
ปัจจุบัน ประเทศไทยเผชิญปัญหามลภาวะทางอากาศที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเมืองหลวงและพื้นที่หัวเมืองภาคเหนือ จะได้ยินข่าวสารภัยผลกระทบสุขภาพจากมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝุ่น PM 2.5 เป็นประจำทุกปี
ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและภาควิชาการมีความพยายามศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
ถึงแม้ว่าหน่วยงานภาครัฐได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติก็ตาม แต่ปัญหาก็ไม่ได้บรรเทาลง จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว
เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดความพยายามของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกอบด้วย นำโดย น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. และ ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี ร่วมกันแสดงจุดยืนการเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. …. เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการพิจารณาใน 3 ประเด็น ได้แก่
1.เป็นการยืนยันว่าอากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน หากเกิดการละเมิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนสามารถฟ้องร้องเอาผิดรัฐได้ 2.เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนให้ทำงานร่วมกัน จากเดิมกระจัดกระจายหลายหน่วยงาน และขาดการมีส่วนร่วมจาก ปชช. และ 3.เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น (จังหวัด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) สามารถจัดการปัญหาของตนเองได้โดยไม่ต้องรอการตัดสินใจจากส่วนกลาง โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระงบประมาณแก่ประเทศ แต่เป็นการรวบรวมทุกหน่วยให้ทำงานร่วมกันภายใต้คณะกรรมการอากาศสะอาด
"สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนคนไทยจะต้องมีอากาศสะอาดไว้หายใจและส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตต่อไป" “ส.ส.ภาดาท์” กล่าวปิดท้าย.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

