จับตา“ทุเรียนไทย”ราคาสูง แต่ผลผลิตแผ่ว

ถ้าพูดถึง “ทุเรียน” ประเทศไทยถือเป็นเบอร์ต้นๆ ของราชาผลไม้ชนิดนี้ ไม่ว่าจะขายในประเทศหรือส่งออก เรียกได้ว่าสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเองก็ได้เร่งสนับสนุนเรื่องการส่งออกทุเรียน เพื่อทำให้ยอดการส่งออกทุเรียนไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมใช้มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2567 ควบคู่กับการผลักดันการส่งออกทางบก เพื่อกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด เพิ่มโอกาสและรายได้ให้เกษตรกร

โดย “กรมการค้าภายใน” ได้เคยระบุว่า ปีนี้ราคาทุเรียนดีมาก แม้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วเกือบ 80% และคาดว่าปลายฤดูกาลราคาน่าจะขยับขึ้นไปได้อีก และแน่นอนว่าตลาดหลักของทุเรียนไทยก็ยังคงเป็น “จีน” โดยจากข้อมูลสถิติการส่งออกทุเรียนสดของไทยในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.67) พบว่า ไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปจีนได้ถึง 225,204 ตัน (ข้อมูลสถิติจากกรมศุลกากร) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือน พ.ค. ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าไทยยังคงครองแชมป์การส่งออกทุเรียนสดไปจีน

ขณะที่ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง “ฤดูทุเรียนปี 2024 คาดผลผลิตลดลง 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ราคาจะพุ่งสูง แต่รายได้เกษตรกรเพิ่มเพียง 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน” โดยระบุว่า ภาพรวมผลผลิตทุเรียนในปีนี้อาจจะลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีผลผลิตออกสู่ตลาดรวมราว 0.96 ล้านตัน นับเป็นผลผลิตทุเรียนที่ลดลงมากที่สุดในรอบ 15 ปี

ทั้งนี้ ฤดูทุเรียนไทยอยู่ในช่วง เม.ย.-ส.ค. ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากราว 86% ของผลผลิตทุเรียนทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมกว่า 95% ของผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศ

โดยเมื่อวิเคราะห์ทุเรียนในฤดูภาคตะวันออก จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่ เม.ย. ได้เผชิญความร้อนแล้งจากเอลนีโญรุนแรงในช่วงราว 4 เดือนแรกของปี ทำให้ต้นทุเรียนได้รับน้ำฝนในปริมาณที่น้อยลงกว่าปีก่อน ส่งผลต่อการติดดอกออกผลที่ลดลง/ผลมีน้ำหนักเบา ซึ่งประเมินโดยรวมแล้วทั้งฤดูทุเรียนภาคตะวันออกในปีนี้ คาดจะลดลงราว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีผลผลิตออกสู่ตลาดราว 0.65 ล้านตัน

ส่วนทุเรียนภาคใต้ที่จะออกสู่ตลาดตามมาตั้งแต่ มิ.ย. ก็มีแนวโน้มว่าผลผลิตจะเสียหายมากขึ้นจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากต้องเผชิญปริมาณฝนที่ลดลงจากปีก่อนตลอดช่วงการเจริญเติบโตของทุเรียนตั้งแต่ระยะติดดอกออกผล และยังถูกซ้ำเติมด้วยฝนทิ้งช่วงในเดือน ก.ค. ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นระยะเก็บเกี่ยวอีกด้วย ทำให้โดยรวมแล้วทั้งฤดูทุเรียนภาคใต้ในปีนี้อาจจะมีผลผลิตลดลงแรงถึง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีผลผลิตออกสู่ตลาดราว 0.31 ล้านตัน

สำหรับภาพรวมรายได้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในปีนี้ อาจจะเพิ่มขึ้นได้เพียง 0.3% จากผลผลิตรวมที่ลดลงถึง 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ราคาเฉลี่ยปรับสูงขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็น รายได้เกษตรกรภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และรายได้เกษตรกรภาคใต้ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ เป็นรายได้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่ัยังไม่หักต้นทุนการซื้อน้ำมารดต้นทุเรียน เครื่องปั๊มน้ำ/เครื่องสูบน้ำ/สปริงเกอร์ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น โดยหากนับรวมต้นทุนการผลิตด้วย ก็จะทำให้รายได้เกษตรกรสุทธิของผู้ปลูกทุเรียนเผชิญแรงกดดันมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกทุเรียน โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่าง “จีน” รวมทั้งการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจผลไม้ไทยภายในงาน THAIFEX Anuga-Asia 2024 สร้างมูลค่าการค้าคาดการณ์รวมกว่า 300 ล้านบาท โดยทุเรียน มะม่วง มังคุด ลำไยอบแห้ง และสับปะรดกระป๋อง เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด และการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยผ่านไอศกรีมผลไม้ไทยในงาน THAIFEX รวมไปถึงแผนส่งเสริมการขายผลไม้ไทยภายใต้ธีม Thai Fruits Golden Months ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

โดยปีนี้มีแผนดำเนินการในเมืองหลักและเมืองรองในจีน จำนวนรวม 8 เมือง ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกทุเรียนสดของประเทศไทยในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.67) พบว่าไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปจีนได้ถึง 225,204 ตัน (ข้อมูลสถิติจากกรมศุลกากร) โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

‘ตลาดที่อยู่อาศัย’ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด

ในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลก ต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนยังคงอยู่ในกรอบที่ระมัดระวังมากขึ้น

ตั้งWar Roomรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและการคมนาคมระหว่างประเทศ ล่าสุดรัฐบาลไทยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประเมิน3ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน

สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอยู่ในมิติทาง

ยกระดับแท็กซี่ไทย

จากบริบทของปัญหาอาชญากรรม และพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาที่พบ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร