
ถึงกับต้องอมยิ้ม เมื่อได้ยิน ผบ.ต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวครั้งแรก หลังกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง ถึงเรื่องที่ บิ๊กโจ๊ก ยื่นคำร้องถึง ผบ.ตร.ให้เซ็นยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนจะพิจารณาด้วยตนเองหรือไม่
ผบ.ต่อศักดิ์ รีบออกตัวยังไม่อยากให้ถามเรื่องนี้ พร้อมยืนยัน
"ผมกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน เราอยู่กันแบบพี่น้อง ขออย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นดีกว่า"
เราอยู่กันแบบพี่น้อง!!!
ก็ต้องอมยิ้มอีกครั้ง ถึงความพยายามของ "ผบ.ต่อศักดิ์" ที่จะสร้างบรรยากาศภายใน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ"
ไร้ซึ่งความขัดแย้ง
อยู่กันอย่างสามัคคี
แบบรุ่นพี่รุ่นน้อง เลือด"สีกากี"!!!
ตัดไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. วันเดียวกัน บิ๊กโจ๊ก หอบเอกสารหลักฐานไปร้องเอาผิด นายกฯเศรษฐา แต่งตั้ง ผบ.ตร.(พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล) โดยมิชอบ
เรื่องนี้ บิ๊กโจ๊ก เคยร้องไปครั้งหนึ่งแล้วและก็ถอนคำร้องออกไป
ครั้งนี้มาใหม่ร้องเรื่องเดิมอีกครั้ง
บิ๊กโจ๊ก ให้สัมภาษณ์ที่ ป.ป.ช. บอกการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ล่าสุดที่ผ่านมา เป็นการแต่งตั้งโดยมิชอบ
"ตามหลักเกณฑ์จะต้องแต่งตั้งผู้อาวุโสลำดับที่ 1 และเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวนและป้องกันปราบปราม แต่การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ครั้งนี้ มีการพูดว่าแต่งตั้งโดยสามารถสนองนโยบายรัฐบาลได้ หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรมี พ.ร.บ.ตํารวจฯ"
บิ๊กโจ๊ก ยืนยันการร้องครั้งนี้ทําเพื่อปกป้องสิทธิและสร้างความแข็งแรงให้กับองค์กรตํารวจในอนาคต หากยึดอาวุโสอันดับ 1 ปัญหาการแย่งชิงตําแหน่งคงไม่เกิดขึ้น และสร้างความวุ่นวายเหมือนทุกวันนี้
ต้องขีดเส้นใต้คำให้สัมภาษณ์ของ บิ๊กโจ๊ก เพื่อให้เห็นความประสงค์ที่ชัดเจน
"เพื่อปกป้องสิทธิและสร้างความแข็งแรงให้กับองค์กรตํารวจในอนาคต"
ทั้ง ผบ.ต่อศักดิ์ และบิ๊กโจ๊ก ต่างก็รักองค์กร "ตำรวจ" พยายามปกป้องไม่ให้องค์กรเสื่อมเสียและวุ่นวายอีก
หรือนี่อาจจะเป็นนิยามใหม่
พี่น้องฟ้องร้องกัน=อยู่กันแบบพี่น้อง
โลกสวยๆในแวดวงสีกากี...เอวัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

