
“น้องคนนี้ชื่อกัปตัน..
จบนิติ มธ. ต่อโทเคมบริดจ์ แต่ออกมาทำธุรกิจ ชอบเล่าเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย”
นี่..คุณมานพ อุดมเดช ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับมือรางวัลได้โน้ตพร้อมกับคลิปที่ส่งไปทางไลน์ให้ผมเมื่อวันก่อน
ไม่สงสัยให้เสียเวลา ผมได้เปิดดูทันควัน ฟังรอบแรกก็เห็นตามที่คุณมานพว่า อย่ากระนั้นเลย เปิดดูอีกรอบด้วยชอบในการพูด-อธิบายที่ง่ายต่อการเข้าใจ!
ท่านผู้อ่านอาจจะผ่านหู-ผ่านตาไปแล้ว ก็ไม่เป็นไร จะดู เอ๊ยอ่านอีกรอบก็คงจะไม่ได้เสียเวลง-เวลามากมาย ซึ่งก็ขออนุญาตเจ้าของคลิป แกะถ้อยคำตามนี้..
“ประกาศตัวเลข GDP ได้แค่ 1.5% เศรษฐกิจไม่ดี แต่คุณเศรษฐากลับยิ้มระรื่น สงสัยดีใจที่จะมีข้ออ้างไปดันดิจิทัลวอลเล็ต
ก่อนเริ่มคลิป ผมขอคอมเมนต์เรื่องนี้ก่อนเลย คุณเป็นผู้นำประเทศ คุณจะมายิ้มระรื่นตอนเศรษฐกิจแย่แบบนี้ไม่ได้
โอเค มันอาจจะพิสูจน์ว่าคุณคิดถูก แต่ผมว่าแบบนี้มันไม่โอเคจริงๆ
แต่สำหรับผม เลข 1.5% อาจดูแย่และต้องการการกระตุ้นจริงๆ แต่ไม่ควรกระตุ้นด้วยดิจิทัลวอลเล็ต เพราะอะไร มาคุยคลิปนี้กัน
เลข 1.5% เหมือนเกรดเฉลี่ยรวมที่เราทำคะแนนได้ ในขณะที่เพื่อนๆ ทำคะแนนได้ 3% 4% 5% กัน
ใช่ เราคะแนนไม่ดีและควรปรับปรุง แต่เราต้องมาดูไส้ในก่อนว่าวิชาไหนคะแนนไม่ดี แล้วก็ฉุดเกรดของเราให้ลดลงมาเหลือแค่ 1.5%
ซึ่งตัวที่ฉุดเกรดเราลง คือการส่งออก การลงทุนภาครัฐ และการอุปโภคภาครัฐ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนโตขึ้นตั้ง 8.1%
หมายความว่าพวกเราจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นเยอะ แต่เราส่งออกน้อยลง รัฐลงทุนน้อยลง รัฐใช้เงินน้อยลง ทำให้ GDP รวมของเราโตขึ้นแค่นิดเดียว
เห็นแบบนี้ คนสติดีๆ คงคิดได้ว่าจะทำดิจิทัลวอลเล็ตเพื่ออะไร เพราะการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนดีอยู่แล้ว จะเอาเงินมหาศาลไปแก้สิ่งที่ดีอยู่แล้วทำไม
ทำไมไม่เอาเงินไปแก้ส่วนที่มันตกหนักๆ ทำไมไม่เอาเงินไปแก้การส่งออก แก้การลงทุนภาครัฐ แก้การอุปโภคภาครัฐ
เหมือนคุณได้เกรดเฉลี่ยรวม 2.4 ได้อังกฤษเกรด 4 ได้วิทยาศาสตร์เกรด 2 แต่คุณเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทุ่มอ่านวิชาภาษาอังกฤษที่คุณได้เกรด 4 อยู่แล้ว
แบบนี้เกรดเฉลี่ยรวมคุณจะขึ้นไหม ฝ่ายรัฐบาลอาจจะเถียงว่า ก็นี่ไง แจกเงิน คนก็จะใช้จ่ายมากขึ้น ภาครัฐก็จะลงทุนเพิ่ม เพราะว่ามีคนใช้จ่ายเต็มไปหมดเลย
เอกชนก็จะลงทุนเพิ่มเช่นกัน ทำให้ตัวเลขส่งออกเพิ่ม แต่อันนี้ผมว่าตะแบงไปหน่อย ถ้าคุณจะกระตุ้นการส่งออก กระตุ้นการลงทุน
คุณก็เอาเงินที่คุณมีไปกระตุ้นการส่งออก กระตุ้นการลงทุนโดยตรงเลยสิ จะเอาเงินมาแจกเพื่อเพิ่มการบริโภคเพื่ออะไร
การที่คุณเศรษฐายิ้มให้กับตัวเลข 1.5% แสดงว่าคุณเศรษฐาไม่ได้ดูไส้ในเลย เพราะตัวเลขไส้ในชี้ชัดว่า ดิจิทัลวอลเล็ตไม่จำเป็นกับประเทศไทยในตอนนี้
หวังว่าคลิปนี้จะทำให้คุณเศรษฐาหยุดยิ้มได้”
ครับ..คุณเศรษฐา (อาจ) หยุดยิ้ม แต่ผมกำลังนั่งยิ้มกริ่ม พลางหยิบส้มโอทับทิมสยามเคี้ยว..
เลี้ยวกลับเถอะฐาเอ้ย!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

