
ต้องบอกว่า “เศรษฐา 1/1” ดูฤกษ์พานาทีแล้วบอกได้คำเดียวว่าท่าจะอยู่ไม่ยาวเสียแล้ว แค่การถ่ายภาพหมู่บนสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าก็ยังเกิดเหตุต้องมาถ่ายภาพในตึกสันติไมตรีแทน เนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ซึ่ง ซินแสจับยามสามตาก็บอกว่าเพราะมี “กาลิกิณี” นั่นแล ส่วนจะหมายถึงอะไรอย่างไรนั้น คงต้องให้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีต้องรีบเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รวมทั้งรีบหาหมอดูหมอเดามาปรับฮวงจุ้ยที่ทำเนียบรัฐบาลด่วน ไม่งั้นไม่เกิน 3 เดือน “เศรษฐา 1/2” หรือ “แพทองธาร 1” ได้เกิดขึ้นแน่ ...๐
ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่กระสุนตกอย่างเดียวที่จะทำให้ “เศรษฐา 1/1” อยู่ไม่ยาวแล้ว ยังมี การแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ก็เริ่มสร้างรอยร้าวและความระหองระแหงให้กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
เพราะดูเหมือนรองนายกฯ จากค่ายเพื่อไทยทั้ง “ภูมิธรรม เวชยชัย-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-พิชัย ชุณหวชิร” กวาดความรับผิดชอบและดูแลไปหมด ทั้งกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม เรียกภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่ากินเรียบไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้เพื่อนร่วมรัฐนาวาเลย ...๐
งานนี้ก็เริ่มสะท้อนออกมาแล้ว เมื่อ “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” รมช.การคลัง ในโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยื่นลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเจ้าตัวคงดูจากการแบ่งงานรองนายกฯ ก็น่าจะเห็นวี่แววของตัวเองว่าคงได้แต่นั่งตบยุงแน่นอน แม้ล่าสุด “เสี่ยนิด” จะเบรกไว้ แต่เชื่อว่าสุดท้ายก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ที่แน่นอนแล้วคือ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” อดีตรองนายกฯ และรมว.พลังงาน และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค แม้เจ้าตัวอ้างมีภารกิจส่วนตัวหลายประการในความจำเป็น แต่บรรดาสภากาแฟต่างมองกันว่าอาจเพราะทนไม่ได้ที่พรรคกลายเป็นลูกไล่ยิ่งกว่าลูกเมียเก็บเสียอีก ทั้งที่ตอนทาบทามเป็นรัฐบาลจัดสินสอดทองหมั้นมาเต็ม ...๐
แล้วก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเข้าไปอีก เพราะนักโทษเทวดาอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่ยังมีสถานะเป็นนักโทษเด็ดขาดแต่ได้รับการพักโทษ โผล่ไปคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์เมียนมา ที่สำคัญ “รัฐบาล” ไล่มาตั้งแต่ “นายกฯ เศรษฐา” และรองนายกฯ ภูมิธรรมที่ดูแลความมั่นคง รวมถึง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึงกับใบ้กินเล่นบทเตมีย์ใบ้กันถ้วนทั่วในเรื่องดังกล่าว ส่วนการจะแถว่าข่าวไม่จริงก็ไม่ได้ เพราะ ข่าวที่ออกมานั้นมาจากสื่อนอกของ “วีโอเอ” สำนักข่าวจากคุณพ่ออเมริกาเสียด้วย ...๐
เราเลยได้เห็นการชิ่งและโยนขี้กันอย่างเต็มๆ เมื่อ “สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์” อธิบดีกรมราชทัณฑ์อ้างหลักการและข้อกฎหมายทันควันในเรื่องดังกล่าวว่าต้องไปถาม "เรืองศักดิ์ สุวารี” อธิบดีกรมคุมประพฤตินะจ๊ะ เหมือนจะบอกว่า ตอนนี้ “เผือกร้อน” ชื่อโทนี่ วู้ดซัม ไม่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงอะไรกับกรมราชทัณฑ์แล้วอย่างไรอย่างนั้น ...๐
แต่ดูเหมือนการไปเยือนของ “ทักษิณ” ผู้พ่อเพื่อหวังกลายๆ ที่จะกลบข่าวช่วยลูก “แพทองธาร” ที่โชว์กึ๋นเรื่องแบงก์ชาติ แต่กลายเป็นบูมเบอแรงย้อนกลับเข้าตัวนั้น กลับพาสารพัดปัญหามากกว่าเก่าเสียอีก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและยังเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่ง “ทักษิณ” ยามนี้นั้นมีสถานะเป็นนักโทษเด็ดขาด การไปเจรจาต้าอ่วยเรื่องดังกล่าวแทนชาติแทนประเทศเสมือนเป็น “ผู้นำ” นั้น ก็ต้องบอกว่าไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ ด้วยประกันทั้งปวง ...๐
หันมาดูเรื่อง “ดิจิทัลวอลเล็ต” กันบ้าง ก็ต้องบอกว่ายังลูกผีลูกคน แม้ยามนี้จะมี “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” และ “เผ่าภูมิ โรจนสกุล” รมช.การคลังช่วยกันเข็นครกขึ้นภูเขาหาเงิน 5 แสนล้านบาทมาแจกก็ตามที เพราะล่าสุดมีการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็น เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ว่าด้วยผู้ที่จะไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว แต่เรื่องใหม่ๆ อย่างว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าใดในการสร้างซูเปอร์แอปนั้นไม่เคยกล่าวถึง หรือแม้แต่เรื่องที่ “แก้วสรร อติโพธิ” นักวิชาการอิสระเผยในบทความเรื่องแจกเงินหมื่น ว่ามีการสั่งให้ชะลองบลงทุนและงบต่างๆ เพื่อให้เหลือเงินในงบประมาณร่ายจ่ายปี 2567 ให้มากที่สุดเพื่อจะได้หลีกหนีการกู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็เงียบฉี่ยิ่งกว่าผีในป่าช้าเสียอีก เลย อยากยืมคำของ “นิวัติไชย เกษมมงคล” เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เคยให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ไว้ว่า “ถ้าทำไม่ได้ หรือถ้าเสี่ยงก็อย่าฝืน” หรือเพราะคิดว่าประเทศนี้เป็นของตระกูลชินวัตรเลยอยากจะทำอะไรก็ได้ อย่าลืมว่าฟ้ามีตานะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม
บันทึกหน้า 4
ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว

