บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด"  www.thaipost.net มีหนทางสู้คดีอยู่! "เสี่ยนิด" ฟังแล้วใจชื้น มิเสียแรงที่ไร้ยางอายบากหน้าขอพึ่งบริการมือกฎหมายระดับพระกาฬ "เนติบริกร" ทั้งที่เคยจวกเขาไว้ซะรุนแรง เห็นคำสั่งแต่งตั้ง "วิษณุ เครืองาม" นั่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ "โดยมีหน้าที่และอำนาจ ตรวจสอบและกลั่นกรองร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีร่วมกับ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร้องขอ ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นทางกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรีตามที่มอบหมาย เชิญเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหรือให้ข้อมูลรายละเอียดหรือจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ตามที่เห็นสมควร

ให้ข่าวสารในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนได้ตามความจำเป็น ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย และแต่งตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น โดยให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สนับสนุนการดำเนินการ" บอกได้เลยอำนาจหน้าที่เกินคำว่า "กุนซือนายกฯ" ประหนึ่งรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายก็ว่าได้ เพียงแต่ไม่ทำให้ อ.วิษณุ ต้องตระบัดสัตย์ในสิ่งที่เคยพูดไว้

๐ ไม่เฉพาะนายกฯ และ "นายใหญ่" ที่ถนัด "กลืนน้ำลาย" แต่เวลานี้ลามหนักทั้งพรรค ลิ่วล้อทั้งหลายพลิกลิ้นไปตามๆ กัน ก่อนหน้านี้เพื่อไทยประกาศจุดยืนไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112  "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ ย้ำเรื่องนี้แม้ทักษิณจะถูกดำเนินคดีก็ตาม "เรายืนยันชัดเจนอยู่แล้วเรื่องมาตรา 112 ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนก่อน เพราะว่าเป็นประเด็นความขัดแย้ง ถ้าคุยกันยังไม่จบ และเสนอเข้ามาแล้วมีเรื่องมาตรา 112 ก็จะเป็นปัญหา ดังนั้น เรายืนยันอยู่แล้วว่าไม่เกี่ยวกัน"  แม้แต่ "ทะแนะแม้ว" นพดล ปัทมะ หนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พูดเสียงดังฟังชัด "ความผิดตามมาตรา 112 ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายหาเสียงที่ผ่านมาของพรรค โดยเรามีจุดยืนไม่แก้และไม่ยกเลิกมาตรา 112” แต่พอสถานการณ์เปลี่ยน "ทักษิณ ชินวัตร" โดนอัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดี 112 ปรากฏว่ากลายเป็นหนังคนละม้วน หน้ามือเป็นหลังเท้า "สมคิด เชื้อคง" โฆษก กมธ.นิรโทษกรรม แบะท่าเปิดทางทันที บอกว่าเพื่อไทยไม่เสนอแต่ก็ไม่ขัดขวาง

๐ ยิ่งฟังหัวหอกยิ่งชัด "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ชุดนี้ เผยไต๋ชัด บอกว่าแกนนำและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยพูดในทำนองว่าไม่ขัดอะไร จะนิรโทษคดีมาตรา 112 หรือไม่นิรโทษฯ ก็ไม่ขัด แถมฟันธงเสร็จสรรพว่าคดีนายใหญ่เป็นผลพวงรัฐประหาร 57 พร้อมส่งสัญญาณล่วงหน้าถ้านิรโทษฯ 112 ต้องเหมาเข่งรวมคดีทักษิณด้วย จงรักภักดีขนาดนี้ "นายใหญ่" ยังไม่คิดตบรางวัล แถมทำให้อกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 66 ก็มีชื่อลุ้นเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาถึงช่วงตั้ง ครม.เศรษฐา ก็มีชื่อเป็นรองนายกฯ ด้านกฎหมาย กระทั่งก่อนคลอด ครม.เศรษฐา 2 ก็มีชื่อโผล่นั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ สุดท้ายกลายเป็น "ทนายถุงขนม" เข้าวิน ก่อนจะแพ้ภัยตัวเองจำต้องไขก๊อก จากนั้นก็มีชื่อชูศักดิ์จ่อเสียบแทน หากมีการปรับ ครม.ครั้งหน้า แต่จู่ๆ นายกฯ กลับดึง "เนติบริกร" คัมแบ็กทำเนียบฯ ดูท่าต้องฝันค้างซ้ำ ถึงแม้โฆษกพรรคเพื่อไทยจะออกตัวแทนว่าคงไม่น้อยใจ เพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แปลให้ถูกคงหมายถึง โดนเทจน "ชิน".

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .