ดูเหมือนช่วงนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” จะโหยหาบ้านเกิดเมืองนอนเสียเต็มประดา ลักษณะเหมือนคนใกล้ลาโลกอยากกลับไปตายถิ่นเกิดอย่างไรอย่างนั้น หรืออาจเพราะมีความหวังลมๆ แล้งๆ จากบรรดาสาวกและคนใกล้ชิดไปเป่าหูก็เป็นได้ โดย ต้นสัปดาห์ “โทนี่ วู้ดซัม” นอกจากให้สัมภาษณ์ปัดข่าวเด้ง “ทหารแก่” อย่าง “พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี” แกนนำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 (จปร.7) พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็มีการสวมบทเป็นโหราจารย์จับยามสามตารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะอยู่ได้แค่ครึ่งปีแรกเท่านั้น ส่วนครึ่งปีหลังจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ...๐
ล่าสุด “ทักษิณ” ก็โผล่คลับเฮาส์กับกลุ่มแคร์ หรือเพื่อไทยสาขา 2 เพราะหลงลืมอวยพรปีใหม่ผ่านสื่อไปเมื่อการสัมภาษณ์ล่าสุด งานนี้เลยอวยพรคนไทย พร้อมทั้งหวังว่าจะได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง เพราะ ต้องการอยากมาเลี้ยงหลาน พร้อมช่วยคิดแก้ปัญหาให้ไม่ว่ารัฐบาลไหน รวมทั้งจะรับจ้างบรรยายให้โอเลี้ยงแก้วหนึ่งก็พอ และจะไปชวนบรรดาเศรษฐีในเมืองไทยมาลงขันช่วยส่งเสริมสตาร์ทอัป แต่ที่พีกสุดๆ ก็ช่วงท้ายนี่แหละที่บอกว่าจะเป็นของขวัญให้คนไทย ไปทำงานรับใช้คนไทยและประเทศไทย แล้วไปช่วงไหนเมื่อไหร่ จะกระซิบน้องอุ๊งอิ๊งคนเดียว ...๐
ที่บอกว่า “พีก” เพราะแสดงให้เห็น สันดานเดิมของแม้วโผล่มาอีกแล้วในเรื่อง “กระซิบ” ข้างหู ซึ่งหากคนไทยไม่ความจำสั้นเหมือนปลาทองก็น่าจะจำกันได้ แล้วที่ขำไม่ออกในการกลับเมืองไทยของ “โทนี่” ครั้งนี้ ก็คือการ ไม่เอ่ยอ้างหรือพูดถึง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แม้แต่ประโยคหรือวาจาเดียวแต่ประการใด หรือโทนี่จะกลับประเทศคนเดียวกันล่ะนี่ ...๐
แล้วในความจริง “ทักษิณ” จะกลับมากราบแผ่นดินไทยเมื่อใดก็ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีใครสวมปลอกคอ หรือห้ามเอาไว้ เพียงแต่เมื่อ มาเมืองไทยนอกจากเข้าระบบกักตัวในช่วงนี้เพราะเรื่อง “โควิด-19” เสร็จแล้วก็เข้าคุกตามคำตัดสินศาลก็หมดเรื่อง หลังจากพ้นโทษจะออกมาเลี้ยงหลาน ไปบรรยายที่ไหนก็ตามสบาย ส่วนเรื่อง “โอเลี้ยง” นั้น ก็สั่งกินในคุกได้ไม่ต้องรอให้ใครมาเลี้ยง จริงไหม ...๐
ที่สำคัญโอกาสของ “ทักษิณ” ที่จะมาเมืองไทยนั้นต้องเรียกว่าผ่านพ้นไปนานแล้ว เพราะในยามที่น้องสาวยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ ถือเป็น “โอกาสทอง” ที่สุดแล้ว ยังไม่สามารถกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดได้ งานนี้ จะฝันให้ลูกสาวสุดเลิฟอย่างอุ๊งอิ๊ง “แพทองธาร ชินวัตร” ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย พากลับมาได้นั้น ก็ต้องให้ “อุ๊งอิ้ง” เป็นนายกฯ หญิงคนที่สอง ของประเทศไทยให้ได้ก่อนนะตัวเอง ที่สำคัญดูราศีและดูดวงดาวแล้วบอกได้คำเดียวว่า “โทนี่” จะกลับมาเมืองไทยได้คงมาในแนวนอนมากกว่าแนวตั้งนะตัวเอง ...๐
พูดถึงเรื่องการเมืองไม่เอ่ยถึงเรื่องควันหลงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 2 ก.ย.2564 ไม่ได้ เพราะครานั้น มือกรีดแขนอย่าง “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยอภิปรายกล่าวหา “บิ๊กตู่” ว่าแจกเงิน 5 ล้านบาทที่บริเวณชั้น 3 ภายในอาคารรัฐสภา ให้ ส.ส.แลกกับการลงคะแนนไว้วางใจให้กับนายกฯ ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่โต เพราะ “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้สรุปคำอภิปรายเองก็ตอกย้ำเรื่องดังกล่าว โดยระบุชัดว่ามีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร รวมถึงภาพกล้องวงจรปิด ...๐
ล่าสุด “นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์” ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดีงกล่าวแล้ว สรุปว่าไม่มีประจักษ์พยาน หรือไม่มีพยานแวดล้อมเพียงพอฟังได้ว่านายกฯ จ่ายเงินให้กับ ส.ส. เพื่อให้ลงคะแนนไว้วางใจแต่ประการใด งานนี้เลยอยากถามหาสปิริตของพรรคฝ่ายค้านยุค “สภาอับปาง” ว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรจ๊ะ โดยเฉพาะ “วิสาร” ที่เคยกรีดแขนทำให้ภาพลักษณ์สภาเสียหาย แล้วยังมาซ้ำรอย “ปั้นน้ำเป็นตัว” อีกในเรื่องการแจกเงิน 5 ล้านบาทอีก ไม่รู้ว่า “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับตำแหน่ง “ดาวเด่น” ของผู้สื่อข่าวรัฐสภา และเคยได้รับตำแหน่ง “คนดีศรีสภา” ที่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่อย่างไร หรือต้องรอ “นายใหญ่” สั่งข้ามฟ้าจากดูไบมาอีก เหมือนที่สั่งเรื่อง “พรุ่งนี้เพื่อไทย” แล้วแต่ละคนก็ไปขึ้นป้ายกันในช่วงนี้หรือไม่อย่างไรจ๊ะตัวเอ ง...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


