
ดูเหมือน “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีชีพจรลงเท้ายังไม่เพียงพอ เพราะหลังเดินทางจากไปเยือนญี่ปุ่นถึงไทย “เสี่ยนิด” ก็วางแผนลงพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและพระนครศรีอยุธยาในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้อีก แต่ที่ ทำให้ “สภากาแฟ” ถึงกับต้องกุมขมับปวดตับอย่างยิ่งคือ การบอกเล่าเก้าสิบว่าในไตรมาส 3 และ 4 จะมีการเดินทางทัวร์นอกอีกแล้ว โดยครั้งนี้จะไปทัวร์อินเดีย-แอฟริกา-ตุรกี ก็ไม่รู้ว่าการทัวร์ 15 ครั้งของนายกฯ เศรษฐานั้นมีดอกผลที่จับต้องได้บ้างไหม นอกจากราคาคุยฝ่ายเดียวตลอดเวลาหลังการหารือทวิภาคีกับฝ่ายต่างๆ ...๐
เรียกว่า “การทูต” คิดเองเออเองไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจาก “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” มาเป็น “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” แล้วก็ตามที แต่ที่ชาวบ้านชาวช่องเขาสงสัยกันอย่างมากคือ การไปทัวร์ยุโรป-สหรัฐอเมริกาที่บอกว่าไปเปิดประตูการค้าประเทศอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมกับเพื่อนบ้านอย่าง “กัมพูชา” ในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนกลับยังไม่มีข้อสรุปหรือข้อหารือกันเลย หรือว่าต้องรอ “นายใหญ่” บัญชามาก่อน อย่างไรมิทราบ การทูตระดับใกล้กลับไม่ใส่ใจสนใจ แต่อุตริจะไปเสนอหน้าการทูตระยะไกลที่หวังได้แต่ลมๆ แล้งๆ ...๐
นี่ยังไม่นับรวมงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ “เศรษฐา” และทีมงานผลาญงบประมาณแผ่นดินเดินทางไป 15 ทริปนั้น จนป่านนี้ยังขายผ้าขาวม้าหรือผ้าขะม้าไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว ที่สำคัญในเวทีการประชุมต่างๆ ก็ไม่เห็นจะสวมใส่หรือจะพาดคอพาดบ่าแต่ประการใด มีแต่ตอนจะถ่ายรูปเท่กลับมาเมืองไทยอวดโฉมบน X บนเฟซบุ๊กเท่านั้นที่สวมใส่อวดอ้างว่าเป็นผลงานของชาวบ้านโน้นบ้านนี้ ...๐
แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปอีก คือ “เศรษฐา” เพิ่งตื่นจะฟื้นการประชุม ครม.เศรษฐกิจในทุกวันจันทร์ โดยเริ่มในวันจันทร์ที่ 27 พ.ค.นี้ หลังเจอตัวเลขจีดีพีที่สภาพัฒน์บอกออกมา ซึ่งโตต่ำสุดในอาเซียน แหม! ขนาดเศรษฐกิจยังถดถอยอย่างนี้ แต่ผู้นำยังคงทำหน้าที่ “เซลส์แมน” ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอยู่เมืองนอก นี่ยังไม่นับรวม “ไข่เศรษฐา” ที่สร้างประวัติศาสตร์ราคา “ไข่แพง” ที่สุดตั้งแต่มีนายกฯ มา ซึ่งหากนางแบกและนายแบกมาเห็นเข้าก็คงแถว่าทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่-เป็ดไข่ลืมตาอ้าปากได้ โดยลืมไปว่าผู้บริโภคกระอักกันถ้วนทั่ว จึงไม่แปลกที่จะมีดรามาข้าวไข่ดาว 2 ฟอง 70 บาทหรอก นอกจากไข่แล้ว แม้แต่ “พริกขี้หนูสวน” ยังทำสถิติใหม่อีก โดยขายกิโลละ 450-600 บาทกันเลยทีเดียว ไหนบอกว่ายุคเพื่อไทยบริหารประเทศเศรษฐกิจจะรุ่ง แต่นี่มันมีแต่สินค้าอุปโภค-บริโภคที่พุ่งอย่างเดียวนี่หว่า ...๐
หันมาเรื่องการเมืองว่าด้วย “ทนายถุงขนม” กันบ้าง แม้ “พิชิต ชื่นบาน” จะหน้าบานชื่นในการตัดสินใจ “ฮาราคีรี” ตัวเอง พร้อมบอกว่าเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่จะเขี่ย “เศรษฐา” พ้นหน้าที่นั้น หาก ดูกันอย่างใจเป็นธรรมแล้ว “วงจรอุบาทว์” นั้นมีหรือไม่ ไม่รู้แน่ แต่คนอุบาทว์ชาติชั่วนึกว่าประเทศเป็นของเล่น นึกว่าจะทำอะไรก็ได้นั้นมีแน่ เพราะหากไม่ดันทุรังเรื่องดังกล่าว เรื่องจะมาถึงตอนนี้เหรอ เพราะบรรดาแกนนำเพื่อไทยเองก็เคยพูดโขมงโฉงเฉงว่ามีบุคลากรคุณภาพคับแก้วเต็มพรรคไปหมด แล้วทำไมต้องเอาคนที่มีชนักและเป็นดินแดนกระสุนตกมาด้วย ...๐
แล้วก็เหมือนที่ “สุพจน์ ไขมุกด์” อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งในผู้ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ตั้งข้อสังเกตไว้ถึงการตั้งคำถามของ “เศรษฐา” ในเรื่องของ “พิชิต” กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั่นแล ว่าทำไมไม่ถามประเด็นสำคัญ แต่ดันถามแบบม้าเลียบค่าย เหมือนจงใจจะช่วยอุ้มสมกันอย่างไรอย่างนั้น งานนี้หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้รับเรื่องของ 40 สว.ไว้ในสารบบ ก็ต้องบอกสมน้ำหน้าอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ในกรณี “ดิจิทัลวอลเล็ต” รัฐบาลก็สอบถามกฤษฎีกาแบบม้าเลียบค่ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ...๐
พูดถึง “เศรษฐา” แล้วไม่เอ่ยถึง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ แคตวอล์กที่ชอบทัวร์ต่างประเทศเหมือนกันไม่ได้ เพราะล่าสุด “ยิ่งลักษณ์” ก็โพสต์เฟซบุ๊กในวาระครบรอบ 10 ปีรัฐประหารเช่นกัน แต่ที่ขำกลิ้งอย่างมากคือ เรื่องหวังจะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พิโธ่! ก็พรรคเพื่อไทยของนายหญิงเป็นแกนนำรัฐบาลแท้ๆ แต่กลับดึงกลับถ่วงเรื่องดังกล่าวเอง แล้วจะมาโอดมาครวญว่ารอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำไม หรือจะฝันหวานให้มีการพ่วงนิรโทษฯ คดีโกง คดีทุจริตต่างๆ ให้มีอายุความเพื่อจะได้รับอานิสงส์ให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งเล่า ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว

