ดูเหมือนประเด็น “วีไอพี” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ใน การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า คงทำให้เจ้าตัวเสียรังวัดน่าดู โดยเฉพาะการเป็น “ตัวตลก” ในโลกออนไลน์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้บรรดา “เอฟซีพ่อฟ้า” ได้ทำให้ใครต่อใครหลายคนกลายเป็นตัวตลกไปแล้ว พอ “พ่อฟ้า” มาโดนกับตัวเองบ้างเลยถึงกับเป็นเดือดเป็นแค้นว่าจะมีการฟ้องร้องในเรื่องข้อมูลส่วนตัวว่าด้วยวัคซีน ...๐
งานนี้ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเลยออกมาชี้แจงเรื่องดรามาให้เคลียร์ว่า เรื่องฉีดวัคซีนไม่ใช่ความลับส่วนบุคคลถึงขนาดนั้น เพราะหากมีแอป “หมอพร้อม” และรู้เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชนก็สามารถที่จะรับรู้วันเวลาการฉีดวัคซีนได้ ซึ่งก็ทำ “ธนาธร” เจ็บจี๊ดเข้าไปอีก เพราะ “หมอพร้อม” นี่เองที่เป็นตัวเฉลยชัดๆ ว่าเจ้าตัวนั้นไปฉีดวัคซีนที่ตัวเองเคยตำหนิติติง และพยายามโยงเป็น “วัคซีนพระราชทาน” มานั่นแล ...๐
กรณีจะมีวีไอพีหรือไม่ของ “ธนาธร” นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป แต่พฤติกรรมของประธานคณะก้าวหน้าครั้งนี้ คงทำให้ สังคมต้องมานั่งขบคิดกันว่า นี่หรือคนที่เที่ยวโพนทะนาว่าเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ และเคยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะกะแค่เรื่องฉีดวัคซีนยังปกปิดเป็นเรื่องความลับระดับชาติ แล้วหากย้อนนึกดีๆ ในช่วงปี 2562 เจ้าตัวประกาศทำ “บลายด์ทรัสต์” เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งที่ไม่ต้องประกาศก็ได้ เพราะนักการเมืองก็มีการทำมานานนมแล้ว แต่ก็ประกาศเพื่อสร้างภาพว่าเป็นนักการเมืองใสซื่อมือสะอาด แต่กลับเรื่อง “วัคซีน” ที่ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบังกลับกลัว ...๐
พูดถึงหมอหนูแล้วก็ต้องเอ่ยถึง ดรามา “กัญชา” กันบ้าง เพราะงานนี้ดูเหมือนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. กำลังตีขนดหางจังเบอร์เข้าใส่ “พรรคภูมิใจไทย” ที่เป็นแกนหลักสำคัญในการผลักดัน “กระท่อม-กัญชา” ให้ออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติด งานนี้ เราเลยได้เห็นทั้งหมอหนู และ “ศุภชัย ใจสมุทร” นายทะเบียนพรรคการเมืองออกมาว้ากใส่ ป.ป.ส. รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมแบบไม่ไว้หน้าว่าไม่ทันสมัยต่อกฎหมายที่แก้ไขใหม่ เพราะ “กัญชา” นั้นได้พ้นคำว่ายาเสพติดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2564 ซึ่งหากเป็นจริงอย่างที่หมอหนูและบังซุประบุ ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นการบอกว่ากระบวนการยุติธรรมไล่ไม่ทันกฎหมายเลย ...๐
หันมาเรื่อง “หมูๆ” ที่ไม่น่าจะหมูซะแล้วสำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันบ้าง เพราะ หลังจากดูราศีและดวงชะตาของอธิบดีกรมปศุสัตว์อย่าง “นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต” ขอฟันธงไว้ล่วงหน้าว่าเก้าอี้น่าจะไม่มั่นคงเสียแล้ว เพราะเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกา (ASF) ในสุกรนั้น กำลังกัดกินทั้งเก้าอี้อธิบดี รวมทั้งสั่นสะเทือนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นลูกโซ่ รวมถึงเสถียรภาพรัฐบาลด้วย เพราะปัญหาอหิวาต์ในหมูได้ทำให้สินค้าที่อัดอั้นกันมานานในการปรับราคาก็ทยอยปรับจนมีคำฮิตกันทั่วว่า “แพงทั้งแผ่นดิน” ซึ่งทั้ง กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ก็ดันอยู่ในมือพรรคร่วมรัฐบาลพรรคเดียวคือ “ประชาธิปัตย์” งานนี้หากแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวยากหมากแพงไม่ได้ ที่ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์”รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้ลงทุนลงแรงไว้ในเรื่องประกันรายได้ พืชผลเกษตรกรก็เท่ากับสูญเปล่า เพราะในสายตาชาวบ้านนั้นเขาชั่งน้ำหนักเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสำคัญกว่าเรื่องประกันรายได้นะจ๊ะ ...๐
หันมาเรื่อง “โควิด-19” กันบ้าง ซึ่งก็เรียกว่าเป็นไปตามเทรนด์ของโลกนั่นแล โดยพี่ไทยยังมีผู้ติดเชื้อในระดับ 7-8 พันต่อเนื่อง แต่ขอทำนายทายทักไว้เลยว่าภายใน สัปดาห์หน้าตัวเลขอาจจะได้เห็นหลักหมื่นแน่ เผลอๆ ปลายสัปดาห์นี้ก็อาจเห็นก็ได้ โดยเฉพาะในจังหวัดนำร่องเที่ยว 8 จังหวัด ซึ่งล่าสุด “พญ.สุมนี วัชรสินธุ์” ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วย ศบค.ก็ระบุว่า ศบค.ชุดเล็กเริ่มกังวล เพราะตัวเลขถีบตัวสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีที่จากเดิมมีผู้ติดเชื้อแค่ 2 หลัก กลายเป็น 3 หลัก พร้อมระบุว่าสถานที่ที่ทำให้ มีการแพร่เชื้อจำนวนมากก็คือร้านอาหารกึ่งผับ กึ่งสถานบันเทิง ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริโภคนั่นเอง ส่วนที่บอกให้ 8 จังหวัดทำได้และดื่มได้ถึง 3 ทุ่ม แหม! เอาหัวไอ้เรืองเป็นประกันเลยไม่มีจังหวัดไหนในประเทศไทยที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เชื่อขอเอาขี้หมากองเดียวเหมือนที่ “โทนี่ วู้ดซัม” เคยท้าพนันไว้ในเรื่องวัคซีน 100 ล้านโดสบ้าง ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


