
'กอบศักดิ์' เผย จ่อดึงเอกชน จัดตลาดให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร อัพสเกล SME ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น เล็ง ลดผลิตสินค้าขาดทุน เปิดการนำเข้า ดัน Young Smart Farmer
14 ส.ค. 2569 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหารในคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่า การประชุมครัังนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะทำงาน และได้มีการพูดคุยถึงนโยบาย Quick Win และ Big Win ตามที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ สั่งการไว้ในแต่ละด้าน ในส่วนนี้มีการคุยในเรื่องของภาคการเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยในภาคการผลิตที่เป็นจุดเริ่มต้นว่าจะทำอะไรบ้าง ในส่วนที่มีการแปรรูปตรงกลางน้ำ และปลายน้ำก็จะมีมาตรการที่คิดว่าทำได้เลยที่จะเริ่มขับเคลื่อน และมาตรการระยะยาวโดยจะหาภาคเอกชนมาช่วยในเรื่องการจัดตลาดให้กับผู้ผลิตทั่วประเทศ ซึ่งคิดว่าสามารถดำเนินการได้เลย โดยมีการพูดคุยในเรื่องของการวิจัยพันธุ์พืช การยกระดับพันธุ์พืชต่างๆ เรื่องของการขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้าเกษตร รวมไปถึงเรื่องให้เกษตรกรสามารถยกระดับการแปรรูปต่างๆ โดยเป็นการพูดคุยกันในเบื้องต้น จากที่ได้มีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งมีข้อเสนอที่ดีหลายอย่างด้วยกัน ส่วนด้าน SME มีการพูดคุยในเรื่องของ SME-GP คือการให้แต้มต่อกับภาค SME ในการขายสินค้า เพราะขณะนี้มีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยว่า สินค้าต่างประเทศที่เข้ามาจะทำอย่างไร และเรื่องของซอฟต์แวร์ต่างๆ การสนับสนุน การอัพสเกลต่างๆ คือการตั้ง SMS ให้เข้ามาง่าย ทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จที่จะสามารถยกระดับให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ และสุดท้ายสามารถเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคได้ และการเป็น SME จะค่อยๆ โตขึ้นมา แต่ปัญหาของเราคือ เราเหมือนพลุที่ไปไม่สุด ไปไม่ถึงไหนก็ลงมาแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้มีโอกาสไปสู่ความสำเร็จเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการหารือหลากหลายเรื่อง ที่เราคิดว่าจะทำระบบต่างๆ ไปช่วย เช่น ระบบพี่ช่วยน้องจะทำอย่างไรให้กว้างขวาง ทำอย่างไรให้มีหลักสูตรเพิ่มทักษะ การเทรนนิ่งออนไลน์ เป็นที่ปรึกษา AI การทำโค้ดต่างๆ ขอให้รอในวันที่ 19 ส.ค. จะมีในรายละเอียดเรื่องต่างๆ
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องสินค้าเกษตรเราได้มีการพูดคุยว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และจะแก้ปัญหาอย่างไร ตนคิดว่าภาคเกษตรเป็นภาคที่มีศักยภาพเยอะ และมีโอกาสเต็มไปหมด แต่ที่สำคัญเราต้องเริ่มทำให้เกิดขึ้นในแต่ละเรื่อง คณะกรรมการชุดนี้เราบอกทุกคนว่า ไม่ทำแผน เราจะแก้ปัญหาโดยฟังว่า ใครมีปัญหาอะไรบ้าง และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ซึ่งทางสภาหอการค้าทำรายละเอียดมาเป็นอย่างดี ใครทำข้อเสนออะไร เราจะนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า มีอะไรบ้างที่จะช่วยแก้ไขปัญหา บางเรื่องเราต้องเข้าใจว่า สินค้าเกษตรตัวไหนทำแล้วได้กำไร ตัวไหนทำแล้วไม่ได้กำไร และตัวไหนน่าจะนำเข้า บางอย่างทำแล้วขาดทุน ทำไปแล้วไม่พอ เราต้องมานั่งคิดว่าสินค้าตัวไหนที่เราต้องเลิกทำบ้าง หรือทำให้น้อยลง และเปิดนำเข้าอย่างแท้จริง เมื่อนำเข้าจะทำให้ต้นทุนถูกลง แล้วมาคิดว่าเราจะทำการเกษตรที่มีมูลค่าดีๆ อย่างไร จะทำตรงจุดไหนก่อน บางโครงการอาจจะต้องเริ่มจากเด็กรุ่นใหม่ที่พร้อมเปลี่ยนแปลง จะมีทีมทำในเรื่องของ Young Smart Farmer (เกษตรกรรุ่นใหม่) โดยเฉพาะ ตนคิดว่าโดยรวมน่าจะเป็นมาตรการตั้งแต่ต้นจนจบ
