
ช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา นั้นเป็นที่วิพาษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อ อ. ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ศาสตราภิชานประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “บ่ายนี้ คนที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมหลายคนมาบ่นกับผมว่าต้องทำคดีตาม”ธง”ที่ผู้ใหญ่ปรารถนา ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าผิดหลักการ ขัดหลักกฎหมาย และก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาว เราจะอยู่กันอย่างนี้จริงๆหรือ”
ขณะที่ หลายฝ่ายที่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้ก็รีบรับลูกทันที โดยเฉพาะ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอบคุณอ.ธงทอง ที่ได้ออกมาพูดเรื่อง “ธง” ให้สังคมได้รับทราบ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ในความรู้สึกของคนไทยจำนวนมากก็ตาม แต่ไม่มีใครกล้าพูด เพราะไม่มีภูมิคุ้มกัน และความน่าเชื่อถือเหมือนกับท่าน
“เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ บอกว่า เรื่องนี้ต้องไปถามอ.ธงทองว่ารู้สึกกับสถานการณ์แบบไหนอย่างไร และรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่รัฐบาลไม่ได้ล่วงล้ำอำนาจของคนอื่น
หลังโพสต์ของ อ.ธงทอง จึงทำให้ประชาชน นักวิชาการ ภาคประชาชน และคนในกระบวนการยุติธรรมทั้ง สงสัยว่า “ธงนั้นคืออะไร” และ ”ผู้ใหญ่คือใคร“ ที่กำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรม เพราะช่วงนั้นกำลังมีประเด็นร้อนๆ อาทิ นักโทษเทวดา ที่ได้รับการพักโทษโดยไม่ติดคุกสักวันเดียว รวมถึงเรื่องอื้อฉาวในวงการตำรวจ เรื่อง ยุบพรรคก้าวไกล และคดีความต่างๆของบรรดาคนที่อยู่ฝ่ายมีอำนาจ ที่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากฝ่ายตรงข้าม
มีโอกาสปะหน้าอ.ธงทอง จึงสอบถามเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่าง โดยชี้แจงว่า เป็นเรื่องของคนบ่นจุกจิกจู้จี้ทั้งหลาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ ทนายความ และผู้คนที่เกี่ยวข้องอีกมาก ซึ่งหลายครั้งไม่ได้พูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
"ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ว่าคนที่เป็นพนักงานสอบสวนไม่ว่าจะเรื่องใดก็แล้วแต่ ต้องมีอิสระมากพอที่จะไม่ต้องกังวลว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่มาสั่งการเขา ขอให้ทุกคนได้ทำงานโดยอิสระมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย"
แหะๆเมื่อฟังคำชี้แจงของ อ.ธงทอง แล้วไม่ดุเดือดเหมือนคราวที่โพสต์เลย
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

