บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” ล่าสุดสถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง และศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 76 จังหวัด เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความนิยมในพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรี : 1 ปีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาฯ 2566” ตอกย้ำ พรรคก้าวไกล ยังแรง และคนยังอยากได้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ  

โดยพบผลสำรวจที่น่าสนใจ เมื่อนำตัวเลขประมาณการที่นั่งที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีโอกาสได้รับจากการเลือกตั้งทั้งสองระบบมารวมกันพบว่า หากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลานี้ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีโอกาสได้ที่นั่งมากที่สุด รวม 208 ที่นั่ง รองลงมาเป็น พรรคเพื่อไทย 105 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 61 ที่นั่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ 34 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 30 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง ตามลำดับ ส่วนที่นั่งที่เหลือจะกระจายไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 21 ที่นั่ง

เมื่อสอบถามว่า “ถ้าเลือกได้ ท่านอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเวลานี้มากที่สุด” ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า อยากให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 46.9 รองลงมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 17.7 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 10.5 นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 8.7 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 3.3 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.7 และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 0.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ตอบที่ระบุชื่อคนอื่นๆ รวมกับที่ยังไม่เห็นว่ามีคนที่เหมาะสมอีก ร้อยละ 10.9 

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ผลโพลที่ออกมา ก็ถือว่าไม่ผิดความคาดหมาย เพราะที่ผ่านมาหลังเพื่อไทยหันไปจับมือกับพรรคสองลุง รวมถึงผลโพลยังพบว่า พิธา มีคะแนนนำ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น อุ๊งอิ๊ง หรือ  เศรษฐา และเมื่อรวมคะแนนนิยมของทั้งคู่เข้าไปด้วย ก็ยังไม่ถึงครึ่งของความนิยม “พิธา” ทั้งที่ “เศรษฐา” เป็นนายกรัฐมนตรีมานานหลายเดือน น่าจะสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน แสดงว่าสถานะการเป็นนายกรัฐมนตรีไม่สามารถช่วยดึงคะแนนนิยมขึ้นมาได้เลย   

แต่ในมุมลบของเพื่อไทยก็ถือเป็นแง่ดี เพราะเมื่อดูผลโพลที่ออกมา ก้าวไกลยังไม่ถึง 250 ฉะนั้นหากผลเลือกตั้งออกมาขั้วเดิมขณะนี้ยังสามารถรวมตัวกันเป็นรัฐบาลได้เช่นเดิม  

นอกจากนี้ เมื่อดูคะแนนของฝ่ายอนุรักษนิยมก็ยังตามพรรคก้าวไกล เพื่อไทย แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นไปได้ช่วงนี้ยังต้องใช้งานระบอบทักษิณอยู่ใช่หรือไม่ ที่อาจหมายรวมให้นายกฯ เศรษฐาได้วีซ่าทำงานต่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่   

ดังนั้น การเคลื่อนไหวของ ทักษิณ จึงน่าจับตา จะช่วยดึงแต้มให้เพื่อไทยได้หรือไม่ หลังโชว์เพาเวอร์ เช่น การเดินทางไป จ.นครราชสีมา ขึ้นเวทีประกาศชักชวนให้คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา มาร่วมกับพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างเช่นพรรคประชาชาติ หรือกลุ่มบ้านใหญ่มาร่วมด้วยหรือไม่

มีการตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ชนะเลือกตั้ง “ในเมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถเอาชนะพรรคก้าวไกลได้ จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการควบรวมพรรคการเมืองต่างๆ ให้มาอยู่ในพรรคเดียวกัน เพื่อต้องการให้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 สร้างความชอบธรรมเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ต้องถูกกระแนะกระแหนว่าปล้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา โดยมีพรรคของฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นพันธมิตรหรือเป็นพรรคอัมโนแบบการเมืองมาเลเซีย” เทพไท เสนพงศ์  อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าว และว่า   

  ต่อจากนี้เราจะเห็นบทบาทของคุณทักษิณเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น โดยไม่แคร์กระแสสังคม และไม่สนใจกลุ่มต่อต้านแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนมีเส้น มีแบ็กดี มีมือที่มองไม่เห็นอุ้มอยู่ พร้อมขีดเส้นใต้สองเส้น แต่อยากจะขอเตือนไว้ว่า ระวังให้ดี พลาดท่าขึ้นมา อาจจะไม่มีแผ่นดินอยู่อีกก็ได้.

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”