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือในเรื่องแนวทางการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศไทย โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่า มีความจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำโดยวิเคราะห์แยกตามรายสินค้าให้ชัดเจนว่าสินค้าชนิดใดที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและพัฒนาต่อยอดได้ ส่วนสินค้าที่พิจารณาแล้วพบว่าไทยไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการนำเข้าแทน นอกจากนี้ ในการเจรจาทางการค้าต้องมีการระบุรายการสินค้าอ่อนไหวเพื่อปกป้องเกษตรกรภายในประเทศอย่างชัดเจน สำหรับปัญหาสำคัญของภาคเกษตรกรรมไทยในขณะนี้ คือกระบวนการพัฒนาต้นทางที่ยังมีความล่าช้า จึงต้องเร่งนำผลงานวิจัยด้านพันธุ์พืชที่มีคุณภาพมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และลดต้นทุนการผลิตให้สามารถสู้กับตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ภาคเกษตรกำลังเผชิญกับปัญหาแรงงานและสังคมสูงวัย จึงต้องส่งเสริมให้เกิดระบบเช่าเครื่องจักรกล เช่น โดรนทางการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตได้ตามเป้าหมายโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนแรงงานคน และเป็นการลดภาระด้านการลงทุนเครื่องจักร
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ตนเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต จากเดิมที่เน้นการส่งออกสินค้าเกษตรในปริมาณมากมาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการสกัดสารสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้สินค้ามีมูลค่าสูงขึ้นมากแม้จะมีปริมาณน้อยลง ช่วยประหยัดค่าขนส่งและเพิ่มโอกาสในตลาดโลก โดยสินค้าหลักอย่างมันสำปะหลังและยางพารา ยังเป็นกลุ่มที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการแสวงหาพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีความพิเศษสำหรับในด้านการค้าระหว่างประเทศ ไทยต้องมองตลาดล่วงหน้าและเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังมีการเจรจาเรื่องภาษีหรือข้อกำหนดที่ระดับ 12.5% ซึ่งมีปัจจัยหลัก 2 ประการที่ต้องดำเนินการ คือการปรับปรุงกฎหมายแรงงานที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในเร็วๆนี้ และการชี้แจงเรื่องการใช้กำลังการผลิตสินค้าส่วนเกิน ซึ่งการเจรจากับสหรัฐมีกำหนดที่รัฐมนตรีพาณิชย์จะเข้าชี้แจงในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงต้องทำงานหนักเพื่อรองรับกรณึการเก็บภาษีของสหรัฐที่อาจกลับไปอยู่ในระดับสูงสุดถึง 36% ได้ในอนาคต ซึ่งประเด็นแบบนี้ต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการส่งออกของไทยในระยะต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนใจแล้ว 'กอบศักดิ์' เผย สหรัฐ ยกเลิกเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ เป็นข้อตกลงการค้า-ลงทุนในสหรัฐแทน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า เปลี่ยนใจแล้ว !!!
'ดร.กอบศักดิ์' แฉแผน 'ทรัมป์' สงครามสหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 เริ่มแล้ว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่าเริ่มส
ข่าวดี! 'ดร.กอบศักดิ์' เผย การเจรจา 'สหรัฐ-อิหร่าน' รอบแรก บรรลุผลน่าพอใจ 4 เรื่อง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า จบการเจรจาระดับสูงรอบแรก !!!
'กอบศักดิ์' จับตา พันธมิตร 3 ชาติ กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และ UAE ยื้อการโจมตีอิหร่าน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความถึงสถ
ศึก 3 ด้าน 'กอบศักดิ์' จับตาสหรัฐ เปิดสงครามหลายมิติ วางเดิมพันหมดหน้าตัก จะจบอย่างไร
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ·
'กอบศักดิ์' จับตา สงคราม 'สหรัฐ-อิหร่าน' เฟสใหม่ ราคาน้ำมันพุ่ง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า ราคาน้ำมันกลับไปที่ 114 ดอลล่าร์ !!!

