
วันก่อน..ลงไป อ.ทุ่งสง-เมืองคอน!
จะว่าหนีไปเที่ยวก็ไม่เชิง จะว่าไปทำงานก็ไม่น่าใช่ และก็ไม่ได้มีเรื่องสลักสำคัญอันใดที่จะต้องนำมาคุยในคอลัมน์ตรงนี้
ถ้าเผื่อไม่บังเอิญได้เจอคนดัง-คนเด่นอย่างคุณหม่ำ จ๊กมก และ “คุณพีท อีทแหลก” ในร้านอาหารที่ชื่อว่า “ก.การลวก”!
ผมน่ะแวะไปกิน “ก๋วยเตี๋ยว (หมู)” ตามคำสโลแกนของร้าน.. “หิวกินข้าว ห้าวกินเตี๋ยว” ซึ่งก็พูดได้ว่าเป็น “ลูกค้าประจำ” มีโอกาสแวะไป อ.ทุ่งสง ทีไร ก็ต้องไปลิ้มชิมรสเสียทุกครั้ง
ส่วนคุณหม่ำกับคุณพีทนั้นก็ถูกกำหนด (ไม่มีบังเอิญ) ให้ไปจ๊ะเอ๋กันที่ร้านนี้เช่นกัน คนแรกไปดูโลเกชัน-สนามวัวชน เพื่อการถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ให้กับเน็ตฟลิกซ์..
ด้านคุณพีทก็ลงไปเที่ยวตระเวนหาร้านอาหารอร่อยๆ แล้วสั่งกิน (แหลก) ให้ FC ดู!
ผู้อ่านบางท่านทั้งที่เป็นแฟนคลับ ติดตามคุณพีท อีทแหลก มาตลอด หรือบางท่านอาจจะแค่ผ่านหู-ผ่านตา ต่างก็รู้ว่าคุณพีทนั้นเป็น “ยูทูบเบอร์” รีวิวอาหารคนดัง..
ที่นิยมชมชอบการกิน แถมเป็นประเภทกินแหลกลาญ โดยมียอดผู้ติดตามเป็นสิบๆ ล้านคน!
สำหรับผม สารภาพเลยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็นๆ ของคุณพีท และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ได้เห็นคุณพีท “กินแหลก” แบบสดๆ (ปกติดูในยูทูบ) ซึ่งทั้งทึ่ง-ทั้งแปลกใจ..
มรึงเอาพุง-เอากระเพาะที่ไหนมารองรับ..ยัดห่าเข้าไปได้อย่างไงกัน (วะ)?
ซึ่งหลังจากคุณหม่ำแนะนำให้รู้จัก คุณพีทก็ได้เปลือยความสงสัยของผมให้รู้คร่าวๆ.. “ผมกินจุมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ และพอโตมาก็ให้รู้สึกว่าความสุขของตัวเองคือการกิน
แต่ไม่ได้มีแรงผลักดันอะไรที่จะให้มายืนตรงจุดนี้ แค่ชอบกับการกิน และได้เที่ยวตระเวนแข่งกินจุมาแล้วหลายรายการ
จนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 4 ตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันการกินที่นิวยอร์ก และนั่นแหละน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมกลายเป็นนักกินแหลก-กินจุ”
ปกติกินจุไหม?.. “ก็กินข้าว 3-4 จานต่อมื้อนะ มากไปรึเปล่าไม่รู้” เขาตอบ ผมถามต่อ “ทำไมกินแล้วไม่อ้วน”?..
เขาว่า “ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นเพราะระบบขับถ่ายผมดีมั้ง. แต่ผมไม่แนะนำให้ใครเอาอย่างนะ เพราะการกินเยอะมันส่งผลกระทบต่อร่างกายอยู่แล้ว”
“แล้วจะกินแหลกไปอีกนานไหม” ผมยังสงสัย.. “ไม่รู้เหมือนกัน คงกินไปจนกว่าจะรู้สึกว่าไม่ไหวนั่นแหละ แต่ก็มีความคิดนะว่าน่าจะลดปริมาณการกินลง ไม่รู้ทำได้มั้ย”
ครับ..นี่ก็ลองตามดูว่าที่ร้าน ก.การลวก ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ มีข้าวผัดกะเพราอร่อยสุดในโลก และอีกสารพัทเมนูเนื้อ-หมู (คุณภาพ) คุณพีทจะ “อีทแหลก” ไปสักกี่ถ้วย-กี่ชาม?
ตามดูคนกินจุ-กินเก่ง อย่างน้อยก็มีความสุขไปอีกอย่าง ดีกว่าคอยติดตามนักโทษเทวดา ที่แม้อยู่ระหว่างการพักโทษตามเงื่อนไข แต่ก็ไปเที่ยวไหน-ต่อไหนได้อย่างอิสรเสรีนะ..ว่ามั้ย?
และนู่นเห็นไหม..ถ้าไม่เห็นก็อ่านที่ “ไทยรัฐออนไลน์” รายงาน..เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 30 เมษายน 2567 ที่ซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
ซึ่งเป็นวอล์กกิ้งสตรีท หรือถนนคนเดินที่รายล้อมไปด้วยสถานบันเทิงนับร้อยๆ แห่งกลางเมืองป่าตอง แลนด์มาร์กชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของ จ.ภูเก็ต
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินท่องราตรีเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยไม่มีใครรู้มาก่อน ซึ่งมาเป็นการส่วนตัว
ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเข้าไปขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก
เฮ้ออ..จะเอาตีนลูบหน้าคนไทยไปถึงไหนกันวะ!?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

