
อย่าเพิ่งใจร้อน ทั้งกองเชียร์ กองแช่ง ปมร้อนๆกรณีคำสั่งให้ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ออกจากราชการไว้ก่อน
แม้ ก.ตร.จะตีตราประทับคำสั่ง บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.เมื่อครั้งทำหน้าที่ รักษาการแทน ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ บิ๊กโจ๊ก ออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมาย
มติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 !!!
แต่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯเรื่องให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ "นายกฯเศรษฐา" ก็ยังติดเบรคไว้ก่อน
ด้วยเหตุผลต้องการให้ความเป็นธรรมกับ บิ๊กโจ๊ก เพราะ บิ๊กโจ๊ก ไปยื่นร้องกับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร.เอาไว้แล้ว
ต้องรอให้ ก.พ.ค.ตร. มีความเห็น มีมติ เรื่องร้องเรียนก่อน ซึ่งตามข้อมูลที่นายกฯบอกไว้
"อีกประมาณ 30 วัน ก.พ.ค.ตร.ก็น่าจะตัดสินได้แล้ว"
กองเชียร์ กองแช่ง ก็ต้องรอ ก็ต้องลุ้น ก็ต้องตามกัน
โดยเฉพาะต้องวัดใจ "ก.พ.ค.ตร." ทั้ง 7 อรหันต์
ที่มีนายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ ประธานแผนกคดีบริหารงานบุคคล ในศาลปกครองสูงสุด เป็น ประธาน ก.พ.ค.ตร.
ส่วนกรรมการ ก.พ.ค.ตร. ประกอบด้วย นายธวัชชัย ไทยเขียว อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม นายวันชาติ สันติกุญชร อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม อดีตที่ปรึกษา(สบ10) และพล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน อดีตผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี เป็นกรรมการและเลขานุการฯ
จะออกมาแบบไหน อย่างไร
แต่สิ่งที่อยากจะเห็น อยากจะให้ 7 อรหันต์ ดำเนินการคือ "ต้องพิทักษ์คุณธรรม" ให้ได้ตามชื่อคณะกรรมการอย่างแท้จริง ยึดตามกฎหมาย ยึดตามพยาน ยึดตามหลักฐาน เพื่อให้เกิดคุณธรรมกับตำรวจอย่างแท้จริง
ยิ่งได้ข่าวแว่วๆ พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งเคยเนคู่ขัดแย้งบิ๊กโจ๊ก อาจจะถอนตัวจากการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ด้วยี้องการแสดงสปริต เพราะเกรงมีข้อครหา แต่อีกมุมหนึ่นก็อยากให้ พล.ต.อ.วิเชียร หยุดคิด ถ้าถอนตัวไปก็แสดงว่าหากมาตัดสินจะใช้อคตินั้นหรือ
ถ้า พล.ต.อ.วิเชียร มั่นใจในความตั้งใจ มั่นใจในการทำหน้าที่ ควรอยู่ร่วมพิจารณาเพื่อพิสูจน์ให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเข้ามาทำหน้าที่ ก.พ.ค.ตร. ด้วยความตั้งใจพิทักษ์คุณธรรมจริงๆ โดยยึดตามพยาน หลักฐาน ไม่มีอคติส่วนตัว
สังคม "ตำรวจ" และ"ประชาชน" จะได้เชื่อมั่นว่า "ก.พ.ค.ตร." เป็นที่พึ่งสุดท้ายได้จริงๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

