลืม อสม. ล้านกว่าคนแน่นอน นี่คือล้านดวงใจ ที่รอการช่วยเหลือ

ขณะที่ “อนุทิน ” กล่าวเรื่องนี้กับพี่น้อง อสม.ที่พบระหว่างตรวจราชการที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อเร็วๆนี้ ว่า ขอแสดงความยินดีที่ทุกท่านได้ค่าป่วยการเพิ่มเป็น 2 พันบาทต่อเดือน  ทุกท่านทำงานไม่ได้หวังเรื่องเงินเรื่องทอง  แต่ท่าน พยายามอย่างยิ่งในการดูแลคนไทยในช่วงโควิด 19 ระบาด ถ้าไม่ได้พวกท่าน กระทรวงสาธารณสุขไฟไหม้ไปแล้ว เป็นเพราะท่านช่วยประคองระบบสาธารณสุขของไทย

“มีการตั้งงบประมาณเผื่อไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วสมัย พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พอมาถึงรัฐบาลนี้แทนที่จะต้องลุ้นกัน แต่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ก็ผลักดันเข้างบประมาณได้เลยจนอสม.จะได้รับเงินในเดือนพค.นี้“ มท. 1 กล่าว 

นี่คือตัวอย่างชัยชนะของทุกฝ่าย นายกฯเก่า นายกฯใหม่ ล้วนแต่เข้าใจพี่น้อง อสม.โดยมี “อนุทิน” เป็นตัวเชื่อม

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน