บันทึกหน้า 4

ดูเหมือนช่วงนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” จะโหยหาบ้านเกิดเมืองนอนเสียเต็มประดา ลักษณะเหมือนคนใกล้ลาโลกอยากกลับไปตายถิ่นเกิดอย่างไรอย่างนั้น หรืออาจเพราะมีความหวังลมๆ แล้งๆ จากบรรดาสาวกและคนใกล้ชิดไปเป่าหูก็เป็นได้ โดย ต้นสัปดาห์ “โทนี่ วู้ดซัม” นอกจากให้สัมภาษณ์ปัดข่าวเด้ง “ทหารแก่” อย่าง “พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี” แกนนำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 (จปร.7) พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็มีการสวมบทเป็นโหราจารย์จับยามสามตารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะอยู่ได้แค่ครึ่งปีแรกเท่านั้น ส่วนครึ่งปีหลังจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ...๐

ล่าสุด “ทักษิณ” ก็โผล่คลับเฮาส์กับกลุ่มแคร์ หรือเพื่อไทยสาขา 2 เพราะหลงลืมอวยพรปีใหม่ผ่านสื่อไปเมื่อการสัมภาษณ์ล่าสุด งานนี้เลยอวยพรคนไทย พร้อมทั้งหวังว่าจะได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพราะ ต้องการอยากมาเลี้ยงหลาน พร้อมช่วยคิดแก้ปัญหาให้ไม่ว่ารัฐบาลไหน รวมทั้งจะรับจ้างบรรยายให้โอเลี้ยงแก้วหนึ่งก็พอ และจะไปชวนบรรดาเศรษฐีในเมืองไทยมาลงขันช่วยส่งเสริมสตาร์ทอัป แต่ที่พีกสุดๆ ก็ช่วงท้ายนี่แหละที่บอกว่าจะเป็นของขวัญให้คนไทย ไปทำงานรับใช้คนไทยและประเทศไทย แล้วไปช่วงไหนเมื่อไหร่ จะกระซิบน้องอุ๊งอิ๊งคนเดียว ...๐

 ที่บอกว่า “พีก” เพราะแสดงให้เห็น สันดานเดิมของแม้วโผล่มาอีกแล้วในเรื่อง “กระซิบ” ข้างหู ซึ่งหากคนไทยไม่ความจำสั้นเหมือนปลาทองก็น่าจะจำกันได้ แล้วที่ขำไม่ออกในการกลับเมืองไทยของ “โทนี่” ครั้งนี้ ก็คือการ ไม่เอ่ยอ้างหรือพูดถึง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แม้แต่ประโยคหรือวาจาเดียวแต่ประการใด หรือโทนี่จะกลับประเทศคนเดียวกันล่ะนี่ ...๐

 แล้วในความจริง “ทักษิณ” จะกลับมากราบแผ่นดินไทยเมื่อใดก็ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีใครสวมปลอกคอ หรือห้ามเอาไว้ เพียงแต่เมื่อ มาเมืองไทยนอกจากเข้าระบบกักตัวในช่วงนี้เพราะเรื่อง “โควิด-19” เสร็จแล้วก็เข้าคุกตามคำตัดสินศาลก็หมดเรื่อง หลังจากพ้นโทษจะออกมาเลี้ยงหลาน ไปบรรยายที่ไหนก็ตามสบาย ส่วนเรื่อง “โอเลี้ยง” นั้น ก็สั่งกินในคุกได้ไม่ต้องรอให้ใครมาเลี้ยง จริงไหม ...๐

ที่สำคัญโอกาสของ “ทักษิณ” ที่จะมาเมืองไทยนั้นต้องเรียกว่าผ่านพ้นไปนานแล้ว เพราะในยามที่น้องสาวยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ ถือเป็น “โอกาสทอง” ที่สุดแล้ว ยังไม่สามารถกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดได้ งานนี้ จะฝันให้ลูกสาวสุดเลิฟอย่างอุ๊งอิ๊ง “แพทองธาร ชินวัตร” ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย พากลับมาได้นั้น ก็ต้องให้ “อุ๊งอิ้ง” เป็นนายกฯ หญิงคนที่สอง ของประเทศไทยให้ได้ก่อนนะตัวเอง ที่สำคัญดูราศีและดูดวงดาวแล้วบอกได้คำเดียวว่า “โทนี่” จะกลับมาเมืองไทยได้คงมาในแนวนอนมากกว่าแนวตั้งนะตัวเอง ...๐

 พูดถึงเรื่องการเมืองไม่เอ่ยถึงเรื่องควันหลงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 2 ก.ย.2564 ไม่ได้ เพราะครานั้น มือกรีดแขนอย่าง “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยอภิปรายกล่าวหา “บิ๊กตู่” ว่าแจกเงิน  5 ล้านบาทที่บริเวณชั้น 3 ภายในอาคารรัฐสภา ให้ ส.ส.แลกกับการลงคะแนนไว้วางใจให้กับนายกฯ ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่โต เพราะ “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้สรุปคำอภิปรายเองก็ตอกย้ำเรื่องดังกล่าว โดยระบุชัดว่ามีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร รวมถึงภาพกล้องวงจรปิด ...๐

ล่าสุด “นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์” ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดีงกล่าวแล้ว สรุปว่าไม่มีประจักษ์พยาน หรือไม่มีพยานแวดล้อมเพียงพอฟังได้ว่านายกฯ จ่ายเงินให้กับ ส.ส. เพื่อให้ลงคะแนนไว้วางใจแต่ประการใด งานนี้เลยอยากถามหาสปิริตของพรรคฝ่ายค้านยุค “สภาอับปาง” ว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรจ๊ะ โดยเฉพาะ “วิสาร” ที่เคยกรีดแขนทำให้ภาพลักษณ์สภาเสียหาย แล้วยังมาซ้ำรอย “ปั้นน้ำเป็นตัว” อีกในเรื่องการแจกเงิน 5 ล้านบาทอีก ไม่รู้ว่า “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับตำแหน่ง “ดาวเด่น” ของผู้สื่อข่าวรัฐสภา และเคยได้รับตำแหน่ง  “คนดีศรีสภา” ที่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่อย่างไร หรือต้องรอ “นายใหญ่” สั่งข้ามฟ้าจากดูไบมาอีก เหมือนที่สั่งเรื่อง “พรุ่งนี้เพื่อไทย” แล้วแต่ละคนก็ไปขึ้นป้ายกันในช่วงนี้หรือไม่อย่างไรจ๊ะตัวเอ ง...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