คนปีเสือ

รัฐมนตรีปากหวาน ที่สุดคงไม่มีใครเกิน "เสี่ยเฮ้ง" นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จนได้รับฉายาจากสื่อทำเนียบรัฐบาลประจำปี 2564 ว่า "สุชาติ ชมเก่ง" เล่นเอาเจ้าตัวชอบอกชอบใจกับฉายานี้ เพราะตรงกับอัตลักษณ์ตัวเองที่สุด

ไม่ใช่ปากหวานอย่างเดียว ในแง่การทำงานก็เรียกว่าขยันขันแข็ง ที่ผ่านมาก็แก้ปัญหาผู้ใช้แรงงานในสถานการณ์โควิดอย่างดีเยี่ยม และ "รมต.เฮ้ง" ก็มักจะให้เครดิตแก่ผู้ให้โอกาสและมีพระคุณอย่าง "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก่อนตัวเองเสมอ 

ในแง่ทางด้านการเมืองก็ถือว่าเป็นยอดนักสู้คนหนึ่ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แม้จะมีกระแสหลุดจากตำแหน่ง รมต. แต่สามารถต่อสู้และผ่านพ้นสถานการณ์มาได้ทั้งเกมการเมืองบนดินและใต้ดิน รวมทั้งล่าสุดยังถูกต้นสังกัด พรรคพลังประชารัฐ ส่งไปรับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งซ่อม จ.สงขลา ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ของตัวเองที่เชี่ยวชาญในภาคตะวันออก แต่ "เจ้าตัว" ก็แอ่นอกสู้

เลือดนักสู้เช่นนี้น่าจะมาจากการต่อสู้และดิ้นรนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ครั้งเป็นลูกจับกัง-แม่ค้าขายขนมครก หน้าตลาดหนองมน จ.ชลบุรี อีกทั้งยังสอดคล้องกับ "ปีเสือ" ซึ่งเป็นปีเกิดของ "เสี่ยเฮ้ง" อีกด้วย

ก่อนหน้า "จับกัง 1" ได้ "ชมเก่ง" แก่ผู้บังคับบัญชา และผู้ให้โอกาสคนอื่นๆ มาหมดแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะอวยพรประชาชน โดยกล่าวว่า "ปีนี้ครบ 4 รอบของผม "คนปีเสือ" ว่ากันว่า ถ้าคนเกิดปีนั้นๆ อวยพรให้ใครก็ค่อนข้างที่จะศักดิ์สิทธิ์ เป็นจริงดั่งคำปากพูด..."

"ผมขออวยพรให้พี่น้องชาวจังหวัดชลบุรี และพี่น้องทั่วประเทศไทย รวมไปถึงคนไทยทั่วโลก สุขสบายกายและใจ ร่ำรวยเงินทอง สมปรารถนาดั่งใจคิด ถูกลอตเตอรี่ ได้รางวัลใหญ่กันไปเลยครับ" รมต.สุชาติกล่าว 

หวังว่าคำอวยพรของ "เสี่ยเฮ้ง" จะศักดิ์สิทธิ์และเป็นจริงตั้งแต่งวดที่จะถึงนี้เป็นต้นไป (อิอิ). 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน