
เมินเงิน 2 ล้าน..
คุณสนานจิตต์ บางสพาน ประธานชมรมวิจารณ์บันเทิง ยันไม่ได้รังเกียจ-รังงอนเจตนาดีของคณะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ฯ ที่ยื่นหยิบให้!
เหตุผลที่ไม่รับก็แค่ไม่อยากข้องเกี่ยวกับ “เงินหลวง” ที่มีขั้นมีตอนในการเบิกจ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ในชมรมฯ หรือแม้แต่ “ประธาน” เอง ไม่ได้มีความรู้เรื่องเอกสารราชการ
เกรงผิดพลาดอะไรไป จะเสียหาย-เสียชื่อเสียง หรือดี-ไม่ดี อาจมีคดีความติดคุกเอาได้!
แต่แม้จะไม่ได้เงินสนับสนุนจากซอฟต์พาวเวอร์ งานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ไทย “ชมรมวิจารณ์บันเทิง” ก็ยังคงจัดอยู่เป็นปกติดังทุกปีที่ทำมา
วานซืน..คุณสนานจิตต์ได้กรุณาส่ง (ข่าว) ไลน์ให้ผมอ่าน จึงได้รู้ว่า ชมรมวิจารณ์บันเทิง กลุ่มสื่อมวลชนมืออาชีพ และนักวิจารณ์ผู้รักหนังไทย
ได้เตรียมจัดงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ไทย "ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 32" ประจำปี 2566 ขึ้นในวันพุธที่ 17 กรกฎาคมนี้ ที่หอศิลป์ ศูนย์วัฒนธรรมฯ
โดยครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานหนังไทยตลอดปี 2566 มอบ 19 รางวัลคุณภาพ เพื่อเป็นบทพิสูจน์การทำงาน และกำลังใจให้กับคนเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
พร้อมทั้งผลักดันโปรเจกต์ใหญ่ของชมรมฯ คือสารคดีบันเทิง “โลกของภาพยนตร์ไทย” ให้เกิดเพื่อเป็นประโยชน์กับคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ และพัฒนาวงการหนังไทยต่อไป
ทั้งนี้ ในวันประกาศผลจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook LIVE ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป
นี่..ก็นำมาบอกกล่าวเอาไว้ เผื่อใครที่มีผลงานในปีที่ผ่านมาจะได้ไปร่วมลุ้น-ร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้กันและกัน จะได้ไม่พลาด!
มีคนถามผมว่า ทำไมงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์แต่ละสถาบันจึงมาจัดเอากลางปี ทำไมไม่จัดต้นปีเหมือนแต่ก่อน
ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มด้วยไม่มีคำอธิบายให้คนที่ถามได้ ครั้นจะถามคุณสนานจิตต์ หรือถามประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ก็ขอสารภาพตามตรงเสียตรงนี้..
ปัจจุบันใครเป็น “ประธาน” ใครเป็น “เลขาธิการ” ผมไม่รู้เลยจริงๆ!
หรือต่อให้รู้ ผมก็เห็นจะไม่ถาม เพราะรู้เหตุผลไปก็ไม่เห็นจะเกิดประโยชน์โพดผลอันใด จะจัดต้นเดือนมกรา. หรือจัดกลางเดือนกรกฎา. หรือสิงหา. ค่าก็ไม่ต่างกัน!
ฉะนั้น ก็เอาตามที่พี่ เอ๊ยเขาสบายใจ จะจัด-จะแจกกันเมื่อไหร่หาใช่สาระ แต่แก่นมันอยู่ที่ “รางวัล” ว่าได้พิจารณา-คัดเลือกด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส..
และที่สำคัญ “ผู้รับ” มีความภาคภูมิใจหรือไม่มากกว่า!
อย่างรางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิงนี้ ต้องยอมรับว่า มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และศรัทธา-ยอมรับของผู้ทำงานในแวดวงภาพยนตร์มาตลอด 31 ปี
ส่วนจะตรงใจ-ถูกใจ หรือผิดหวังกับผลรางวัลนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการมอบรางวัลไม่ว่าจะของสถาบันไหน ต่อให้ “ออสการ์”..
จะให้เป็นถูกตา-ตรงใจของทุกคนย่อมเป็นไปไม่ได้!
บางปี ผมก็ให้เห็นค้านกับสายตากรรมการของชมรมวิจารณ์บันเทิงก็มี แต่ผมก็เว้นที่จะไม่พูดหรือวิพากษ์-วิจารณ์..
ด้วยมั่นใจในความเที่ยงตรง-เที่ยงธรรมของคุณนคร วีระประวัติ ในฐานะ “ประธานชมรมฯ” มาตั้งแต่ยุคก่อตั้ง จนเพิ่งมาปล่อยมือไปเมื่อปีก่อนนี้เอง!
มายุคของคุณสนานจิตต์ หรือที่ใครต่อใครเรียกขานติดปาก “เสือเตี้ย” ก็ยังพอจะมั่นใจได้ในเรื่องความตรงไป-ตรงมา ขนาดเงินตั้ง 2 ล้าน พี่ท่านยังบอกปัดหน้าตาเฉย
พูด (มาก) จะหาว่าอวย..งั้นก็บอกไว้แค่นี้ อย่าลืมวันที่ 17 ก.ค. ไปพบ-ไปร่วมตัวกันที่หอศิลป์ ศูนย์วัฒนธรรมฯ..
ไปลุ้น ไปเชียร์ ไปเป็นกำลังใจให้ “เสือเตี้ย” แกหน่อย!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

