
ในแวดวง "การเมือง" กำลังมีกระแส "ดีลลังกาวี" ล้มเหลว สถานการณ์การเมืองเปลี่ยน ผู้คุมเกมเริ่มไม่พอใจผู้เล่นที่ออกอาการ "เกินเบอร์" จนต้องมีสัญณาณเตือนแรงๆ
ในแวดวง "สีกากี" ก็ไม่ต่างกัน ตอนนี้ "ดีลนายพล" สัญญาณเริ่มสะดุด สัญญาณเริ่มมีปัญหา มีความไม่แน่ชัดว่าการแต่งตั้ง "นายพล"นอกฤดู จะมีขึ้นหรือไม่
แม้จะมีเก้าอี้ "รองผบ.ตร." ของ บิ๊กรอย-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ที่โอนย้ายไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ว่างอยู่ 1 เก้าอี้ก็ตาม
แต่พออีกหนึ่งเก้าอี้ "รองผบ.ตร." ของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังคลุมเครือ ยังไม่มีความชัดเจน ว่าพ้นจากตำแหน่งไปจริงๆหรือยัง
ก็ทำให้ "ดีลนายพล" ที่เดิมกะเก็งจะมีตำแหน่งว่างถึง 2 เก้าอี้ เพื่อให้สามารถขยับ สามารถปรับตำแหน่งไล่เรียงลงไปได้อีกล็อต ที่คาดการณ์กันว่าน่าจะมีการแต่งตั้งขึ้นในเดือนมิ.ย.
อาจต้องสะดุด อาจต้องพับแผน
แท่งแต่งตั้ง "รองผบ.ตร." จะเหลือเพียง 1 ตำแหน่ง เมื่อไปรวมกับอีกแท่งในระดับ "ผู้ช่วยผบ.ตร." แทนตำแหน่งว่างของ บิ๊กหลวง-พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ที่โอนย้ายไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อีก 1 แท่ง
หากจะมีการแต่งตั้ง "นายพล" นอกฤดูกันจริงๆ ก็จะขยับกันได้ไม่กี่ตำแหน่ง
เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย!!!
ยิ่งพอมาติดเงื่อนไข กฎก.ตร. ที่ให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับ นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 เม.ย.2567 ก็คือประมาณ วันที่ 5 ต.ค.2567
หากจะมีการแต่งตั้ง "นายพล" ก่อนถึง กฎ ก.ตร.มีผลบังคับใช้ ต้องขออนุมัติ ก.ตร.เพื่อขออนุมัติให้ ตร.นำข้อกำหนด ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566 มาใช้ในการแต่งตั้งโดยอนุโลม
ดูยุ่งยากวุ่นวายเกินไป
ที่สำคัญเก้าอี้ "ผบ.ตร." ตอนนี้เริ่มชัดเจน เริ่มปิดดีลกันไปแล้วว่า ก็ไม่จำเป็นต้องดันใครขึ้นมาปาดหน้า
โดยเฉพาะ บิ๊กจวบ-พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งถูกมองว่าใกล้ชิดครอบครัวชินวัตร ด้วยความเป็นตำรวจสายเหนือ หากจะมาดันขึ้น รองผบ.ตร.ตอนเดือนมิถุนายน แล้วให้ไปชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.เดือนสิงหาคม ก็จะถูกข้อครหา ถูกท้วงติงกระหึ่ม ก.ตร.แน่ๆ เพราะครองตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน
แถมพอ บิ๊กต่าย เซ็นคำสั่งให้ บิ๊กจวบ มารักษาราชการแทน รองผบ.ตร.โดยให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่เดิมแล้ว
ทุกอย่างก็เคลียร์ ทุกอย่างก็ลงตัว
การแต่งตั้ง "นายพล" นอกฤดู ก็ไม่มีความจำเป็นเร่งรีบ ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามเวลา เดินไปตามกฎกติกา
สง่างามทั้งการเมือง ทั้งกรมปทุมวัน
วิน-วิน ทุกฝ่าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

