
“เกือบหลับ แต่กลับมาได้ ” มีให้เห็นเสมอ สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ รมว.มหาดไทย (มท.1) ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
อย่างกรณีล่าสุด “เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ เชิญ “อนุทิน ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข เคลียร์ปมปัญชา หลังกระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอ บอร์ดป.ป.ส.พลิกกลับเป็นยาเสพติด
ก่อนที่ “ นายกฯ” ทุบโต๊ะ ยุติความขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยการ ออก “พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ” และ ให้ใช้ เพื่อทางการแพทย์ วิจัย และ เศรษฐกิจ ตามแนวทางของพรรคภูมิใจไทย เท่านั้น
ในทางการเมืองถือเป็นชัยชนะของคนเลือดน้ำเงิน ด้วยการ เดิมเกมการเมืองแบบเงียบๆ หลัง “หุ้นทางการเมืองพุ่งขึ้นสูงปี๊ด” โดยไม่ต้องเน้นดุดัน โฉ่งฉ่าง เอาใจสายฮาร์ดคอร์
ทั้งที่ก่อนหน้าถูกปรามาสว่าอาจต้อง “ยอม“ พรรคเพื่อไทย” เพื่อรักษาสถานะเป็นรัฐบาลเอาไว้ สวนทางกับ “รมต.สมศักดิ์” และข้าราชการกระทรวงสาธารณะสุข ที่เป็นชุดเดิมกับครั้ง ”เสี่ยหนู“เคยเป็นเจ้ากระทรวงหมอ ขึงขัง เดินเครื่องเต็มสูบ จะนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด แตกต่างจากเมื่อสองปีที่ผ่านมา พึ่งเป็นผู้เสนอให้ปลดล็อค
นอกจากนี้ “สายสีน้ำเงิน” ยังเดินเกมแบบเงียบๆ ไม่บูมบามในการเลือกตั้งสว. 200 คน จนสุดท้ายสร้างความฮือฮากวาด สว. สายสีน้ำเงินจำนวน 150 เสียงขึ้นไป ป็นลมใต้ปีกให้ “พรรคภูมิใจไทย” และ “อนุทิน” สดใส มี ออร่า โหงวเฮ้ง ดี ดูโดดเด่นมากเป็นพิเศษ
ปะหน้ากระจอกข่าว จึงแซวหยอกว่าดูเหมือนว่าดวงกำลังขึ้น พุ่งแรง เพราะภูมิใจไทยมีกำลังเยอะขึ้นใช่หรือไม่ “มท.หนู” กล่าวว่า “ มัชฌิมา ปฏิปทา เดินสายกลาง มีความจริงใจมีความตั้งใจ อย่าไปทำอะไรให้ผิดทำนองครองธรรม คนที่ทำแบบนี้ไม่ต้องกังวลอะไร ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องโกหก พูดความจริงตรงไปตรงมา” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
เห็นท่าทีของ“อนุทิน ”ทำให้นึกถึงคำพูด “สุมาอี้” ว่า “ชัยชนะบางครั้งไม่ใช่การบุกเสมอไป หากเป็นการรอคอยโอกาสอย่างอดทน“
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

